[บทความ] องค์ประกอบเป้าหมายชิ้นที่3 แผนที่พาเราไปถึง

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / หมวดสุขภาพกับการทำงาน / องค์ประกอบเป้าหมายชิ้นที่3 แผนที่พาเราไปถึง

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     11 กันยายน 2561     148

เราได้พูดถึงเรื่องการหาเป้าหมายและวิธีการวัดเป้าหมายของเรากันไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการสร้างความแตกต่างให้เราเห็นกันแล้วว่าเป้าหมาย ที่จะประสบความสำเร็จนั้นเป็นอย่างไร สิ่งนั้นก็คือเส้นทางที่จะทำให้เราเดินไปสู่เป้าหมายนั้น เส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเรา

ในการดูแลการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปนั้น เมื่อเราไปรับบริการที่โรงพยาบาล คลินิค สถานพยาบาล หรือสถานีอนามัยต่างๆ ส่วนใหญ่สิ่งที่เราได้รับมาคือ คำแนะนำ ในการปฏิบัตืตัวต่างๆ หรือบางครั้งอาจจะกลายเป็น คำสั่ง มาเสียด้วยซ้ำไป เราเองก็จะปฏิบัติไปตามคำสั่งนั้นไปได้บ้างไม่ได้บ้าง กลับไปหาหมออีกที อาการก็ยังไม่กระเตื้องขึ้น ก็ได้รับ คำสั่ง ชุดใหม่กลับมาอีก วนเวียนไปมาอย่างนี้ แล้วเราเคยคิดถามตัวเราเอง เพราะอะไรเราถึงทำไม่ได้ แล้วเคยคิดไหมครับว่าสิ่งที่เราจะทำได้คืออะไร

แม้ว่าหมอๆ อย่างพวกผมจะมีองค์ความรู้ตามวิชาชีพเป็นอย่างดี แต่หมอก็ไม่สามารถตามไปดูแลคนไข้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงแน่นอน สิ่งที่เราให้คำแนะนำไปนั้นเรารู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนไข้ดดยทั่วๆ ไป เป็นสิ่งที่คนไข้ทั่วๆ ไปน่าจะต้องปฏิบัติ แต่จริงๆ แล้ว คนไข้แต่ละคนนั้นมีปัจจัยและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป เราไม่ได้ทราบถึงอุปสรรคของคนไข้แต่ละคนเลยว่า เขาแต่ละคนมีเหตุผลร้อยแปดอะไรที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ ดังนั้นเราต้องลองคิดดูดีๆ ว่าคำแนะนำจากหมอนั้นจริงๆ แล้วเราสามารถปฏิบัติได้จริงๆ หรือไม่ แล้วถ้าปฏิบัติตามไม่ได้เราควรจะทำอย่างไร จะรอหมอต่อไป หรือหันกลับมาดูแลตัวเราเองก่อนดี ใครจะรู้จักตัวเราได้ดีกว่ากัน

ในปัจจุบันนั้นองค์ความรู้ในการดูแลการดูแลสุขภาพนั้นมีหลากหลายมาก และเข้าถึงได้ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน ด้วยผลพวงของการพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ต และอาจารย์ตัวพ่ออย่าง กูเกิ้ล นั่นเอง ดังนั้นถ้าเราลองพิจารณาดูดีๆ แล้วจะพบว่าวิธีการหรือหนทางในการดูแลการดูแลสุขภาพนั้นมีหลากหลายเส้นทางมาก แม้กระทั่งเรื่องพื้นฐานอย่างการควบคุมอาหารนั้น ก็ยังมีมากมายหลากหลายรูปแบบให้เลือกปฏิบัติ บางวิธีไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลย บางทฤษฎีเลือกรับประทานแต่เนื้อปลา แต่บางสำนักจะรับประทานเนื้อก็ได้แต่ขอให้ไม่ติดมันก็พอ หรือบางคนขอรับประทานทุกอย่างเพราะชีวิตนี้มีความสุขที่ได้รับประทาน เป็นพวกอยู่เพื่อกิน ดังนั้นรับประทานไปก่อนแล้วเดี๋ยวไปออกกำลังกายหนักๆ เพื่อเผาผลาญสิ่งที่รับประทานให้หมดได้ แล้วเขาผิดตรงไหน

