[บทความ] บรรลุภาวะผู้นำแบบเบ็ดเสร็จด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / หมวดการพัฒนาตนเอง / บรรลุภาวะผู้นำแบบเบ็ดเสร็จด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     26 กันยายน 2561     179     0

ผู้นำที่ดีเกิดจากการฝึกฝนหาใช่พรสวรรค์โดยกำเนิด (Good Leaders are built not born) หากคุณมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าและจิตใจที่มุ่งมั่นแล้วคุณก็จะสามารถเป็นผู้นำได้อย่างแน่นอน การจะก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมได้นั้นต้องผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการเรียนรู้ การฝึกฝนและประสบการณ์ ผู้นำที่โดดเด่นทุกคนล้วนแต่ผ่านกระบวนการพัฒนาบ่มเพาะเหล่านี้มาอย่างเข้มข้นทั้งสิ้นจนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายให้เกิดขึ้นในตัวบุคคลนั้นภาวะผู้นำจะฉายประกายออกมาเองเสมือนรัศมีออร่าเมื่อผ่านระยะเวลาแห่งการบ่มเพาะสั่งสมประสบการณ์มาอย่างเพียงพอ สิ่งที่คิด สิ่งที่พูด การกระทำและบุคลิกท่วงท่าจะบ่งบอกสัญญาณแห่งความเป็นผู้นำของบุคคลนั้นๆโดยธรรมชาติและจะดึงดูดให้ผู้อื่นปรารถนาที่จะให้บุคคลนั้นเป็นผู้นำของตนด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง

คำถามที่สำคัญคือ “แล้วสิ่งใดที่ทำให้คนๆหนึ่งยินยอมพร้อมใจและเลือกที่จะอยู่ภายใต้การนำของผู้นำสักคนหนึ่ง?” คำตอบหนึ่งสำหรับคำถามนี้ก็คือ ในทางจิตวิทยาแล้วผู้คนจะยอมรับและต้องการถูกชี้นำทางโดยผู้ที่ซึ่งเขาให้ความเคารพนับถือและเป็นผู้ที่ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่ามีความชัดเจนในวิสัยทัศน์ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันระหว่างผู้นำและผู้ตามตลอดจนสามารถชี้นำหนทางได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความศรัทธาที่มีต่อตัวผู้นำ แล้วความน่าเคารพศรัทธาของผู้นำมาจากไหน เพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้บุคคลที่ปรารถนาจะเป็นสุดยอดผู้นำจะต้องยึดมั่นในหลักพื้นฐานสำหรับผู้นำ 2 ประการ คือ จริยธรรม (Ethic) และความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (Trust) ซึ่งแน่นอนว่าผู้ตามจะสังเกตได้จากการแสดงออกของผู้นำ อาทิ สิ่งที่ผู้นำคิด พูดและกระทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ตามจะนำมาเป็นหลักฐานในการตัดสินว่าผู้นำคนนั้นเป็นผู้ที่มีเกียรติและไว้เนื้อเชื่อใจได้เพียงใด หรือเป็นผู้ที่ยึดถือแต่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ

สำหรับเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) นั้น ผมก็มีหลักการซึ่งเป็นกฎเหล็กที่สำคัญ 4 ประการ ที่ควรยึดมั่นสำหรับผู้นำ ดังนี้

The 4 Ironic Principles of Trust for a good leader
1. Acting always with honesty and integrity, and without hidden agenda ประการแรกคือการกระทำใดๆของผู้นำต้องดำรงอย่างสม่ำเสมออยู่บนความสัตย์ซื่อและมีความเสมอต้นเสมอปลายไว้วางใจได้ แม้โอกาสจะเปิดช่องให้ได้ประโยชน์มาอย่างไม่สมควรโดยไม่ผิดก็ต้องยึดมั่นที่จะไม่กระทำแม้จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้กล่าวคือ มีความซื่อตรง ไม่เอาทั้งตามน้ำและทวนน้ำ กระทำการเป็นไปอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่มีวาระซ่อนเร้นแอบแฝง
2. Meeting your obligations to look out for other people’s interests as well as your own ประการที่สอง คือ ไม่เห็นแก่ความต้องการหรือผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้นแต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและประโยชน์ของผู้อื่นด้วย ซึ่งไม่เพียงเฉพาะผลประโยชน์ของผู้ตามหรือทีมงานที่อยู่ภายใต้การนำเท่านั้นแต่ต้องครอบคลุมไปถึงสังคมด้วย ไม่คิดเอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว ทุกฝ่ายต้องชนะร่วมกัน (Win-Win) รักษาสมดุลของผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายพึงได้รับ มีความยุติธรรมไม่สองมาตรฐาน
3. Openness in communication with everyone ประการที่สาม คือ เปิดกว้างสามารถพูดคุยสื่อสารได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมากับทุกๆคน ที่สำคัญคือต้องพูดในสิ่งที่เป็นความจริงเสมอ หากไม่เป็นความจริงแล้วก็ไม่พึงกล่าวหรือปรารภออกไป ให้ข้อมูลที่เพียงพออย่างครบถ้วนในทุกๆด้านแก่ผู้รับสารอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันตามความเหมาะสม
4. Keeping your promises ประการสุดท้ายคือ รักษาสัญญามั่น หากได้สัญญารับปากหรือทำข้อตกลงใดๆไว้กับผู้ใดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม พึงต้องจำให้ได้และทำตามสิ่งที่ได้ตกลงสัญญากันไว้ โดยอาจขยายความได้ว่า ความคิด การกระทำและคำพูดจะต้องสอดคล้องตรงกัน ไม่ใช่คิดอย่าง พูดอย่าง และทำอีกอย่าง สัญญาหรือรับปากสิ่งใดไว้จะต้องรับผิดชอบให้เป็นไปตามนั้น ไม่ใช่อ้างสถานการณ์ความจำเป็นมาบิดเบือนสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เนื่องจากในฐานะผู้นำแล้วคำพูดย่อมเป็นนายของตนเมื่อกล่าวสิ่งใดแล้วต้องรักษาคำพูด และการกระทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่คิดและพูดไว้เสมอ ดังคำเปรียบเปรยที่ว่า “กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  ภาวะผู้นำความไว้เนื้อเชื่อใจจริยธรรม

แสดงความคิดเห็น