[บทความ] องค์ประกอบเป้าหมายชิ้นที่2 ไม้บรรทัดของเรา

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / หมวดสุขภาพกับการทำงาน / องค์ประกอบเป้าหมายชิ้นที่2 ไม้บรรทัดของเรา

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     10 กันยายน 2561     177     0

หลังจากที่เราเลือกสิ่งที่เป็นเป้าหมาย สิ่งที่เราอยากจะเปลี่ยนแปลงแล้วนั้น แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่เราจึงจะไปถึงเป้าหมาย เส้นชัยของเรานั้นมันอยู่ไกลมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราไม่สามารถบอกได้ เราก็คงได้แต่วิ่ง วิ่ง และวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าตอนนี้วิ่งมาถึงไหนแล้ว แล้วจะไปถึงที่หมายเมื่อใด

หากเป็นการวิ่งแข่งขัน เราคงพอจะบอกได้ว่าเป้าหมายของเรานั้นอยู่ห่างออกไปเท่าไหร่ อาจจะเป็น 100 เมตร 400 เมตร ในการวิ่งระยะสั้น หรืออาจจะไกลถึง 42.195 กิโลเมตร ในการวิ่งมาราธอน แต่ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งระยะใกล้หรือระยะไกลเมื่อเรารู้ว่าเป้าหมายอยู่ห่างแค่ไหน เราก็จะสามารถรับทราบได้ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหน แล้วเราจะวางแผนไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร เราต้องวิ่งสุดกำลังตั้งแต่แรก หรือต้องออมแรงและใช้ความอดทนอย่างค่อยเป็นค่อยไป สุดท้ายเราก็พอจะรู้ว่าการไปถึงจุดหมายนั้นจะใช้ระยะเวลาสักเท่าไหร่

หรือถ้าเป็นการวางแผนทางการเงิน ถ้าเราหวังแค่อยากรวย เราก็คงสะสมเงินไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จุดจบ แต่ถ้าเราบอกตัวเองได้ว่า เราอยากมีเงินสักหนึ่งล้าน เราก็จะพอรู้ได้ว่าเงินเก็บที่มีกับที่ต้องหามาเพิ่มให้ได้ตามเป้าหมายนั้น มันยังขาดไปอีกมากน้อยแค่ไหน

แล้วถ้าเป็นเรื่องเป้าหมายทางสุขภาพหล่ะเราจะทำอย่างนั้นได้ไหม แล้วเราจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องมือวัดสุขภาพของเรา

จริงๆ แล้วเครื่องมือในการวัดสภาวะทางสุขภาพหรือความสมบูรณ์ของร่างกายเรานั้น มีมากมายหลายอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายของเราคืออะไร เมื่อเราได้เลือกเป้าหมายที่จำเพาะออกมาแล้ว เราก็จะมาเลือกเฟ้นเครื่องมือวัดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพอีกที

องค์ประกอบของสุขภาพบางอย่างมีเครื่องมือวัดหลายๆ ชิ้นด้วยซ้ำ ซึ่งเราก็ควรจะเลือกใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะสามารถวัดองค์ประกอบทางสุขภาพของเราได้ละเอียดมากสุดเท่าที่ทำได้

ยกตัวอย่างเช่น คนที่อยากมีรูปร่างดีไม่อ้วน ก็สามารถใช้น้ำหนักตัวเป็นตัววัดได้ใช่ไหมครับ แต่มันจะดีขึ้นไหมถ้าเรานำเอาขนาดไซส์ของเสื้อผ้าหรือใช้เส้นรอบเอวมาเป็นตัววัด เพราะแต่ละคนสูงต่ำไม่เท่ากัน การใช้น้ำหนักตัวอย่างเดียวอาจไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่ว่าตอนนี้เราอ้วนหรือผอมเพียงใด และถ้าจะให้ดีเราสามารถใช้ดัชนีมวลกาย หรือ Body mass index (BMI) มาใช้เป็นเครื่องมือวัดเป้าหมายรูปร่างของเรา ก็จะยิ่งสามารถบอกได้ละเอียดและเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น