ตัวผมเองไม่ได้ต้องการจะบอกว่าวิธีใดถูกหรือผิด แต่อยากจะให้เราลองมองดูอีกมุมหนึ่งว่า วิธีใดที่เราชอบ วิธีใดที่เราจะทำได้ วิธีใดจะทำให้เราประสบความสำเร็จในเป้าหมายของเรา

บางคนอาจย้อนถามกลับมาว่าถ้าทำตามใจตัวเองแล้วมันจะสำเร็จได้ตามเป้าหมายจริงๆ หรือ เพราะปัจจุบันสิ่งที่ทำๆ อยู่นี่มันก็กำลังทำตามใจตัวเราเองอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นมันจะสำเร็จเลย

อาจจะต้องถามตัวเราเองอีกทีว่า ไอ้สิ่งที่เราทำๆ อยู่ทุกกันวันนี้ เราทำตามแผนที่เราคิด หรือเราทำตามความอยากของเรา ทำตามสัญชาตญานเจ้าเล่ห์ของเรา โดยไม่ได้วางแผน

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องเริ่มกันใหม่ในวันนี้คือการ คิด วางแผนวิธีการ แล้ววาดเส้นทางที่เราจะเดินไปยังเป้าหมายทางเป้าหมายทางสุขภาพของเราเอง ทางเดินที่เราคิดว่าเหมาะสมกับตัวเรา และเราอยากจะเดินไปบนเส้นทางนั้นจริงๆ

แต่ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเป้าหมายที่เราต้องการจะไปถึงนั้น มีเส้นทางไหนบ้าง ให้ลองคิดถึงเวลาที่เราจะเดินทางไปที่ไหนสักแห่งที่เราไม่เคยไป สิ่งที่เราต้องการคือแผนที่ ดังนั้นเราต้องคิดแล้วว่าเราจะไปหาแผนที่ได้จากที่ไหนบ้าง แผนที่ทางสุขภาพก็คือข้อมูลทางสุขภาพมากมายที่อยู่รายรอบตัวเรา จะถามหมอ ถามพยาบาล หาหนังสือมาอ่าน หาจากในอินเตอร์เนต แผนที่ฉบับไหนที่เราชอบ เราก็เลือกหยิบขึ้นมาด้วยตัวเราเองเช่นกัน

แล้วเส้นทางที่เราเลือกนั้นจะเป็นไปได้ไหม ก็ต้องลองถามตัวเราเองเช่นกันครับว่า เราเชื่อถือแผนที่ฉบับที่เราเลือกมามากน้อยแค่ไหน เส้นทางที่เราคิดว่ามันง่าย เราทำได้แน่ๆ แต่ถ้าแหล่งข้อมูลมันไม่น่าเชื่อถือ ก็ต้องลองคิดอีกนิดว่าเรายอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดจากการเดินหลงทางของเราได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเรายังไม่มั่นใจ เราก็แค่หาข้อมูลเพิ่มเติมดูให้มากพอที่เราจะมั่นใจเท่านั้นเอง

การที่เราสามารถเลือกวิธีการได้ด้วยตนเองนั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบของตัวของเราเอง ต่อเป้าหมายในชีวิตของตัวเรา เราจะเป็นคนคิดถึงความเป็นเหตุเป็นผลของวิธีการที่จะไปยังเป้าหมายของเรา ได้พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะทำตามเส้นทางที่เราเลือก และความเป็นไปได้ที่เราบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ดังนั้นจริงๆ แล้วคนที่จะดูแลตัวเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่ใครอื่นไกล

บทความใหม่

บทความยอดฮิต