บทความ อบรม สัมมนา
กลับหน้ารวมสาระบทความ
สาระบทความของ EnTraining
โดยอาจารย์ไรย์วินท์ บุญสวัสดิ์

บทความเรื่อง ลงทุนอย่างชาญฉลาดในการพัฒนาทุนมนุษย์ขององค์กรเพื่อการเตรียมความพร้อม
พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส (Part 1)

 
ในเวลานี้ยังไม่มีใครสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนเป็นเอกฉันท์ว่าโลกกำลังจะก้าวพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้ว สัญญาณจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจบางตัวก็บ่งชี้ทิศทางที่ดีว่ากำลังจะหลุดพ้นจากความตกต่ำของเศรษฐกิจแล้ว เช่น อัตราการว่างงานที่ลดลง อัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น การเริ่มฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ อย่างไรก็ตามตัวแปรบางอย่างก็ยังเป็นอุปสรรคที่สำคัญ เช่น ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง รวมทั้งในบางประเทศก็เริ่มมีวิกฤติทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นมาอีก ความเชื่อมั่นว่าโลกกำลังจะหลุดพ้นจากหุบเหวของเศรษฐกิจตกต่ำจึงไม่สามารถจะยืนยันได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ที่สำคัญคือไซเคิลของวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ไม่ใช่รูปตัววีอย่างแน่นอน แต่เป็นรูปตัวยูอยู่ที่ว่าฐานตัวยูจะกว้างเพียงใดเท่านั้น ก็ได้แต่ตั้งความหวังว่าปัจจัยตัวแปรทางเศรษฐกิจต่างๆจะเข้าสู่สถานะส่งเสริมเศรษฐกิจมหภาค โดยเร็วเพื่อให้ฐานตัวยูแคบที่สุดที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามในฐานะนักบริหารและผู้ประกอบการ ณ เวลานี้สิ่งที่ควรกระทำคือการวางแผนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรของตนเพื่อ เตรียมพร้อมให้สามารถขับเคลื่อนองค์อย่างมีประสิทธิผลในช่วงเศรษฐกิจฟิ้นตัว
แม้ว่าผมจะเชิญชวนให้ท่านนักบริหารมองไปข้างหน้า แต่หลายต่อหลายองค์กรก็ยังคงฝังใจจากบาดแผลที่ได้รับและพะวงอยู่กับสถานะการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผมก็เข้าใจดีในสิ่งที่ท่านเหล่านั้นเป็นกังวลเพราะแม้ว่าจะมีความหวังว่าอนาคตข้างหน้าจะ ดีแต่ความเป็นจริงคือเรากำลังอยู่ในปัจจุบันที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บ่อยครั้งในวงสนทนาระหว่างช่วงพักของการฝึกอบรมหรือการให้คำปรึกษา ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเหล่านั้นมักจะขอให้ผมช่วยให้แนวทางหรือชี้แนะว่าเขาควร จะทำอย่างไรหรือทำอะไรบ้างเพื่อให้องค์กรอยู่รอดในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งมักจะเป็นคำถามสุดฮิต 2-3 คำถามที่ว่า "จะนำพานาวาองค์กรให้รอดพ้นวิกฤติและเติบโตก้าวหน้าต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร" "นาทีนี้จะช่วยองค์กรให้รอดจากการต้องหยุดกิจการหรือปิดตัวลงได้อย่างไร" และ "จะลดต้นทุนกันอย่างไรให้องค์กรยังพอประคองตัวให้ถึงวันหน้าฟ้าใหม่เศรษฐกิจขาขึ้น"
ซึ่งหลายๆองค์กร(ส่วนใหญ่)มองเห็นที่พึ่งสุดท้ายและมักเลือกใช้เป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดในการช่วยให้อยู่รอด มาตรการที่กล่าวถึงนี้ เชื่อว่าท่านนักบริหารที่อ่านบทความนี้คงเดาได้ไม่ยากหรืออาจจะเป็นสิ่งที่กำลังคิดพิจารณาจะลงมือกระทำกับกิจการของตน ถูกต้องแล้วครับมาตรการนั้นคือ "การปรับลดบุคลากรและขนาดขององค์กร" หรือภาษาการบริหารจัดการเรียกกันว่า "Down Sizing" หรือในขั้นปราณีเพื่อมนุษยธรรมเห็นแก่พนักงานตาดำๆ ก็แค่ให้ลดชั่วโมงการทำงานลงหรือยกเลิกการทำงานล่วงเวลา ซึ่งมาตรการนี้ต้องยอมรับว่ามันได้ผลในการลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรอย่างรวดเร็ว แต่มันมีผลข้างเคียงที่ไม่ดีเลยแม้ว่าจะช่วยต่อลมหายใจให้กับองค์กรได้ก็ตามแต่องค์กรที่ทำเช่่นนี้ก็ต้องทำใจยอมแลก กับผลกระทบในทางลบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรในระยะยาว ผมไม่ได้สรุปว่าห้ามท่านนักบริการหรือผู้ประกอบการนำมาตรการนี้มาใช้นะครับแต่ถ้าจะใช้ต้องใช้อย่างมีกลยุทธ์ด้วย ต้องทำให้ถูกต้องและผสมผสานเสริมด้วยมาตรการบางอย่างเข้าไปเพิ่มเติม ในเมื่อจะตัดค่าใช้จ่ายในด้านบุคลากรแล้วก็ต้องลงทุนเพิ่มเติมในด้านบุคลากรด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นแบบ Win-Win คำถามที่สำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงอยากรู้คำตอบและนักบริหารทรัพยากรบุคคลต้องตอบ คือ จะลดบุคลากรอย่างไรที่จะไม่กระทบกับงาน ใครที่ควรไปและควรรักษาใครไว้แล้วจะลงทุนในบุคลากรอย่างไรจึงจะคุ้มค่าและมีประสิทธิผลที่สุด จะใช้หรือประยุกต์กรอบหลักการใดในการบริการจัดการเป็นแนวทางปฏิบัติ ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อในบทความตอนต่อไปครับ
 
 
 
ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ผ่าน Facebook ได้แล้วที่นี่
 
 
Copyright @2011. All Rights Reserved. Enmark Solution Company Limited.
112 ซ.รามคำแหง 30/1 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
|