วันที่ 8 มีนาคม 2554
If you cannot view this HTML message properly, please click here
หากพบปัญหาในการดูภาพหรือลิงค์ต่างๆ กรุณา คลิกที่นี่
   
   
 
 
เวลาทำงาน เบื่อๆอยากๆ ต้องแก้ไขอย่างไร ?
การทำงานแล้ว เบื่อๆ อยากๆ มีหลายสาเหตุดังนี้

ขาดเป้าหมายที่ชัดเจน
เราไม่อยากทำงานนั้นจริงๆ
เราคิดว่าเราทำงานนี้เพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่างานนี้ยากเกินไปสำหรับเรา
คาดหวังผลสำเร็จแล้ว แต่ไม่ถึงซักที


 หลุมพรางเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเราไม่เคยสำรวจว่าเราเบื่อเพราะอะไร ? ส่วนมากก็แค่รู้สึกว่าเบื่อๆเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราหาสาเหตุของความเบื่อได้ เราก็จะสามารถแก้ไขได้
   
การให้คำปรึกษา

ผมขอยกแนวทางแก้ไขสำหรับแต่ละสาเหตุนะครับ
 
       ขาดเป้าหมายที่ชัดเจน
แนวทางแก้ไข : พยายามกำหนดเป้าหมายของงานให้ชัดเจน ว่าเมื่อทำเสร็จแล้ว จะเกิดผลดีต่อตัวเราอย่างไร? ถ้าเป้าหมายนั้นจะเกิดผลกับเราดีมากเท่าไร เราก็จะมุ่งมั่นมากเท่านั้นเอง ขอให้เรารู้แน่ๆเถอะว่า มันจะได้ผลลัพธ์ดีจริงๆ

       เราไม่อยากทำงานนั้นจริงๆ
แนวทางแก้ไข : ถ้าเราไม่อยากทำแล้วต้องทำ ก็จะเกิดความรู้สึกเบื่อๆอยากๆ อย่างนี้แหละครับ เราควรบอกตัวเองให้ได้ว่า งานที่เราทำนั้น เราต้องการทำจริงๆ เพราะจะให้ประโยชน์กับเรา จะระยะสั้น หรือระยะยาวก็ตาม เมื่อมองตัวเองได้แล้ว ก็จะมุ่งมั่นเองครับ

       เราคิดว่าเราทำงานนี้ เพื่อคนอื่นไม่ใช่เพื่อตัวเอง
แนวทางแก้ไข : หลายคนคิดว่า เราทำงานนี้เพื่อหัวหน้า เมื่อรู้สึกดีกับหัวหน้าก็ทำมากหน่อย เมื่อรู้สึกไม่ดีกับหัวหน้าก็ไม่ค่อยอยากทำ เราลองเปลี่ยนมาเป็นงานที่เราทำเพื่อตัวเองดูซิครับ จะทำให้เราอยากทำมากขึ้นมาทันทีเลย
 
ผลตอบรับ
 
   แนวทางแก้ไขโดยรวมแล้วก็คือ เราคุยกับตัวเองในเรื่องงานอย่างไร ถ้ารู้สึกดีกับงานที่ทำ เราก็จะไม่เบื่อหรอกครับ ลองพิจารณาดูนะครับ
 
วิธีแก้ไข คนที่ท้อถอย เป็นกังวล และเบื่อๆงาน
 
   ตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา นี้ ผมค่อนข้างจะเจอกับคนบ่นท้อถอย เป็นกังวล หรือเบื่อๆงาน เพราะทำไม่ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานขาย จะท้อกันค่อนข้างมาก จะมีบ้างที่ยังสดใสอยู่แต่ก็นับว่าน้อย อาจเป็นเพราะบรรยากาศพาไปจึงหดหู่กันไปหมด ทำให้ผมโดนดูดพลังไปเหมือนกันแต่ก็ท้อไม่ได้ เพราะเราเป็น Coach นี่ ต้องคอยให้พลังกับผู้อื่น พลังจะหมดได้อย่างไร
   การได้พบกับเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยๆ และมีโอกาสแก้ไขให้กับ Coachee หรือคนที่เราคุยด้วย แล้วเขารู้สึกดีขึ้นมีพลังมากขึ้นและไปทำงานต่อได้ ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ และสรุปเป็นประสบการณ์ขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้ววิธีแก้ไขโดยการสร้างพลังให้กับคนที่กำลังท้อถอยหรือเป็นกังวลอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนเลย ขอให้เราคุยกับคนที่ท้อถอยดังนี้
 
1.ถามถึงเป้าหมายของเขา
   
• เป้าหมายที่ตั้งไว้คืออะไร ?
• เป้าหมายของเขามีความชัดเจนแค่ไหน ?
• เขารู้สึกอย่างไรกับเป้าหมายของเขา ?
: ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้คิดถึงเป้าหมายเท่าไรนัก คือตั้งไปแล้วก็ไม่ได้สนใจ รู้สึกอย่างเดียวว่า ทำไม่ได้ แล้วก็ทำไม่ได้จริงๆ พอถามเรื่องเป้าหมายละเอียดขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะนึกขึ้นได้ว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายเท่าที่ควร จึงจะลองคิดเป้าหมายอีกครั้ง
   
