ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 13

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     23 เมษายน 2557     363     0

  หน้าแรก    ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง    ร่วมเดินทางด้วยกัน    ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 13

“เคยเอามือปิดที่ตาของเราข้างใดข้างหนึ่งกันบ้างไหมครับ เมื่อเอามือปิดตาแล้ว ลองใช้ตาอีกข้างมองไปยังสิ่งที่ต้องการ ลองเอื้อมมือไปจับสิ่งที่ต้องการ ลองเดินไปตามทางที่ต้องการ รู้สึกเช่นไรครับ จับสิ่งที่ต้องการได้ถนัดมั่นเหมาะรึไม่ เดินเหินได้อย่างคล่องแคล่วดังเดิมรึเปล่า”

หากที่ว่ามา การกระทำเคลื่อนไหวทั้งหมดของเรา ดูประหนึ่งจะลดน้อยถอยประสิทธิภาพลงไปไม่น้อยเชียว นั่นก็เป็นพียงเพราะเเรื่องเดียวที่ดวงตาเพียงข้างหนึ่งที่มีนั้นให้กับเราไม่ได้ นั่นก็คือ “มิติของการมองเห็น” มิติที่ว่านี้ เมื่อเรามองด้วยดวงตาทั้งสองข้างพร้อมกันแล้ว จะช่วยให้การมองเห็นของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมิติ ความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก หากท่านที่ยังสงสัยข้องใจในมิติของการมองเห็น ก็ลองทดสอบปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง แล้วใช้ตาอีกข้างมอง ท่านจะสัมผัสกับความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลย

ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ผมเองก็ไม่เคยเข้าใจเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่หรอก จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้ลองเอามือปิดตาของผมข้างหนึ่งลง ไม่น่าเชื่อจริงๆ คิดว่าตนเองตาดีมาตลอด ที่ไหนได้ เบลอซะไม่มี ตาของผมข้างหนึ่งดี แต่อีกข้างดีกว่าหน่อย และทั้งสองข้างก็ช่วยกันทำหน้าที่ให้ผมมีการมองเห็นที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ที่ดีกว่านั้นคือ ตาทั้งสองข้างช่วยให้การมองเห็นของผมเกิดเป็นมิติอย่างเด่นชัดขึ้นมา

หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเข้าใจไปว่า เรากำลังกระทำอยู่คนเดียว ทำออกมาแล้ว ได้ผลเป็นที่น่าชื่นชมใจอย่างยิ่ง หากจะมองให้ละเอียดลึกเข้าไป สิ่งที่เรากระทำไปแต่ละอย่างอาจจะไม่ได้มีแค่เราก็เป็นได้ อาจจะมีปัจจัยล้อมรอบตัวเราที่คอยผลักดันให้เราสามารถกระทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จ ปัจจัยที่ว่าอาจจะเป็น ครอบครัว เพื่อน ประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์บางอย่างที่กระตุ้นให้เราได้คิด หัวหน้างาน ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็นมิติที่เราเองนั้นอาจจะมองไม่เห็น หรือไม่สนใจที่จะมอง แต่มิติเหล่านี้คอยอยู่ข้างๆช่วยเหลือเรามาตลอดโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว จนบางครั้งก็ทำให้เราเหลิงต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากตัวเราเองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็จะชื่นชมยกย่องตนว่าเก่งที่สามารถกระทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง จนอาจจะลืมหรือไม่แม้แต่จะเหลือบมองปัจจัยใกล้ชิดรอบข้าง

ดังนั้น ในกาลต่อมา การกระทำใดที่เกิดขึ้น ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ ทั้งเกิดขึ้นเป็นผลก็ตาม หรือไม่เกิดขึ้นเป็นผลใดก็ตาม ผมจะไม่ได้มองเพียงแค่ตนเอง และความสามารถของตนเองไปซะทั้งหมด แต่ผมจะมองปัจจัยรอบข้างประกอบด้วยเสมอ สิ่งที่ค้นพบคือ ไม่ว่างานใดที่ผมได้กระทำคนเดียวจนสำเร็จ เมื่อมองลึกเข้าไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะพบมิติที่แฝงไว้อยู่เสมอ นั่นก็คือ ไม่ได้มีเพียงผมแค่คนเดียว แต่ยังมีผู้คนรอบข้างต่างๆนาๆ ตามแต่ละเรื่องราวแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญมากที่ดวงตาข้างหนึ่งจะทำเองไม่ได้ นั่นก็คือ “มิติของการมองเห็น” ดังนั้น ความร่วมมือของดวงตาทั้งสองเท่านั้น “จึงจะสร้างมิติที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นได้” ทีมงานก็เช่นกัน หากจะบรรลุความสำเร็จใดๆ ได้ การทำงานเป็นทีมถือเป็นมิติสำคัญ “ที่ทีมงานเท่านั้นจึงจะทำได้”

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “การมอนิเตอร์ ช่วยให้เราพัฒนางานได้ดีขึ้น” การมอนิเตอร์จะช่วยพัฒนางานของเราได้ดีขึ้นอย่างไร ดีขึ้นจริงหรือ แล้วเราจะมอนิเตอร์งานของตนเองอย่างไร เรื่องนี้น่าสนใจทีเดียว ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 14 กันครับ

แสดงความคิดเห็น