ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 21

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / ร่วมเดินทางด้วยกัน / ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 21

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     19 ธันวาคม 2557     146     0

“เราทุกคนมักจะตั้งมุมมองของตนเองเป็นหลัก เมื่อมีหลักที่ปักไว้แล้ว ก็บอกกับคนอื่นๆตามที่ตนคิดไว้ว่า นี่คือมุมมองที่เป็นกลาง กลางของตนเอง แต่อาจจะไม่กลางสำหรับผู้อื่น”

ขณะที่กำลังขับรถอยู่บนถนน ผมเคยคิดว่า “หากถนนมีสามเลน ผมกำลังขับอยู่เลนกลาง ตอนนี้ผมกำลังอยู่เลนอะไร แน่นอนว่าผมกำลังขับอยู่เลนกลาง หากผมเปลี่ยนไปเลนซ้ายหรือขวา ผมกำลังอยู่เลนอะไร แน่นอนว่าผมไม่ได้อยู่เลนกลางแล้ว” นั่นคือมุมมองในภาพกว้าง ลองมองลึกเข้าไปในตัวรถดูสิ “ผมนั่งขับรถอยู่ฝั่งไหน ซ้าย กลาง ขวา แน่นอนว่าผมนั่งขับรถอยู่ทางขวาในตัวรถ” นั่นคือมุมมองในภาพที่เจาะลึกเข้าไปอีกที

มุมมองของคนส่วนใหญ่ มักจะมองจากจุดที่ตนเองยืนอยู่ โดยนับจุดๆนั้นเป็นจุดกึ่งกลาง ขีดขั้นเป็นเส้นมาตรฐานให้คนอื่นที่เข้ามาต้องปฏิบัติตาม

ถ้าเป็นเช่นนั้น เรากำลังอยู่เลนไหน คำตอบคือ เรากำลังขับรถอยู่ในเลนของเรา หากเราขับรถอยู่ในเลนซ้าย เราก็กำลังขับรถให้อยู่กึ่งกลางของเลนซ้าย และหากเราขับรถอยู่ในเลนกลาง เราก็กำลังขับรถให้อยู่กึ่งกลางของเลนกลาง สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ เมื่อเราอยากรู้ในมุมมองของไครก็ตาม อย่ามองด้วยภาพมุมกว้าง เพราะเราจะไม่ทราบเลยว่า คนที่เรากำลังมองหรือแม้กระทั่งมองตัวของเราเองก็ตาม พิกัดของการคำนวนวิสัยทัศน์อาจมีค่าผิดพลาดได้สูง เราจึงต้องมุ่งเน้นระยะเข้าไปให้อยู่ในจุดที่คนๆนั้นหรือแม้กระทั่งตัวของเราเอง เราจะพบทันทีว่า ทำไมเขาจึงมองเห็นเช่นนี้ คิดเช่นนี้ รู้สึกเช่นนี้ อารมณ์เช่นนี้ เพราะตอนนี้เราได้ยืนและมองเห็นในมุมเดียวกับที่คนๆนั้นเห็นแล้ว

ทางสายกลางจะมีอยู่จริงก็ต่อเมื่อเราเองได้ล่วงรู้มุมมองของคนอื่นๆมากมาย แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ยจากมุมมอง และสิ่งสำคัญที่ได้อย่างมากที่สุด ก็คือ “ความเข้าใจในแต่ละมุมมองที่เกิดขึ้นจริง ณ จุดนั้นๆ” ทางสายกลางจะเกิดขึ้นมาได้ ไม่ใช่เอามุมมองของใครคนใดคนหนึ่งมาเป็นกฎเกณฑ์ “หากแต่เป็นการแบ่งปันมุมมองจากหลากหลายคน หลากหลายกลุ่ม มาคัดกรอง วิเคราะห์ก่อเกิดเป็นผลลัพธ์แห่งความเข้าใจและเข้ากันได้จากมุมมองที่หลากหลาย” ไม่มีใครได้มากไป ไม่มีใครได้น้อยไป ทุกคนได้พอๆกัน สุขพอๆกัน ทุกข์พอๆกัน แบบนี้การเดินทางร่วมกันจึงจะไปได้อย่างยืนยาวและมั่นคง

ความอ่อนแอที่มากเกินไป ไม่เคยทำร้ายใคร นอกจากตนเอง ความเข็มเข็งที่มากเกินไป ไม่เคยทำร้ายใคร นอกจากตนเอง ทุกอย่างมีข้อดีในตัวของมัน ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือเข็มแข็ง แต่หากมีมากเกินไป มันจะกลายเป็นจุดบอดที่มืดมิด ทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า หรือมองข้ามสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาและอาจกำลังจากไป

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “ความคิดดีๆ” ความคิดดีๆเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเมื่อความคิดดีๆได้เกิดขึ้นมาแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อดี เพราะความคิดมันจับต้องไม่ได้ ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 22 ครับ

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  ความคิดจุดแข็งการพัฒนาตัวเอง

แสดงความคิดเห็น