ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

หน้าแรก / ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

Empathic Communication for Teamwork

กระบวนการ ฟาโค้ช ตัวผมเองได้เคยผ่านการเรียนรู้กับโค้ชเอมาหนึ่งครั้ง ในครั้งนั้นทำให้ผมเห็น ผลสำเร็จในความแตกต่างของกระบวนการทั่วไป ซึ่งนัั่นสำหรับผมก็เพียงพอแล้ว ในฐานะผู้เข้าร่วมเรียนรู้คนนึง มาครั้งนี้ ได้มาเป็นผู้ชมการเดินกระบวนการ ทำให้ได้เห็นอีกมุมมองที่ชัดเจนมากขึ้นของ ฟาโค้ช กระบวนการที่เข้าถึงได้ง่ายมากๆ แต่สำหรับผมที่มีประสบการณ์ด้านการเป็นวิทยากรมาพอสมควร บอกเลยว่ากระบวนการฟาโค้ชนี้ มันท้าทายมากเช่นเดียวกัน การเริ่มต้นด้วยการสร้างความคุ้นเคยของผู้สอนกับผู้เรียน ด้วยวิธีการถามตอบ แบบที่เชื่อมั่นในความรู้สึกของผู้เรียนมากๆ คือจุดเด่นของกระบวนการนี้ครับ ตลอดทั้งการเรียนรู้ ทำให้ผมเห็นได้ว่า การให้ความสำคัญกับความคิดและความรู้สึกของผู้เรียนแบบ100% นั้นดียังไง นี่คงเป็นวิทยากรที่พูดน้อยที่สุดแล้ว ที่ผมเคยเจอมาครับ ทั้งกระบวนการ มีแต่การตั้งคำถามให้ผู้เรียนตอบ ทั้งนั้นเลยครับ ดังนั้นความสำคัญของการเรียนรู้แบบนี้คือ ความคิดและความรู้สึกของผู้เรียน กิจกรรมที่ออกแบบมา ก็สามารถตรึงผู้เรียนให้อยู่กับตัวเองได้เป็นอย่างดี แบบที่ผมยังงงอยู่ว่า ผู้เรียนเข้าถึงกิจกรรมอย่างกลมกลืนขนาดนี้ได้ยังไง การเข้าถึงผู้เรียนแบบ ทั่วถึงคือเสน่ห์อีกอย่างของโค้ชเอครับ เดินไปคุยทุกโต๊ะ สอบถามทุกคน มองข้างนอกเหมือนคลาสนี้มันเงียบแปลกๆ แต่ที่จริงแล้วโค้ชเอใส่ใจความรู้สึกของผู้เรียนทุกคนอย่างแท้จริงครับ บางคำถามที่นั่งฟัง ผมรู้สึกว่าทรงพลังมาก เป็นคำถามที่ตัวผมเองยังไม่กล้าถาม ในตอนที่เป็นวิทยากร แต่โค้ชเอก็ถามแบบไม่คิดอะไร เดาว่าเพราะเป้าหมายของโค้ชเอ คือผู้เรียนไม่ใช่ตัวเอง เลยถามได้แบบชิลมากๆ นับถือจริงๆ สุดท้าย คำตอบของทุกคน กับคำถามที่โค้ชเอ ถามเป็นคำถามสุดท้าย ได้เรียนรู้อะไร จากการทำกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นแนวทางการสื่อสารที่แต่ละคนมองเป็นในรูปแบบของตัวเอง นำไปใช้ด้วยตัวเอง และอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองอย่างแท้จริงครับ

