ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 26

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     26 พฤษภาคม 2558     216     0

  หน้าแรก    ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง    ร่วมเดินทางด้วยกัน    ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 26

"ข่าวสารรอบตัวเรามีมากมาย บางข่าวควรรับรู้ บางข่าวต้องรับรู้ บางข่าวอาจจะหรือไม่ควรรับรู้ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะรับรู้ข่าวสารอะไรบ้าง แบบไหน อย่างไรจึงจะดี เพราะข่าวสารในทุกวันนี้ช่างมีมากเหลือ แม้ขณะที่เราอยู่เฉยๆ ข่าวสารนั้นๆก็มาหาถึงตัวเราเองแล้ว"

ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ซึ่งเป็นยุคการเรียนรู้ของตัวผมเองก็ว่าได้ ผมเรียนรู้และรับรู้ข่าวสารต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเสพข่าวจากทางโทรทัศน์ วิทยุ ป้ายประกาศ อินเทอร์เน็ต หนังสือ ผู้คนรอบข้าง และสื่อต่างๆ แรกๆดูเหมือนจะดีมาก ผมรู้ไปซะทุกเรื่อง แต่นั่นก็เป็นการรับรู้แบบหว่านแห คือรู้ไปหมด แต่ไม่รู้ลึกรู้จริงในเรื่องนั้นๆ และเมื่อวันเวลาล่วงผ่านไปนานเข้า ข้อมูลข่าวสารที่ผมรับไว้นั้นก็เริ่มล้น ความหมายคือ ผมเริ่มไม่รับรู้ข่าวสารอะไรก็ตามที่เข้ามาหาผมแล้ว ไม่อ่าน ไม่ดู ไม่สนใจ ไม่ฟัง ใช่แล้วครับ ผมรับข่าวสารต่างๆรอบตัวมากเกินไป โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเลยซักนิด จนเกิดอาการที่เรียกว่า “ล้น” เข้ามาแล้วก็ล้นออกไป

หลังจากนั้นผมก็ไม่สนใจจะรับข่าวสารอะไรเลย ทั้งไม่ดูโทรทัศน์ ไม่ฟังวิทยุ ไม่เสพข่าวสารรอบตัวเป็นเวลาหลายปี ปิดทุกอย่างที่เข้ามา ที่เข้ามาแล้วก็ปล่อยให้ไหลออกไป จนมีความคิดหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาแล้วถามว่า ผมจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร จากข่าวสารที่มีมากอยู่รอบตัว โดยที่ผมเองก็ไม่รู้สึกอึดอัดต่อการเสพข่าวสาร แถมยังนำข่าวสารนั้นๆไปพัฒนาทั้งตัวเองและเนื้องานให้ดียิ่งขึ้นได้อีก

วันหนึ่งผมได้พบและรู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้เป็นคนที่ผมนับถือมาก แกเป็นคนที่มีความรู้รอบตัวเยอะมาก และยังเขียนหนังสือตำราเรียนหลายเล่มมากว่ายี่สิบปี ในช่วงหนึ่งแกเล่าให้ฟังว่า “แกหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากมาย ซึ่งทุกวันต้องอ่านหนังสือไม่น้อยกว่าสิบเล่ม รวมถึงสื่ออื่นๆ อีกมากมาย” ผมเลยถามกลับไปว่า “อ่านเยอะขนาดนี้ รู้เรื่องและไม่เบลอบ้างเหรอครับ” แกตอบแบบง่ายๆกลับมาว่า “อ่านเฉพาะที่อยากอ่าน แค่นี้ก็รู้เรื่องและไม่เบลอ” แกไม่ตอบอะไรเยอะ แต่ผมเก็จทันทีในตอนนั้น

หลังจากนั้น ผมเริ่มฝึกเสพข่าวสารด้วยการจัดลำดับความสำคัญ รับรู้รับฟังถึงสิ่งที่สำคัญและจำเป็นก่อนเสมอ เน้นโฟกัส ไม่เน้นหว่านแหรับรู้รับฟังไปทั่วเหมือนสมัยก่อน ข่าวสารที่จำเป็นต้องรู้ต้องฟัง ให้ข่าวสารนั้นๆมาก่อน แบ่งข่าวสารที่ต้องรับรู้เป็นหมวดหมู่ จัดลำดับความสำคัญก่อนและหลัง นอกเหนือจากนั้น ข่าวสารอื่นๆรอบตัวถือเป็นผลพลอยได้

ให้ความสำคัญกับข่าวสารที่จะช่วยให้ชีวิตเราเกิดเป็นผลิตผลขึ้นมาได้

ปัจจุบันการเรียนรู้และพัฒนาในตัวของผมเอง จะใช้การรับรู้ข่าวสารด้วยการกรองเหมือนเหงือกของปลา โดยที่เหงือกของปลาจะกรองเพียงแค่ออกซิเจนที่อยู่ในน้ำเท่านั้น อย่างอื่นก็ให้ปล่อยเลยผ่านไป สบายๆ ไม่เครียด ไม่ต้องตั้งเป้าอะไรให้มากความ ฝึกกรองบ่อยๆ ทำทุกวันเรื่อยๆ เมื่อข่าวสารที่เราต้องการวิ่งไหลผ่านมาถึงตัวเรา ตัวของเราเองจะจับข่าวสารนั้นๆ ไว้โดยอัตโนมัตทันที (คนที่ไม่ฝึกการกรองข่าวสาร เมื่อเวลามีข่าวสารที่ต้องการมาถึง คนๆนั้นอาจจะปล่อยข่าวสารนั้นๆให้เลยผ่านไปอย่างน่าเสียดาย)

ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “รสอร่อยหอมหวาน” รูป รส กลิ่น เสียง เปลี่ยนความรู้สึกของคนเราได้ สิ่งเหล่านี้มีพลังแอบแฝงที่รุนแรง จะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้คงต้องมาว่ากันต่อในตอนหน้า ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 27 ครับ

แสดงความคิดเห็น