ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 18

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / ร่วมเดินทางด้วยกัน / ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 18

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     22 กันยายน 2557     189     0

“เคยถามตนเองกันบ้างไหมครับว่า จริงๆแล้ว ตัวของเราเองนั้น มีขีดจำกัดและความสามารถกันแค่ไหน”

ปกติแล้ว คนเราจะใช้ความสามารถกันจริงๆ อยู่ประมาณเพียงยี่สิบถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง หรือบางคนอาจจะน้อยกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ซะอีก แล้วที่เหลืออีกกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์หละ หายไปไหน จริงๆแล้วมันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่ความสามารถที่เหลือของเรานั้นได้ไปพักหลบอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่นี้แหละครับที่ความสามารถของเราที่เหลือทั้งหมดได้ไปฝังตัวรออยู่อย่างเงียบสงบ สถานที่ที่ว่านี้ก็คือ “ความคิด” ของเรานั่นเอง และความคิดของเราก็ได้บรรจุ “เงื่อนไขต่างๆ” ไว้อย่างมากมาย

ความคิดของเรานี่แหละที่เป็นตัวกักเก็บขีดความสามารถที่เหลือของเราทั้งหมดไว้ และปิดผนึกด้วยคำจารึกที่ตัวเราเองมักชอบพูดเสมอว่า “เราทำได้เท่านี้แหละสุดๆแล้ว เราทำดีที่สุดแล้ว เราคงทำไม่ได้เท่าเขาหรอก นี่เราก็ทำดีที่สุดแล้วนะ ไครทำได้ดีกว่าก็ทำไปสิ อย่างนี้มันเกินความสามารถของเราแน่นอน แบบนี้ไม่เคยทำมาก่อนเลย คงไม่สามารถทำได้แน่ ฯลฯ”

คนส่วนใหญ่เลยเชียวที่คิดว่าตนเองมีขีดจำกัดและความสามารถเพียงเท่าที่ตนเองเห็นอยู่ในแต่ละวัน คงไม่สามารถเพิ่มระดับขีดความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นไปกว่านี้ได้อีก เมื่อนานมาแล้ว ผมเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่คิดเช่นนี้ และแน่นอน ตอนนั้นผมคิดว่าตนเองเก่งมีความสามารถมากที่สุดแล้ว แต่หลายๆเหตุการณ์ก็ทำให้ผมได้พบความจริงว่า จริงๆแล้วผมไม่ได้เก่งมีความสามารถซักเท่าไหร่เลย และเหตุการณ์มากมายก็ผลักดัน รวมไปถึงความคิดของผมว่า “ผมสามารถทำสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเหล่านั้นได้” หลายสิ่งที่ผมได้ทำ ไม่แม้แต่จะมองเห็นถึงความสำเร็จในอนาคต แต่เพราะความคิดที่เปลี่ยนไปว่าผมเองนั้นก็ทำได้ และทำออกมาได้ดีอย่างมากด้วยกับสิ่งที่ผมเองก็ไม่เคยทำสิ่งนั้นมาก่อน หลายๆงานในวันนี้ที่ผมทำอยู่ มาวันนี้ผมยังนึกอัศจรรย์ใจอยู่เลยว่า ผมทำงานเหล่านั้นได้อย่างไร หากเล่าให้ใครฟังตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงท้ายเรื่อง เป็นต้องทึ่งว่าเหมือนดูหนังคนละม้วน แต่คนแสดงเป็นคนเดียวกัน

ปัจจุบันผมได้ฉีกความสามารถของตนเองออกไปจากจุดเดิมที่เคยเป็นไปมาก มากซะจนมองไม่เห็นจุดเดิมที่เคยยืนอยู่ นั่นหมายความว่า ผมได้ยกระดับขีดความสามารถของตนเองขึ้นไปอย่างมาก ด้วยการทลายกำแพงความคิดของตนเองที่คอยกักเก็บความสามารถที่เหลือของผม ในทุกวันนี้ความคิดของผมมันไร้ขีดจำกัด ผมเลิกพูดคำว่า “ไม่ได้” ไปนานมากแล้ว แล้วคุณหละครับ ?

หากผมให้คุณเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสามสิบแทนการขึ้นลิฟท์ คนส่วนใหญ่จะรีบส่ายหน้าทันที แล้วก็ไปขึ้นลิฟท์ดีกว่า ทำไมต้องเหนื่อยด้วย เห็นไหมครับว่าความคิดของคุณได้หยุดความท้าทายที่ผมได้มอบให้คุณไปแล้ว และคุณเองก็มีเรื่องในหัวมากมายให้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ สุดท้ายคุณก็ไปขึ้นลิฟท์เหมือนเช่นที่ผ่านมาทุกวัน ที่สำคัญ เงื่อนไขในความคิดของคุณยังผูกอยู่เหนียวแน่น

ถ้างั้น เราลองมาเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสามสิบกันดู มีกฏอยู่ว่า ห้ามหยุดเดินจนกว่าจะถึงชั้นที่สามสิบ ย้ำว่า ห้ามหยุดเดินจนกว่าจะถึงชั้นที่สามสิบ หากคุณมีอาการลังเลคิดว่าตนเองจะได้ทำได้รึไม่ และความคิดอื่นๆที่ประดังถาโถมเข้ามา มีเงื่อนไขของตนเองอีกนับไม่ถ้วนต่อท้ายขบวนความคิด ผมขอบอกไว้เลยว่า ความคิดของคุณเริ่มทำงานกักเก็บขีดความสามารถที่เหลือของคุณแล้ว เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่จะทำให้คุณก้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่หยุดยั้งได้ก็คือ ทลายกำแพงความคิดเดิมๆนั่นซะ เมื่อความคิดเดิมบอกว่าคุณทำไม่ได้ เพราะ  นั่นแหละที่ความคิดใหม่ของคุณจะต้องบอกว่า “คุณทำได้อย่างแน่นอน ไม่มีแต่  ไม่มีเพราะ  และทำได้แบบสบายๆ ด้วย” เรื่องนี้ไม่ยากเกินความสามารถของคุณหรอกครับ ยังไงซะ การเพิ่มก็ย่อมดีกว่าการลด โดยเฉพาะขีดความสามารถของตัวคุณเอง

คนส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขอยู่ในความคิดมากจนไม่สามารถฉีกความสามารถของตนเองออกมาได้ ทลายความคิดเดิมๆ ซะ แล้วความคิดที่ไร้ขอบเขต จะทำให้คุณมีขีดความสามารถที่ไร้ขีดจำกัด และคุณจะค้นพบว่า เงื่อนไขต่างๆมากมายที่คุณเคยคิดไว้นั้น จริงๆแล้วมันเป็นแค่กรอบกำแพงที่คอยกักเก็บความสามารถต่างๆของคุณไว้ ก็เท่านั้นเอง

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “คนทำดีเราไม่จำ คนทำไม่ดีเรากลับจำขึ้นใจ” ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นกันทุกคน เรื่องที่ควรจำกลับไม่จำ เรื่องที่ไม่ควรจำกลับจำขึ้นใจ นานนับสิบปีก็ยังจำแม่นกับเรื่องที่ไม่ควรจะจำเลย เพราะอะไรคนเราจึงเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ย่อมมีคำตอบ ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 19 ครับ

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  ความคิดทักษะการคิดการพัฒนาตัวเอง

แสดงความคิดเห็น