2. ถามถึงแผนงานที่จะไปถึงเป้าหมาย
 
• แผนงานละเอียดแค่ไหน ?
• แผนงานสอดคล้องกับเป้าหมายหรือไม่ ?
• แผนงานพร้อมจะปฏิบัติให้เป็นจริงได้หรือไม่ ?
: ส่วนใหญ่แล้วไม่มีแผนงานที่ละเอียด หรือมีแต่ไม่คิดว่าจะทำตามแผนได้จึงไม่ได้ทำตามแผน แต่ทำตามความคิดของตัวเองแทน สำหรับคนที่ไม่กล้าเขียนแผน ก็พอสรุปได้ว่ากลัวทำไม่ได้จึงไม่อยากเขียน ดังนั้นถ้าทำให้คนท้อถอยเริ่มเขียนแผนได้แล้วกำลังใจจะเกิดขึ้นมาเองครับ (ถ้าเขาเขียนแผนด้วยตัวของเขาเองนะครับ)
   
3. ถามว่าเขาได้ลงมือทำแล้วหรือยัง
 
• ทำตามแผนหรือไม่ ?
• ทำได้ครบกับที่เขียนไว้หรือไม่ ?
• ลงมือทำไปเมื่อไหร่ ?
: คำตอบส่วนใหญ่ก็จะเป็นเช่นเดียวกันคือ คิดว่ายังไม่พร้อมเลยยังไม่ได้ลงมือทำ หรือไม่แน่ใจว่าแผนอะไร ได้หรือไม่ ก็เลยยังไม่ได้ทำ หรือกะว่าจะทำแล้วล่ะ แต่… เป็นต้น
   
   จะเห็นว่าโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ท้อถอยเพราะไม่มีทิศทาง (เป้าหมาย) ไม่รู้ว่าจะไปได้อย่างไร(แผนการทำงาน) และสุดท้าย ยังไม่ได้ไปไหนเลย (การลงมือทำ) ซึ่งก็คงไม่แปลกที่จะท้อถอยหรือเป็นกังวลว่าจะทำไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วก็คือ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้นแทนที่จะไปเห็นใจว่า เขาคงเหนื่อยกับสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เราควรมาให้กำลังใจเขาโดยการ ถามคำถาม? 3 ข้อข้างต้นกันดีกว่า เพราะแน่ใจได้เลยว่า ถ้าใครที่มีความชัดจนใน 3 ข้อนี้แล้วจะไม่เกิดความท้อถอยเลย เพราะเขากำลังปฏิบัติอยู่ คงต้องรอผลลัพธ์อีกที ส่วนคนที่ไม่มี 3 ข้อนี้ ก็คงจะบ่นได้ตลอดเวลาแหละครับ
   
   วันหลังผมจะเล่าต่อให้ฟังว่า แล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถทำ 3 ข้อข้างต้นได้ และรักษากำลังใจที่จะเดินตาม 3 ข้อนี้ให้ครบด้วยตัวเอง เพราะอาจไม่มีใครมาเตือนเราก็ได้ พบกันในฉบับหน้านะครับ
   
 
Always bear in mind that
your own resolution to success
is more important than any other one thing.

“จำให้ขึ้นใจเสมอว่า
การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของคุณที่จะไปสู่ความสำเร็จ สำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด”

Abraham Lincoln
อับราฮัม ลินคอล์น
 
คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม
คุณรู้สึกอย่างไรกับหัวข้อในภาพ

 
 
   คุณได้รับอีเมลนี้ เนื่องจากคุณได้สมัครเป็นสมาชิกหรือสมัครรับข่าวสารไว้กับ www.pakornblog.com หรือ www.entraining.net หรือลงทะเบียนเรียนหลักสูตรพัฒนาตนเองต่างๆไว้กับ เอ็นเทรนนิ่ง

   Entraining เรียบเรียงและจัดทำเมลความรู้นี้ โดยเนื้อหาของเมล รวบรวมจากบทความ/แนวคิดจาก อ.ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ ซึ่ง Entraining จัดส่งโดยจิตสาธารณะ เพื่อยังประโยชน์ให้สมาชิกและผู้สนใจได้แนวคิดไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป

คุณจะได้รับอีเมลความรู้ลักษณะนี้เดือนละ 2 ครั้งโดยประมาณ


คลิกที่นี่....ถ้าต้องการเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
 
 
 
ถ้าต้องการยกเลิกรับข่าวสารกรุณา E-mail มาที่ crmpakorn@gmail.com และระบุหัวข้อว่า ขอยกเลิกรับข่าวสาร