ความสัมพันธ์ของสมองกับคำมั่นสัญญา

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / หมวด การปลุกสมองสร้างผลงาน / ความสัมพันธ์ของสมองกับคำมั่นสัญญา

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     22 เมษายน 2562     631     0

เราเป็นคนรักษาคำมั่นสัญญาได้ดีแค่ไหนครับ มีกี่ครั้งแล้วที่เราสัญญากับตัวเองว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเราเองให้ดีขึ้น มีกี่หนที่เราสัญญากับตัวเราเองว่าเราจะไม่เป็นคนเดิม แล้วในเวลาไม่นานหลายๆ คำสัญญาเหล่านั้นก็มลายหายไปในอากาศ พร้อมๆ กับตัวเราที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เราเคยถามตัวเองไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร

นอกจากเรื่องของการตั้งเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน เป้าหมายที่ไม่ท้าทาย และไม่สร้างแรงจูงใจแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งของความล้มเหลว ก็อาจเป็นเพราะเราได้แต่เก็บคำสัญญานั้นไว้กับตัวเอง เพราะถ้าเราลองได้ให้คำสัญญานั้นกับใครบางคนได้รู้ เราอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเราเองได้ดีขึ้นก็ได้ แปลกไหมครับที่เรามักสามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่นๆ ได้ดีกว่า การให้สัญญากับตัวเราเอง เราเคร่งครัดกับสิ่งที่สัญญากับคนอื่นๆ แล้วมักหย่อนยานกับคำสัญญาของตนเอง เราเคยเป็นแบบนี้กันบ้างไหม

เราจึงเห็นว่านักสร้างแรงบันดาลใจบางท่าน จะบอกให้เราประกาศเป้าหมายของเราให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ แล้วเราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในเป้าหมายของเรามากขึ้น แต่ถ้าสังเกตดูให้ดี ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไปสัญญากับใครต่อใครก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกันนะครับ ต่อให้เราไปให้คำสัญญากับใครต่อใครมากมายแค่ไหน ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง เราจะเดินสู่เป้าหมาย กี่ครั้งกี่หนก็ตาม ก็ยังอาจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้อยู่ดี การให้คำสัญญากับคนหมู่มาก ก็อาจประสบความสำเร็จได้ไม่เท่ากับการให้คำสัญญากับคนๆ เดียว แต่ขอให้ค

นๆ นั้น เป็นคนที่เราให้ความนับถือ เชื่อใจ และศรัทธาอย่างที่สุดเท่านั้นก็พอ ส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ สมองของเรา กลัวการสูญเสียความสัมพันธ์ (Relation) กลัวการสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ จากคนที่เราให้คุณค่าต่อระดับความสัมพันธ์ที่สูงกว่าคนอื่นมากๆ กลัวว่าระดับความสัมพันธ์ของเราและเขาคนนั้นจะลดลง หากไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นแรงขับชั้นดีตัวหนึ่งในการที่เราจะเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้ได้เป้าหมายที่ต้องการ ความสัมพันธ์ของสมองกับคำมั่นสัญญา

สำหรับสมอง การผิดสัญญาต่อคนๆ นั้น ย่อมทำให้เราเกิดความรู้สึกในเชิงลบ ทำให้เราไม่ยอมผิดคำสัญญาง่ายๆ เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่กับตัวเองขึ้นมาทันที แม้จะเจออุปสรรค สมองเราก็จะต้องใช้ศักยภาพของเรา ค้นหาวิธีการอื่นๆ ที่จะยังสามารถทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ สำหรับสมอง การรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้ได้ ก็ทำให้เกิดแรงเสริมในเชิงบวก ทำให้สมองของเรารู้สึกดี มีความสุข มีกำลังใจที่จะได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อไปได้เรื่อยๆ

แล้วถ้าเราอยากจะสัญญากับใครสักคน แล้วทำให้เราไม่กล้าบิดพลิ้ว จนกว่าจะถึงเป้าหมาย เราเลือกจะสัญญากับใคร แล้วภายในองค์กรของเรา มีคนแบบนั้นอยู่บ้างหรือไม่

ในการทำงาน ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานของเรายอมทำงานตามเป้าหมาย ทำตามตามแผนการที่สัญญากับเราไว้ ก็คือระดับของความสัมพันธ์ของเรากับคนๆ นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเขาให้ความสำคัญและให้ความศรัทธาต่อตัวเรามากน้อยแค่ไหน

เราเป็นผู้นำที่ลูกน้องพร้อมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทำตามคำสัญญา เพียงเพื่อแลกกับคำชื่นชมและการยอมรับจากเรา หรือเป็นเพียงหัวหน้าที่ลูกน้องพร้อมจะผิดสัญญาทุกเมื่อ แล้วหาข้ออ้าง ข้อแก้ตัว มาบอกกับเราเพื่อเอาตัวรอด บางทีนอกจากทัศนคติของลูกน้องของเราที่จะต้องแก้ไขแล้ว คิดว่าในแง่ของความสัมพันธ์ในทีม ตัวเราสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง บางทีแค่การไปสังสรรค์เฮฮากัน ให้เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังอาจเป็นความสัมพันธ์ ที่สร้างแรงจูงใจได้ไม่มากพอที่เขาจะยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อเรา

เราต้องทำอย่างไรในการจะยกระดับความสัมพันธ์ให้สูงมากขึ้น ที่จะเปลี่ยนจากความรู้สึกไม่ดีต่อกัน ให้กลายเป็นความรู้สึกที่ดี ที่จะเปลี่ยนจากความรู้สึกที่ดี ให้กลายเป็นความรู้สึกเคารพ ที่จะเปลี่ยนจากความเคารพ ให้กลายเป็นความรู้สึกศรัทธา เพราะยิ่งระดับความสัมพันธ์สูงมากแค่ไหน โอกาสผิดคำสัญญาก็ลดลงไปเท่านั้น

ตอนนี้เรามีลูกน้องกี่คนที่เราสามารถมั่นใจว่า เขาจะสามารถรักษาคำสัญญา และทำตามเป้าหมายที่ให้กับเราไว้ได้ทุกครั้ง และนี้ก็อาจเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่ท้าทายความเป็นผู้นำของเรา

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  ความสัมพันธ์Relationเป้าหมาย

แสดงความคิดเห็น