Empathic Communication for Teamwork ด้วย Facilitative Coach

ไม่ต้องถามเรื่องความตื่นเต้น ความตื่นเต้นทำให้เราเตรียมตัว การเตรียมกระบวนการอย่างโดยการทดลองกับตัวเอง มันสร้างพลังความจริงในสิ่งที่เรานำมาใช้ กระบวนการคือ map สิ่งแวดล้อม คือ territory เรามาทางให้เดิน แต่ระหว่างทางมีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกิดขึ้น เสบียงที่พกมา ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่เต็มประสิทธิภาพบ้าง ทำให้เราได้เรียนรู้ในการเดินทางครั้งต่อไป ความสวยงาม สนุกสนานระหว่างทาง มีมากจนง่ายที่จะหลงชื่นชมจนลืมเป้าหมายการเดินทาง หากแต่เรามุ่งมั่นไปให้ถึงเป้าหมายการเดินทาง แวะนู่นนิด นี่หน่อย จอดพักเล็กน้อย แล้วเดี๋ยวไปเร่งทีหลัง ก็จะสร้างความสุข และสามารถไปถึงเป้าหมายได้พร้อมๆกัน บทเรียนที่ได้มา มีรายละเอียดเยอะมากๆ ตลอดเวลา 2 วันนี้ ความสุขคือการได้เห็นผู้เรียนตระหนักรู้และมีประกายในแววตา ที่จะสามารถนำสิ่งที่ได้ไปใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง

คุณค่าและจุดเด่นที่เป็นคุณลักษณะแต่ละบุคคล

คุณค่า...เป็นสิ่งที่แต่ละบุคคลให้ความสำคัญในการปฏิบัติตัวต่อเหตุการณ์/สถานการณ์ที่เขาเผชิญจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความคิด (Mindset) โดยสังเกตได้จากพฤติกรรม (Behavior) ที่แสดงออกมา จุดเด่น...ของแต่ละคน เป็นความสามารถที่เขาใช้ในการปฏิบัติเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนบรรลุตามเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ (Performance) ที่ต้องการ 4 Brain เป็นเครื่องมือที่ใช้แบ่งคุณลักษณะของคนตามหลักการสมองสี่ส่วน (หน้า-หลัง , ซ้าย-ขวา) ซึ่งแต่ละส่วนมีจุดเด่นเฉพาะด้านที่ค่อนข้างชัดเจน และหากเราเรียนรู้คุณค่าที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้คนๆนั้นหยิบจุดเด่นต่างๆออกมาใช้ จะช่วยให้เข้าใจที่มาของพฤติกรรมจากกรอบความคิดและวิธีการที่เขาเลือกใช้ได้ละเอียดมากขึ้นเช่น สมองสีน้ำเงิน ... ค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์เชิงเหตุและผลอันจะนำไปสู่แนวทางพิชิตเป้าหมายได้ สมองสีน้ำเงินจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเป้าหมายมีความสำคัญ ทำให้เกิดความมุ่งมั่น ที่อยากเอาชนะ(ตัวเอง-คู่แข่ง) จนพยายามค้นหา สำรวจข้อมูลที่เชื่อมั่นได้ว่าแนวทางนี้จะบรรลุเป้าหมายได้ สมองสีเขียว ... เลือกใช้รูปแบบ ขั้นตอน และแผนงานเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามมาตรฐานที่ตั้งใจ สมองสีเขียวจึงให้ความสำคัญที่ประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เขาจะกำหนดกรอบ แนวทางด้วยความรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้อื่นจะปฏิบัติตามกรอบแนวทางนี้ #หมายเหตุ ตัวอย่างดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองศึกษา ค้นคว้าจากการสังเกตพฤติกรรมและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันจากคนแต่ละสี เพื่อเข้าใจความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล และใช้กระบวนการโค้ชให้ผู้อื่นเข้าใจตัวตนขตัวเองมากขึ้นครับ

การโค้ชสำหรับผู้บริหาร

วันนี้สอนการโค้ชที่นี่ 2 วันครับ ความฝัน อยากเป็นโค้ชมืออาชีพที่มีคุณภาพ สามารถทำให้โค้ชชี่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง...ต้องขยันสอนการโค้ชให้เยอะๆครับ การสอนการโค้ชทุกครั้ง...เป็นการทำวิจัย "การโค้ชสำหรับผู้บริหาร" ไปด้วยในตัวครับ...เพราะผู้เรียนจะแลกเปลี่ยนแนวความคิดและสิ่งที่ได้เรียนรู้...ทำให้ผลวิจัยเป็นสถานการณ์จริงๆครับ การสอนโค้ชเชิงปฏิบัติการโค้ชจริง...เสริมทักษะการโค้ชให้ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น...ทำให้เห็นเทคนิคที่จะช่วยพัฒนาการโค้ชให้ผู้เรียนมากยิ่งขึ้นทุกครั้งครับ ผมตั้งใจ ทำให้การโค้ชเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ได้จริงครับ