หรือคนที่เป็นเบาหวานอาจจะตั้งเป้าหมายว่าจะควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ ซึ่งโดยปกติเราจะคุ้นเคยกับการเจาะน้ำตาลปลายนิ่วเพื่อใช้วัดระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง หรือ Fasting blood sugar (FBS) เป็นไม้บรรทัดในการวัด แต่เนื่องจากเจ้าระดับน้ำตาลจากปลายนิ้วนี้มันขึ้นๆ ลงๆ ตามอาหารการกินของเราในแต่ละวัน ค่าที่ได้ก็อาจจะไม่แน่นอน แถมบางคนตั้งใจอยากได้ระดับน้ำตาลดีๆ ก่อนจะมาพบหมอสักสองสามวัน เจ้าสัญชาตญานการเจ้าเล่ห์ของเรา ก็พยายามสั่งให้เราพยายามทำตัวเป็นคนไข้ที่ดีเป็นพิเศษ อดอาหารมาอย่างเต็มที่ เจ้าไม้บรรทัดอันเดิมก็อาจจะทำให้การวัดเป้าหมายของเราคลาดเคลื่อนมากขึ้นไปอีก ก็ยิ้มดีใจไปด้วยกันทั้งคนไข้ทั้งหมอว่าควบคุมน้ำตาลได้แล้ว ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ ดังนั้นถ้าเราเลือกไม้บรรทัดอันใหม่ เป็นการใช้ระดับน้ำตาลสะสม หรือ HbA1C ซึ่งเป็นการหาระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ก็จะทำให้เรารู้สถานการณ์ระดับน้ำตาลของเราอย่างเป็นจริงมากขึ้น ทำให้เรารู้ตัวอย่างจริงจังมากขึ้นว่าเราใกล้ถึงเป้าหมายควบคุมระดับน้ำตาลของเราแล้วหรือยัง

แล้วตอนนี้คุณเลือกไม้บรรทัดของสำหรับเป้าหมายของคุณได้หรือยัง เมื่อเลือกได้แล้ว ลองคิดต่ออีกสักนิดว่ามีไม้บรรทัดที่ดีกว่านี้อีกหรือไม่ หรือถ้ายังเลือกไม่ได้ เราอาจจะลองปรึกษาหรือขอความเห็นจากคุณหมอหรือเจ้าหน้าที่สาขาวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆ ดูก็ได้ครับ ลองเล่าถึงเป้าหมายของเราให้คุณหมอฟัง ผมคิดว่าคุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะเต็มใจช่วยให้ข้อมูล เพื่อที่คุณจะสามารถเลือกไม้บรรทัดของคุณได้

เอาหล่ะตอนนี้เมื่อเป้าหมายพร้อม ไม้บรรทัดพร้อม เราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้ากันต่อไป วัดกันดีๆ นะครับว่าตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหนของเป้าหมายของเราแล้ว

หมายเหตุ ดัชนีมวลกาย (อังกฤษ: Body mass index ; คำย่อ BMI) เป็นค่าดัชนีที่คำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อใช้เปรียบเทียบความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัว ต่อความสูงของมนุษย์ ซึ่งคิดค้นโดย Adolphe Quetelet ชาวเบลเยียม ค่าดัชนีมวลกายหาได้โดยนำน้ำหนักตัวหารด้วยกำลังสองของส่วนสูงตนเอง

โดยปกติ ให้ใช้น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม และส่วนสูงเป็นเมตร จะได้หน่วยเป็น กก./ม.2 เมื่อได้คำนวณค่าดัชนีมวลกายแล้ว ลองนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ดังนี้
ผอมเกินไป : น้อยกว่า 18.5 (< 18.5)
เหมาะสม : มากกว่าหรือเท่ากับ 18.5 แต่น้อยกว่า 25 (<=18.5 แต่ <25)
น้ำหนักเกิน : มากกว่าหรือเท่ากับ 25 แต่น้อยกว่า 30 (<=25 แต่ <30)
อ้วน : มากกว่าหรือเท่ากับ 30 แต่น้อยกว่า 40 (<=30 แต่ <40)
อันตรายมาก : มากกว่าหรือเท่ากับ 40 (<=40)

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  การเปลี่ยนแปลงสุขภาพBMI

แสดงความคิดเห็น