ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 14

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     20 พฤษภาคม 2557     360     0

  หน้าแรก    ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง    ร่วมเดินทางด้วยกัน    ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 14

“อยากจะพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้นรึไม่ครับ ถ้าอยาก ผมมีวิธี เป็นวิธีที่ทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนัก ต้องอาศัยการการสังเกต การวิเคราะห์ และรู้จักการเปลี่ยนแปลง”

คำถามแรกก็คือ “การมอนิเตอร์ ช่วยทำให้เราพัฒนางานได้ดีขึ้น” มันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาในสิ่งต่างๆ ที่ง่ายอย่างเหลือเชื่อของมนุษย์เรา ด้วยเพียงแค่รู้จักการมอนิเตอร์ให้เป็นซะก่อน มนุษย์เราจะเริ่มต้นพัฒนาอะไรก็ตามได้ดีที่สุด ก็ตอนที่เราอยู่นิ่งอย่างสงบ และเฝ้าสังเกตมองสิ่งต่างๆรอบตัวที่ผ่านมาผ่านไปโดยให้เราเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ณ ขณะนั้นให้มากที่สุด สิ่งที่ได้รับก็คือ เราจะพบว่าเราได้เห็นถึงสิ่งที่เปลี่ยนและสิ่งที่ไม่เปลี่ยนนั้นมันแตกต่างกันอย่างไร เมื่อบวกกับระยะเวลาที่ผ่านไป สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่รอดผ่านมาได้ ล้วนต้องพัฒนาหลายสิ่งหลายอย่างทั้งความคิดและร่างกาย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ยาวนานที่สุด หลายคนอาจจะไม่เคยทราบว่า ต้นไม้บางต้น แม้พื้นที่ในแถบนั้นจะไม่มีฝนตกเลยเป็นสิบปี ต้นไม้ต้นนี้ก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าต้นไม้ต้นนี้ไม่ต้องการน้ำ มันเองก็ต้องการ แต่มันก็รู้ว่าธรรมชาติในพื้นที่แถบที่มันอยู่นั้น สิบกว่าปีจึงจะมีฝนตกมาสักครั้งหนึ่ง มันจึงต้องค่อยๆคงสภาพของลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ให้มีการเติบโตให้ช้าที่สุด ซึ่งหากดูเผินๆแล้ว อาจดูเป็นต้นไม้ที่แห้งตายทั้งต้น และอายุของมันก็ยาวนานกว่าห้าร้อยปีขึ้นไป หากเป็นต้นไม้ทั่วไป หากไม่เจอน้ำฝนเลย แค่ปีเดียวก็คงจะเฉาตายไปแล้ว แม้ต้นไม้นั้นจะไม่ต้องการน้ำในการหล่อเลี้ยงมากก็ตาม

การมอนิเตอร์สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมด หรือจะเป็นสิ่งเฉพาะเจาะจงที่เราต้องการจะมอนิเตอร์ หากเราอยู่กับสิ่งๆ นั้นนานพอประมาณ เราจะพบเห็นความแตกต่างในตัวเราและสิ่งรอบตัวเรา เราจะทราบแทบจะในทันทีเลยว่า เรามีพัฒนาการที่เหนือกว่าหรืออ่อนด้อยกว่าสิ่งรอบตัวเรา

ในเนื้องานที่ท่านทำอยู่นั้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ตำแหน่งใด สาขาอาชีพใดก็ตาม ลำดับในการพัฒนาศักยภาพตัวของท่านเองจะต้องเริ่มด้วยการ

1. หัดสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว เบื้องต้น ท่านยังไม่ต้องคิดอะไร เพียงแค่เริ่มรู้จักที่จะมอง สังเกตสิ่งที่ต้องการจะรู้ เฝ้ามองทุกวันแบบไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เพราะในครั้งแรกที่ท่านคิด จะมีอยู่สองเรื่องที่ท่านจะพบคือ เรื่องแรก ท่านจะยังจับจุดไม่ถูกว่าจะเริ่มพัฒนาอะไร เรื่องที่สอง ท่านจะยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาเรื่องอะไร เมื่อเรามองเห็นเฉดสีที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย อย่างเช่นสีเทาเข้มเกือบดำกับสีดำในช่วงแรก ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าหรือมืดสลัว เราแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าสีที่เรามองเห็นอยู่ จริงๆแล้วทั้งสองสีนั้นไม่เหมือนกัน เราจะทราบก็ต่อเมื่อเราเริ่มมอนิเตอร์ทั้งสองสีอย่างใกล้ชิดไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราทราบเองว่า ทั้งสองสีนั้นไม่เหมือนกัน และจะดูจุดสังเกตที่ใด ในช่วงสภาพแวดล้อมแบบใด จึงจะทำให้เห็นสีทั้งสองดูแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน

เมื่อเราเห็นฝาแฝดที่เหมือนกันมากคู่หนึ่ง ในช่วงแรกหากเราได้คุยกับแฝดคนที่หนึ่งและคนที่สองในช่วงเวลาครั้งละคน ก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่า แฝดที่เราคุยด้วยอยู่ตอนนี้คือคนที่หนึ่งหรือคนที่สอง เราจะทราบแบบชัดเจนก็ต่อเมื่อเราได้มอนิเตอร์คนทั้งสองอย่างใกล้ชิด เราจะสังเกตเห็นอิริยาบท นิสัย พฤติกรรม ริ้วรอย แววตา ฯลฯ ที่แตกต่างกันออกไปเรื่อยๆ ในที่สุด ไม่ว่าแฝดคนใดจะเข้ามาหาเรา ครานี้แม้จะเดินเข้ามาหาเราทั้งสองคนพร้อมกัน แค่เพียงเราเห็นแวบแรก เราก็ทราบได้ในทันทีแล้วว่า ใครคือใคร

2. เมื่อเราหัดเป็นคนช่างสังเกตแล้ว คราวนี้เราก็ต้องหัดเป็นคนช่างวิเคราะห์ ฝึกหาเหตุหาผล ฝึกมองอดีต ฝึกมองปัจจุบัน และฝึกมองไปถึงอนาคต เราจะค่อยๆเห็นภาพตัวเราเองชัดขึ้น และจุดที่เราอยู่เองได้ชัดขึ้น ว่าเราอยู่ต่ำกว่าจุดที่ควรจะเป็น เราอยู่จุดที่เหมาะสมแล้ว หรือจุดที่สูงกว่าจุดที่ควรจะเป็น และแน่นอนว่า เมื่อเรารู้ว่าเราอยู่ในจุดที่ต่ำกว่าจุดที่ควรจะเป็น เราก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนาตนเอง ถึงจุดนี้ เราจะรู้แล้วว่าเราต้องพัฒนาอะไรในตัวเราบ้าง

3.เมื่อเราหัดเป็นคนวิเคราะห์หาจุดที่ต้องพัฒนาได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงการที่จะต้องรู้จักการเปลี่ยนแปลง ข้อนี้สำคัญนัก คนจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองจะต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรบ้าง แต่กลับเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่องนั้น ทั้งๆที่เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วจะทำให้อะไรหลายๆอย่างในชีวิตดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นข้อที่ท่านต้องเลือก เลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ เมื่อท่านเลือกที่จะทำ การเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาใหม่ๆก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว การพัฒนาของท่านจะสำเร็จรึไม่ ก็อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในข้อสุดท้ายนี้

นี่คือวิธีที่นักดาราศาสตร์ระดับโลกใช้ในการศึกษาดวงดาวต่างๆ ศึกษาการก่อกำเนิดระบบสุริยะ ศึกษาการเกิดและดับของดวงดาว ด้วยการมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดวันแล้ววันเล่า จนเห็นสิ่งที่แปลกแยกไปจากเมื่อวาน เมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อปีก่อน เมื่อสิบปีก่อน แล้วนำข้อมูลของความแตกต่างมาวิเคราะห์ ค้นหาเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่ออะไร และทำไมจึงเปลี่ยน จนสุดท้าย..ทำไม (เรา) จึงได้มาอยู่ที่โลกใบนี้

การเฝ้ามอนิเตอร์แบบธรรมชาติ คือการมอนิเตอร์บางสิ่งบางอย่างโดยที่เราไม่รู้สึกฝืน เมื่อนั้นผลจากการมอนิเตอร์จะนำพาเราไปเห็นสถานะของเรา ว่าอยู่ในระดับใด และเป็นระดับที่เราควรจะได้รับการพัฒนามากน้อยแค่ไหน

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “ทุกอย่างคือเงิน” ไครๆ ก็ชอบเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องนี้น่าสนใจทีเดียว ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 15 กันครับ

แสดงความคิดเห็น