การประยุกต์ใช้การโค้ชกับบทบาท HRD

การประยุกต์ใช้การโค้ชกับบทบาท HRD การสอนให้ผู้เรียนเข้าใจ "กรอบความคิดการเป็นโค้ชและทักษะการโค้ช" ภายในเวลา 1 วัน...มีความท้าทายมากครับ การสอนทักษะการโค้ชเชิงปฏิบัติการโค้ชให้ดูใน Class พร้อมการถอดบทเรียนเนื้อหาต่างๆ....เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแยกความแตกต่างของ Coach V.S. Helper ได้ด้วยตัวเอง...ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ดีใจที่ผู้เรียนชอบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการโค้ชจริง...ทำให้การโค้ชเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ภายในเวลาจำกัดได้ ทุกคนตั้งใจนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปฝึกฝนต่อไป...ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการนำการโค้ชไปประยุกต์ใช้นะครับ

โปรแกรมวิทยากรมืออาชีพ

วันนี้หลายคนได้ลองสอนด้วยแนว Training and Group Coaching กันครับ หลังจากนี้ ทุกคนต้องเตรียมตัวไป Co-Coach ในการสอนจริง เพื่อศึกษา กระบวนการสอนที่หลักการเชื่อมโยงเนื้อหา เทคนิคการใช้คำถามชวนคิดใน Class การตอบคำถามผู้เรียนด้วยหลักการและกระบวนการ การ Role Playing เพื่อให่ผู้เรียนเห็นกระบวนการ เรียนจบช่วงที่ 1 แล้วเรียนรู้กับการสอนจริง เพื่อมาต่อยอดอีกครั้งในการเรียนช่วงที่ 2 กันครับ สิ่งที่ต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมายครับ เพราะต้องการให้วิทยากรได้เห็นรายละเอียดของการสอนครับ

เพิ่มจิตสำนึกรับผิดชอบ

วัตถุประสงค์ของการใช้...เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตัวเองบนหมวกที่กำลังสวมใส่เชิงลึกมากขึ้นว่า หมวกที่ใกล้เคียงกับตัวเขาเองมากที่สุด เมื่อใส่แล้วรู้สึกว่าความคิดนั้น เขากำลังใช้รูปแบบการคิดที่เป็นตัวตนที่แท้จริง แต่ละพฤติกรรมหรือคำพูดก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามหมวกที่สลับไป...แสดงว่าเขาสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการคิดได้ เมื่อรูปแบบการคิดเปลี่ยน...คำพูดหรือพฤติกรรมก็จะเปลี่ยนแปลงตาม โดยไม่ยึดติดกับความเป็นตัวตนเสมอไป ซึ่งหลักการของหมวกดังกล่าวมาประยุกต์กับการเพิ่มจิตสำนึกรับผิดชอบโดย ผู้เรียนมีเทคนิคการสร้างการตระหนักรู้ว่า การยึดถือเฉพาะหมวกที่ถนัด(ความเป็นตัวตน) ซึ่งไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ตอนนั้น หากเขาไม่เปลี่ยนหมวก และเลือกที่จะเพิกเฉย...ทำให้"ขาดความรับผิดชอบ" กับเรื่องนั้น หากเขายอมเปลี่ยนหมวกเนื่องจากมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก(ทั้งที่เกิดและยังไม่เกิดขึ้น)มากระตุ้น...อาจทำให้เขา"จำเป็นต้องรับผิดชอบ" หากเขายินดีเปลี่ยนหมวกให้สอดคล้องกับสถานการณ์เนื่องจากมองเห็นผลกระทบเชิงบวกที่จะได้รับ...ทำให้เขา"อยากรับผิดชอบ" และหากเขาสามารถตระหนักรู้ด้วยตัวเองว่าเหตุการณ์นี้หากเลือกใช้หมวกหลายๆใบ จะช่วยเพิ่มโอกาสบรรลุเป้าหมายดียิ่งขึ้น ...เขาจึง"ต้องการรับผิดชอบ" การเข้าใจหลักการของเครื่องมือบริหารงาน (Solution Tools) ที่แก่นเชิงลึก ทำให้วิทยากร&โค้ชมีความหลากหลายกับการช่วยผู้อื่นสร้างการตระหนักรู้มากขึ้นครับ

การบริหารความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล

วัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้เพื่อให้ผู้เรียนกล้าเผชิญความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและบริหารจัดการโดยคำนึงถึงเป้าหมายและความสัมพันธ์ควบคู่กัน การเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของบุคคลคือคีย์สำคัญพื้นฐานที่จะช่วยให้เราบริหารจัดการความขัดแย้งได้ดี หากเราเข้าใจได้ว่า...ความขัดแย้งนี้เกิดจากวิธีคิดหรือวิธีการที่มาจาก ความเชื่อที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ค่านิยม/อุปนิสัยส่วนตัวที่แตกต่างกัน บทบาทหน้าที่ที่เป็นอยู่ ณ ตอนนั้น ข้อจำกัดต่างๆที่แต่ละฝ่ายเผชิญ เพื่อนำไปสู่การสนทนาใหม่โดยปรับเปลี่ยนวิธีการพูดคุยหรือแนวทางที่สอดคล้องกับคู่สนทนา ...แล้วจึงมากำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องร่วมกันใหม่

เทคนิคการสร้างเครื่องมือประกอบการสอน

เติมเต็ม..."เทคนิคการสร้างเครื่องมือประกอบการสอน" ...เรียบร้อยกันแล้ว ครั้งหน้านำเนื้อหาหลักสูตรของตัวเอง มาดำเนินการสอนด้วยแนว Training and Group Coaching กันครับ... วันนี้ทุกคนสนุกกับการเรียนรู้เรื่อง "Story Coaching" กันมาก...เพราะเป็นการใช้ เรื่องเล่า (Story Telling) เดิมๆ มาใช้หลักการโค้ชเพิ่มเติมระหว่างการเล่าเรื่อง...ทำให้ผู้ฟังหยิบเรื่องเล่าไปเชื่อมโยงเรื่องของตัวเองได้ทันที พบกันอีกครั้งสัปดาห์หน้าครับ

บทบาทโค้ชและพี่เลี้ยง

ผู้เรียนได้แนวทางที่จะนำไปประยุกต์ใช้ด้วยตัวเอง ดีใจที่หัวหน้างานให้ความสำคัญกับ "การฟัง" เพื่อให้เข้าใจทีมงานมากขึ้น ผู้เรียนตระหนักรู้ "บทบาทโค้ช&พี่เลี้ยง" ของตัวเองชัดเจนขึ้น และตั้งใจนำทักษะการโค้ช ไปฝึกฝนเพิ่มเติม...หลังจากที่ดูการโค้ชใน Class และฝึกปฏิบัติการโค้ชด้วยตัวเองแล้ว การเรียนรู้และเห็น "รายละเอียดการโค้ชที่ถูกต้องตามหลักการโค้ช" ช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนเห็นจังหวะการใช้คำถามต่างๆ ตามจังหวะการโค้ชอย่างชัดเจน ทุกคนได้เขียน "สิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ(การบ้าน)" ด้วยตัวเอง...และยินดีให้ติดตามผลลัพธ์ของการนำไปใช้จริง...เพราะเป็นเรื่องที่ผู้เรียนยืนยันด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ

สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบและการเป็นเจ้าขององค์กร

ครั้งนี้ ผมชวนผู้เรียนคิดถึงจิตสำนึกรับผิดชอบ ให้เห็นว่าจริงๆแล้วทุกๆคนต่างก็มีจิตสำนึกรับผิดชอบกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่ทำงานอยู่ จะมีสิ่งที่เข้ามากระทบหรือรบกวน ทำให้ไม่สามารถอยู่กับจิตสำนึกรับผิดชอบได้ตลอดเวลา ด้วยกระบวนการ Training and Group Coaching ทำให้ผู้เรียน มองเห็นตัวเอง ยอมรับตัวเอง และอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ชวนผู้เรียนให้ทำความเข้าใจการทำงานของตนเอง กับสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบ และเลือกใช้เครื่องมือเพื่อบริหารจัดการ สิ่งเหล่านั้นในรูปแบบของตนเอง แถมด้วยกิจกรรมในรุปแบบของ Powerful Game Coaching ที่เชื่อมโยงกับจิตสำนึกรับผิดชอบ คือ กิจกรรม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ให้สนุกสนานและครอบคลุมเนื้อหา ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็น ผู้เรียนสามารถสร้างแนวทางการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเองครับ การที่ผู้เรียนได้นึกถึงเรื่องของตัวเองอยู่เสมอ คือเป้าหมายของผมครับ

สร้างคุณค่าหัวใจบริการด้วยตัวเอง

วันนี้ได้รับเกียรติจากทาง บจก.ไซแอนติฟิค โปรโมชั่น ให้มาบรรยายในหลักสูตร สร้างคุณค่าหัวใจบริการด้วยตัวเอง (Service mind value) ในช่วงเช้า เป็นเรื่องของ Value ซึ่งเป็นโจทย์ที่แข็งพอตัวค่ะ จากการใช้ process Training and Group Coaching ทำให้ผู้เรียนรู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให็รู้ว่า วันนี้ หากมีเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด ตระหนักรู้ได้ว่า เหตุการณ์นั้นอาจขัดกับ Value ในตัวเรา ตระหนักรู้ ช่วงที่ 2 Service mindset ผู้เรียนทุกคนมี Mindset ที่ดีในการให้บริการ เพียงแต่ว่ามีสิ่งเร้าบางอย่างทำให้เผลอหงุดหงิด หากเราตระหนักรู้เร็ว เปลี่ยนจุดจดจ่อจากเหตุการณ์เป็น objective และเข้าใจว่าบทบาทของเรา ณ เวลานั้น ลูกค้ามองเราในฐานะผู้ให้บริการ ผู้เรียนจะสามารถปรับ Response จากอารมณ์เชิงลบ เป็นเหตุผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วงที่ 3 เรื่องการบริหารความขัดแย้ง == ผู้เรียนแสดงละครสวมบทบาท Before:After โดยใช้หลักการต่างๆในเนื้อหามาเชื่อมโยง ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้จากการวิเคราะห์สถานการณ์ และสามารถหยิบเครื่องมือมาออกแบบแนวทางใหม่ๆ ด้วยตัวผู้เรียนเองค่ะ วันนี้ เป็นคลาสที่ท้าทาย 2 เรื่องด้วยกัน คือ การจัดการความเงียบในคลาส และ การดึงพลังของตัวเองในสภาพร่างกายที่ไม่ไหวอย่างรุนแรง แต่สามารถเอาชนะได้ทั้ง 2 เรื่องค่ะ

Coach Your Health

เป็นอีกครั้งที่ผลลัพธ์หลังการอบรมทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะครั้งนี้ไม่มีเวลาพอให้ทุกคนเขียนการบ้านในห้องเรียน เนื่องจากหลายคนต้องยินกลับต่างจังหวัด แต่สุดท้ายหลังกลับไปแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ของกระบวนการ ความท้าทายในการอบรมคือ ทำอย่างไรจะทำให้เรื่องสุขภาพที่เป็นเรื่องที่ผู้เข้าอบรมมีความรู้เป็นอย่างดี กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนจะกลับไปตะหนัก ให้ความสำคัญ และจะนำไปใช้จริง ด้วยกระบวนการ Training and Group Coaching จึงเปิดโอกาสให้ผู้เรียน อยู่กับเรื่องของตนเองตลอดทั้งวัน ค่อยๆ เห็น ค่อยๆ ยอมรับ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน ด้วยการเข้าใจกลไกสมอง ที่สร้างหลุมพรางให้กับตัวเราเอง สุดท้าย การประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ เกิดจากตัวกระบวนการและตัวผู้เรียนเอง วิทยากรเป็นเพียงกระจกสะท้อนให้เห็น เราคงบอกให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ แต่เราทำให้เขามองเห็น ยอมรับ และอยากเปลี่ยนได้ คือความตั้งใจในการพัฒนากระบวนการของตัวเองครับ

