วันที่ 21 เมษายน 2554
If you cannot view this HTML message properly, please click here
หากพบปัญหาในการดูภาพหรือลิงค์ต่างๆ กรุณา คลิกที่นี่
 
การคิดใหญ่, คิดนอกกรอบ, คิดสร้างสรรค์
 
     เป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับพนักงานท่านหนึ่ง ที่มีความรู้สึกเกี่ยวกับการคิดของตนเองว่า เรื่องที่เราคิดถูกต้องรึเปล่า บางมุมมองที่คิดมันแคบไปมั๊ย ทำให้เกิดความรู้สึกดังนี้
- ทำไมฟังพี่พูดแล้ว รู้สึกได้มุมมองที่กว้างขึ้นทุกที
- เรื่องง่ายๆ ทำไมเราคิดไม่ได้ เห็นแต่ปัญหาไปหมด
- เวลาคิดจะได้แต่เรื่องเล็กๆ ไม่กล้าคิดใหญ่ เพราะมองไม่ออก
- การคิดนอกกรอบหมายความว่าอย่างไร
 
การให้คำปรึกษา
- ข้อจำกัดทางความคิดของคนเรา อยู่ที่ความกังวล, ความกลัว ในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ว่าจะเลวร้าย, ว่าจะไม่ดี, ว่าจะมีปัญหา เลยทำให้เราจำกัดความคิดของเรา แค่สิ่งที่เราเห็น, เราควบคุมได้ เราคุ้นเคย จึงไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้น

- การคิดนอกกรอบ หรือ การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจากการไม่ยอมแพ้ของเรา ทำให้สมองเราสั่งให้หาทางเลือกอื่นๆ หรือคิดในสิ่งที่ไม่เคยทำ โดยไม่คำนึงข้อจำกัด แล้วเราก็จะได้ทางเลือก ที่หลากหลาย ซึ่งอาจจะปฏิบัติไม่ได้ หรือดูไม่เข้าท่า แต่อย่างน้อย เราก็ได้คิดแล้ว ดีกว่าการยอมแพ้โดยไม่คิดอะไรต่อ

- การคิดใหญ่ ต้องใส่เรื่องจินตนาการเข้าไป แต่ไม่ใช่เพ้อฝัน โดยจินตนาการนั้น เป็นความชอบ, ความอยากทำ , ความมุ่งมั่น ของเรา คนที่คิดใหญ่ ส่วนมากจะเกิดจากการเป็นคนกระตือรือร้น มุ่งมั่นในการทำงาน จึงคิดแต่สิ่งที่ยากๆใหญ่ๆ เพราะอยากไปให้ถึง

 
เป้าหมายของชีวิต ความสำคัญในการพัฒนาตนเอง
 
     ช่วงนี้ได้อ่านหนังสือหลาย ๆ เล่ม จะด้วยเหตุบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ทุก ๆ เล่มจะพูดถึงเรื่อง เป้าหมายของชีวิต และ เป้าหมายการทำงาน เป็นสำคัญ ประกอบกับการไป Coaching ในบริษัทต่าง ๆ ที่ทำอยู่ ก็จะเห็นว่า น้อง ๆ หลาย ๆ คน ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว และสามารถทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้นำเป้าหมายของตัวเองมาเขียนให้ชัดเจน เหมือนยังกลัว ๆ อะไรกันอยู่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็สามารถจัดการกับเป้าหมายได้อยู่แล้ว

ถ้ามุ่งมั่นกับมัน คุยไปคุยมาก็พอจะจับประเด็นสำคัญไว้ว่า น้อง ๆ ขาดแรงจูงใจ และยังไม่เห็นคุณค่าในเป้าหมายเหล่านั้นเท่าที่ควร ว่าจะทำให้ตัวเองได้ประโยชน์อะไรบ้าง เลยละเลยมันหรือให้ความสำคัญมันน้อย โดยไม่รู้ตัวเอง ผมจึงได้ให้แนวความคิดและแก้ไขกันใน Class ไปแล้ว จึงอยากมาเล่าให้ฟังบางส่วนว่า ผมแนะนำอะไรไปบ้างนะครับ

