ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 19

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / ร่วมเดินทางด้วยกัน / ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 19

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     22 ตุลาคม 2557     161     0

หากมีใครซักคนถามคุณว่า
“คุณจำเรื่องราวในอดีตอะไรได้บ้างที่ไม่ดี และเป็นเรื่องราวกับใคร
และ
คุณจำเรื่องราวอะไรได้บ้างในอดีตที่ดี และเป็นเรื่องราวกับใคร”

เชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่จะจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีได้มากกว่าเรื่องราวที่ดีในเหตุการณ์หมวดเดียวกัน และคนส่วนใหญ่ใช้เวลาตอบเรื่องราวที่ไม่ดีได้รวดเร็วและให้รายละเอียดได้มากกว่าเรื่องราวที่ดี เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คุณเองเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ลองค่อยๆนึกทบทวนพร้อมตอบคำถามข้างต้นนี้ก่อนครับ

ธรรมชาติของคนเรานั้น เวลาที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม เรามักจะเพ่งไปจุดที่อาการบาดเจ็บนั้นเกือบจะตลอดเวลา แม้กระทั่งเมื่ออาการบาดเจ็บนั้นหายดีแล้ว เราเองก็ยังคงเพ่งไปจุดที่เราเคยบาดเจ็บอยู่ และมักจะกลัวเกรงอยู่เสมอเมื่อจุดที่เราเคยบาดเจ็บอยู่ในความเสี่ยงใดความเสี่ยงหนึ่ง ส่วนร่างกายจุดอื่นที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เราก็จะไม่ไปสนใจ

เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่ไม่ดี เรามักจะจดจำได้ดีแม้เวลาจะผ่านเลยล่วงมานานมากแล้วก็ตาม แล้วทุกวันนี้ คุณยังจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีได้กี่เรื่อง และเรื่องราวที่ดีได้กี่เรื่อง ให้คุณตอบเหตุการณ์ในหมวดเดียวกันภายในระยะเวลาหกสิบวินาที ทั้งเรื่องราวที่ไม่ดีและที่ดีลงในกระดาษพร้อมๆ กัน เรื่องราวใดจะมีมากกว่ากัน รวมไปถึงเรื่องราวใดจะมีรายละเอียดที่มากกว่ากัน

เมื่อตัวของเราเองได้บันทึกจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีไว้ซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่ตลอดเวลาทุกวัน สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราแน่นอนคือ “การปิดกั้น” ปิดการพัฒนาตนเอง ปิดการเปิดตาเปิดใจ ปิดความกล้าที่จะเผชิญ ปิดโอกาสใหม่ๆ ปิดความคิด และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราถูกตัวของเราเองเป็นผู้ปิดกั้น ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆให้ดูครับ สมมติว่า คุณมีเหตุให้ต้องมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนที่ต้องทำงานร่วมกัน เมื่อวันเวลาผ่านไปซักระยะหนึ่ง “ทั้งคุณและเพื่อนร่วมงานจะยังสามารถกลับมาร่วมงานกันเป็นอย่างดีได้หรือไม่” ผมเชื่อว่าคุณมีคำตอบไว้เรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากในการทำงานร่วมกัน ซึ่งผมเชื่อว่าคนทำงานเกือบทุกคนต้องเคยเผชิญอย่างแน่นอน

เรื่องราวที่ดีมากมายหลายเรื่องมักจะถูกกลบอย่างสนิทด้วยเรื่องราวที่ไม่ดีแค่เพียงเรื่องเดียว ไม่ว่าเขาจะทำดีกับเรามากมายแค่ไหน เราเองก็ไม่จดจำได้มากเท่ากับที่เขาทำไม่ดีกับเราแค่เพียงครั้งเดียว และครั้งเดียวนั่นแหละที่เราจะจดจำฝังใจ แม้เวลาจะผ่านล่วงไปนาน เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์กับบุคคลนี้ เรากลับคิดถึงแต่เรื่องที่ไม่ดีซึ่งมีเพียงเรื่องเดียวก่อนเป็นลำดับแรก และอาจจะเป็นลำดับสุดท้ายไปพร้อมกัน แต่เรื่องที่ดีหลายเรื่อง เราอาจจะไม่เคยคิดถึงเลยด้วยซ้ำแม้เพียงเรื่องเดียว

ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนนั่นก็คือ เมื่อเรานึกถึงสิ่งที่ไม่ดีในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับเรา หรือสิ่งที่ไม่ดีของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็ให้เรารีบคิดถึงสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นร่วมกันกับบุคคลนั้นๆ ในทันที ฝึกทำเช่นนี้ทุกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่นานคุณจะจดจำในสิ่งดีๆของคนๆนั้น “อาจจะเป็นการฝึกที่ไม่ง่าย แต่หากพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ทัศนคติและมุมมองนั้นสำคัญอย่างมาก การเลือกที่จะมอง เลือกที่จะจดจำ เลือกที่จะนึกคิด เลือกที่จะปรับเปลี่ยน เลือกที่จะปล่อยวางบ้าง เลือกที่จะพลิกแง่ลบให้กลับเป็นแง่บวก เหล่านี้คือสิ่งที่เราจะต้องฝึกฝน “แล้วตัวของคุณเองจะเปลี่ยนไป คนรอบข้างของคุณก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความทรงจำ”

แม้สีจะหยดลงในน้ำเพียงหนึ่งหยด นั่นก็ทำให้น้ำใสสะอาดเปลี่ยนเป็นสีอื่นไปในทันที
แต่
หากเราเติมน้ำใสสะอาดเพิ่มเข้าไปจากเดิมเรื่อยๆ
สีน้ำที่เปลี่ยนไป ก็จะเปลี่ยนกลับมาใสสะอาดดังเดิมในที่สุด

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “ต้นทุนของประเทศ” ประเทศต้องมีต้นทุน เพราะต้นทุนนี่แหละที่จะนำพาให้ประเทศรอดพ้นจากเหตุการณ์ที่ยากลำบากไปได้ ตัวของเราเองเป็นต้นทุนที่ดีให้กับประเทศ หรือเราเป็นภาระที่หนักอึ้งให้กับประเทศ เป็นเรื่องที่น่าคิดอย่างมากว่าทุกวันนี้เราเป็นต้นทุนที่ดีให้กับประเทศหรือไม่ ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 20 ครับ

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  ทักษะการคิดทัศนคติเชิงบวกการพัฒนาตัวเอง

แสดงความคิดเห็น