Proactive Working Mindset

Proactive Working Mindset ส่วนตัวชอบสอนหลักสูตรแนวนี้เป็นพิเศษครับ เพราะสามารถทำให้ผู้เรียนสร้าง Growth Mindset ของตัวเองได้อย่างมีเหตุผล การเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดได้ด้วยตัวเอง ทำให้ปรับเปลี่ยน Mindset ของตัวเองได้ โดยไม่ต้องบังคับครับ Growth Mindset

ทักษะของผู้นำ 360 องศา

วันนี้ผู้เรียนได้แนวทางเพิ่มการตระหนักรู้จิตสำนึกรับผิดชอบ ผ่านการทำ Roleplay ของโค้ชและการทำกรณีศึกษาด้วยทักษะที่ได้เรียนรู้ "ทักษะของผู้นำ 360องศา...การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ" Before : "เอาแต่เร่งๆๆ อยากได้เร็วก็มาทำเองละกัน" After : " ผมติดงานด่วนจริงๆหากงานนี้ไม่เร่ง ผมขอจัดการให้ตอนบ่ายโมง มีผลกระทบอะไรไหม ??" Before : "งานนี้ยาก..ผมคงทำไม่ได้หรอก ผมกลัวทำผิด พี่ให้คนอื่นทำเถอะ " After : "งานนี้ยากกว่าที่ผมเคยทำมา พี่มีคำแนะนำอะไรบ้างครับหากผมอยากเริ่มต้นทำงานนี้" "ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ...เพื่อดำเนินงานที่รับผิดชอบให้สำเร็จและช่วยให้บุคคลอื่นสำเร็จด้วยเช่นกัน Before : "เบิกของแต่ละครั้งทำไมต้องยุ่งยากจัง แทนที่จะได้ของไวๆและรีบทำส่งให้จบๆไป" After : "เขียนใบเบิกให้ถูกต้องตามข้อหนดการเบิก จะได้ไม่เกิดข้อขัดแย้งให้เสียเวลาการส่งของๆเรา และเขาจะได้ทำงานได้ง่ายด้วย" Before : "พี่ครับ...ปัญหานี้จะแก้อย่างไรดี (ทำตามที่พี่บอกดีกว่า จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์) After : "พี่ครับ...ผมจะแก้แบบนี้ และผมประเมินแล้วว่าผลกระทบมีน้อยมาก พี่เห็นด้วยไหมครับ" "ทักษะการสื่อสารสร้างสัมพันธ์" เพื่อให้ได้ทั้งงานที่สำเร็จและความเข้าใจ Before : "ลูกค้าเร่งให้รีบส่ง..ถ้าคุณไม่เสร็จ ก็ไปตอบลูกค้าเองนะ" After : "ลูกค้าเร่ง..แต่ผมเห็นแล้วว่าคุณพยายามรักษาเวลา อยากให้ผมแจ้งอะไรลค.ไหม เพื่อให้คุณลุยได้เต็มที่" เมื่อกรอบความคิดเรื่องความรับผิดชอบเปลี่ยนแปลง ความคิด มุมมอง หรือภาษาที่ใช้ (Response) ก็เปลี่ยนแปลงอันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ (Outcome) ใหม่ด้วยเช่นกันครับ

สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับจิตสำนึกรับผิดชอบ

วันนี้กลับมาอยู่กลับรุ่นที่สองของโปรแกรม สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับจิตสำนึกรับผิดชอบ ผมเลือกใช้คำว่า "ตระหนักรู้" เนื่องจาก "สมมติฐาน" บนกรอบความคิดของการสอน Training and Group Coaching ของผม เชื่อว่าผู้เรียนทุกคนมี"ความรับผิดชอบ" ซึ่งเป็นคุณค่าส่วนตัว (Personal Value) อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ (Event) ต่างๆ ที่เคยเขาเผชิญ เขาเลือกหยิบคุณค่า "ความรับผิดชอบ" ออกมาใช้อย่างไร ?? กระบวนการ Training and Group Coaching ช่วยให้ผู้เรียนตระหนักรู้ Event ที่เขาได้ใช้คุณค่า"ความรับผิดชอบ" เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า"ตัวเขามีความรับผิดชอบ" แต่หลุมพรางหรือกรอบความคิดเชิงลบบางอย่างทำให้เขาลืมใช้กับเหตุการณ์นั้น ผลลัพธ์ (Outcome) จึงยังไม่ได้ตามที่เขา คนรอบตัวเขา หรือ องค์กรตั้งเป้าไว้ รอช่วงพิสูจน์ผลลัพธ์ช่วงเย็นนี้ครับว่าสมมติฐานผมเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

การโค้ชคุณค่าและจุดแข็ง

ผู้นำ 8 แบบ กับการโค้ชคุณค่าและจุดแข็ง วันที่ 2 คุณค่าของผู้นำแต่ละแบบ สะท้อนความเป็นตัวตน...ทำให้เข้าใจคุณค่าของผู้อื่นที่แสดงออกมาเช่นเดียวกัน การโค้ชที่คุณค่า เพื่อให้โค้ชชี่นำไปใช้สร้างเป็นจุดแข็งของตัวเอง...สร้างผลลัพธ์ของงานอย่างมีสมดุลในชีวิต ดีใจที่ผู้เรียนจะนำการโค้ชคุณค่าและจุดแข็งไปใช้กับทีมงาน รู้จักคุณค่าในตัวเอง สร้างจุดแข็งด้วยคุณค่าของตัวเอง เข้าใจคุณค่าในตัวทีมงาน ทำให้เขาเลือกใช้คุณค่าที่เป็นจุดแข็ง นำจุดแข็งมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ทีต้องการ การโค้ชคุณค่า เริ่มต้นที่การฟังอย่างมีคุณค่า ดึงคุณค่าที่ดี สร้างแนวทางสู่ความมั่นใจในตัวเอง...ตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง ด้วยกระบวนการโค้ชที่ชัดเจน

ทักษะการเขียน Mind Map

จบลงไปทั้งสองรุ่นสำหรับการคิดและการเขียนMind Mapเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน กระบวนการพาผู้เรียนเดินทางแต่ละช่วงของเนื้อหาเริ่มจาก Training and Group Coaching ด้วยหลักการของสมองซีกซ้าย&ขวา เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความเหมือนและความต่างของการคิดแต่ละแบบ แล้วตระหนักรู้การใช้สมองในการคิดของตัวเอง "Why What .. Mind Map " หลักการ & ทฤษฎีเพื่อให้ผู้เรียนได้มีResources เกี่ยวกับMind Map และจูงใจให้อยากนำมาใช้โดยการมองเห็นความสำคัญของการใช้ Mind Map กับการทำงาน How .. Mind Map .. ขั้นตอนการเขียนMind Map โดยผสมผสานกับหลักการคิดแนวลึก(สมองตรรกะ) และแนวกว้าง(สมองสร้างสรรค์) Solution Coaching .. ด้วยWorkshop#1 ให้ผู้เรียนเริ่มเขียน Mind Map ด้วยเรื่องที่ง่ายที่สุดคือเกี่ยวกับตัวเอง ..วัตถุประสงค์คือให้เรียนรู้รูปแบบคิดของตัวเองผ่านการใช้เครื่องมือ Training and Group Coaching ต่อยอดทักษะการคิดของผู้เรียนที่มีอยู่แล้วให้หลากหลาย แม่นยำในการคิดแต่ละแบบมากขึ้นด้วยการคิดเชิงแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การคิดกลยุทธ์ การคิดเชิงระบบ Solution Coaching ... ด้วยอีก 2Workshop เพื่อฝึกประยุกต์ใช้Mind Mapกับสถานการณ์จริงทันที ทั้งการวางแผนสู่เป้าหมายและการแก้ปัญหา&ตัดสินใจ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นในการนำไปใช้ และได้สัมผัสความแตกต่างของการเขียนอีกระดับเมื่อมีการBrain Stroming จากหลายๆคนมาช่วยคิด ยิ่งสอน ยิ่งเพิ่มความละเอียดทั้ง การเข้าใจหลักทฤษฎี Mind Mapเชิงลึก และละเอียดในกระบวน Training and Group Coaching ในการพาผู้เรียนค่อยๆเพิ่ม Resources เกี่ยวกับ Mind Map ไปทีละStepโดยไม่กังวลกับการเรียนรู้ของตัวเอง