ผมเริ่มจาการถามทุก ๆ คนว่า รู้ไหมว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไม่มุ่งมั่นในเป้าหมายเท่าที่ควร ? เป้าหมายนั้นมีค่าสำหรับเราแค่ไหน ? ถ้าทำสำเร็จเราจะได้อะไรบ้าง ? เรารู้สึกอย่างไรกับเป้าหมายเหล่านั้นบ้าง ? ถามคำถามเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้น้อง ๆ เห็นความคิดของตัวเอง สุดท้ายทุกคนก็เข้าใจได้ว่า เพราะทุกคนไม่ได้คิดถึงเป้าหมายเท่าที่ควร จึงไม่เห็นความสำคัญ
ผมได้แนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้เขาฝึกฝนกับการตั้งเป้าหมายต่อไปได้ด้วยตัวเองดังนี้ครับ
"ความฝัน เป็นสิ่งที่ยังไม่ลงมือทำ" ดังนั้นเป้าหมายก็คงเป็นแค่ความฝัน ถ้ายังไม่ลงมือทำเราต้องรู้สึกภูมิใจ, เห็นประโยชน์, ได้คุณค่าหรือมีความสุข เมื่อเป้าหมายนั้นสำเร็จเป้าหมายนั้นต้องได้ถูกประกาศออกไปให้ผู้อื่นได้รับรู้ ไม่ใช่คิดอยู่ในใจคนเดียว เพื่อเป็น Commitment ที่เราให้กับตัวเองและผู้อื่น จะยกเลิกง่าย ๆ ไม่ได้

เป้าหมายนั้นต้องแปลงให้เป็นเป้าหมายย่อย ๆ เพื่อให้เราค่อย ๆ ทำสำเร็จ ทีละเรื่อง ๆ จนถึงเป้าหมายใหญ่ในอนาคต เป้าหมาย ที่ดีต้องมี แผนงาน ที่ทำเป็นขั้นตอนมีทิศทางชัดเจน และมี แผนปฏิบัติ ที่เป็นไปได้ประกอบอยู่ด้วย

เราเดินไปไม่ถึงเป้าหมาย หรือไม่บรรลุผลสำเร็จเท่าที่ควรเพราะความกลัวที่จะล้มเหลว และไม่ค่อยบอกตัวเองว่า ทำได้ จึงรู้สึกว่าเป้าหมายนั้นยาก
ผมได้แนะนำเรื่องประมาณนี้ไปให้น้อง ๆ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดีและยินดีที่จะนำไปฝึกฝนต่อ ๆ ไปครับ

สุภาษิต เติมพลังใจ
วันนี้ขอเสนอ.......ภาษิตสวีเดน
 
" ความกังวลมักจะทำให้สิ่งของขนาดเล็ก มีเงาขนาดใหญ่ "
 
(ที่มา : http://www.nakkhaothai.com/komkid.php?newsid=4&category=9)
คุณรู้สึกอย่างไรกับหัวข้อในภาพ

 
   คุณได้รับอีเมลนี้ เนื่องจากคุณได้สมัครเป็นสมาชิกหรือสมัครรับข่าวสารไว้กับ www.pakornblog.com หรือ www.entraining.net หรือลงทะเบียนเรียนหลักสูตรพัฒนาตนเองต่างๆไว้กับ เอ็นเทรนนิ่ง

   Entraining เรียบเรียงและจัดทำเมลความรู้นี้ โดยเนื้อหาของเมล รวบรวมจากบทความ/แนวคิดจาก อ.ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ ซึ่ง Entraining จัดส่งโดยจิตสาธารณะ เพื่อยังประโยชน์ให้สมาชิกและผู้สนใจได้แนวคิดไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป

คุณจะได้รับอีเมลความรู้ลักษณะนี้เดือนละ 2 ครั้งโดยประมาณ

คลิกที่นี่....ถ้าต้องการเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม