[บทความ] เรามาจับพีระมิดของมาสโลว์กลับหัวกันเถอะ ตอนที่1

หน้าแรก / ห้องสมุดเอ็นเทรนนิ่ง / หมวดทั่วไป / เรามาจับพีระมิดของมาสโลว์กลับหัวกันเถอะ ตอนที่1

  โดยทีมงานเอ็นเทรนนิ่ง     7 กันยายน 2561     1171     0

ชีวิตของคุณได้อย่างที่ต้องการแล้วหรือยัง? มันเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่จะตอบได้ง่ายหรือยากก็ขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ของแต่ละคนในปัจจุบัน ซึ่งผมก็มั่นใจว่ามีบางคนอาจจะตอบได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดกันนานถ้าชีวิตของคุณมีความสุขในจุดที่เป็นอยู่แล้ว หรือไม่ก็รันทดไปเลย แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหาคำตอบในคำถามนี้ให้กับตัวเองได้เลย เพราะอะไรนะเหรอครับ ก็เพราะอาจจะยังไม่รู้ว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร

คิดว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้รู้จัก หรือเคยได้ยินทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ที่แสนจะคลาสสิกของ อับบราฮัม มาสโลว์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกันเชื้อสายยิวผู้โด่งดัง ซึ่งถูกนำมาอธิบายๆแบบง่ายๆด้วยรูปของพีระมิด ที่เรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจากล่างขึ้นบนดังรูป



เมื่อมามองในเรื่องความต้องการของมนุษย์ที่มาสโลว์ใช้รูปพีระมิดอธิบาย ผมก็ตีความเอาว่า ส่วนหนึ่งมาสโลว์คงต้องการที่จะบอกจำนวนของผู้คนที่มีความต้องการในระดับขั้นต่างๆ ว่าแปรผันตรงข้ามกับระดับของความต้องการเสมอ จะสังเกตได้ว่าถ้าความต้องการที่ต่ำสุด เป็นความต้องการทางร่างกายเพื่อความจำเป็นในการดำรงชีวิตก็จะอยู่ในช่วงของฐานล่างพีระมิด ซึ่งจะกว้างมากกว่าทุกช่วง นั่นก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันถ้ามีความต้องการที่สูงขึ้น ก็จะมีจำนวนผู้คนที่ได้ตามความต้องการนั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการสูงสุดของมนุษย์คือความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตตามความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเองซึ่งจะมีคนอยู่ในตามความต้องการนั้นน้อยที่สุด ตามหลักทฤษฎีบอกไว้ว่ามนุษย์เราทุกคนที่เกิดมาส่วนใหญ่แล้วก็จะมีความต้องการอยู่แค่นี้แหละ และจะเป็นความต้องการจากล่างขึ้นบนแบบไม่มีการข้ามขั้นด้วย มาสโลว์บอกว่าถ้าความต้องการในขั้นที่หนึ่งยังไม่สมหวัง มนุษย์ก็จะไม่เกิดความต้องการในขั้นที่สองต่อไป

มาถึงตรงนี้ผมเองก็ค่อนข้างจะเอะใจกับความหมายตรงนี้ของทฤษฎีอยู่เหมือนกัน ว่ามันจริงเหรอ ที่มนุษย์มีความต้องการที่เป็นไปตามลำดับขั้น คนเราต้องการปัจจัยสี่ก่อนความปลอดภัยในชีวิต และคนเราถ้าท้องไม่อิ่ม นอนไม่อุ่นก็จะไม่มีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างนั้นหรือ ตอนเด็กๆที่ได้เรียนทฤษฎีนี้ผมก็คล้อยตามและเข้าใจอย่างนี้จริงๆนะครับ ว่าคนเราจะมีความต้องการเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างที่มาสโลว์ได้กล่าวไว้ โดยไม่มีความต้องการที่ข้ามขั้น ที่หยิบยกมุมมองนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นก็มิได้มีเจตนาที่จะขัดแย้งอันใดกับทฤษฏีของมาสโลว์เลย เพราะนี่คือทฤษฎีที่มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับมานาน แม้ว่ามาสโลว์ จะจากโลกนี้ไปนานถึง 44 ปีแล้วก็ตาม เพราะเข้าใจว่าช่วงเวลาที่เกิดทฤษฎีนั้น กับยุคสมัยนี้มันมีบริบท และปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่อยากจะวิเคราะห์ในอีกมุมมองหนึ่งที่น่าจเหมาะกับยุคปัจจุบันนี้มากกว่า การที่ทฤษฎีมาสโลว์บอกว่ามนุษย์มีระดับของความต้องการเป็นไปตามขั้นนั้น น่าจะหมายถึงคนส่วนใหญ่ คงไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่จะมีความต้องการเป็นไปอย่างนั้น มิฉะนั้นเราก็คงจะไม่รู้จักกับ “อับบราฮัม มาสโลว์” ผุ้ที่คิดทฤษฎีนี้ขึ้นมาเอง เพราะเขาก็คือหนึ่งในคนส่วนน้อยที่สามารถทำได้ตามความต้องการของตัวเองได้จนถึงขั้นสูงสุดตามทฤษฎีของเขาเอง นั่นก็คือขั้นที่เรียกว่า ความต้องการที่จะเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง (Self-Actualization Need) ซึ่งเป็นขั้นที่มนุษย์เราสามารถพูดได้ว่า นี่คือการได้ใช้ชีวิตในแบบฉบับที่ตัวเองปรารถนาอยากจะให้เป็น(lifestyle) ซึ่งในตอนที่สอง ซึ่งเป็นตอนจบของบทความนี้ผมจะมากล่าวถึงชีวิตของมาสโลว์ในบางส่วน รวมทั้งการสันนิฐานความต้องการของตัวมาสโลว์เองว่า แท้จริงแล้วตัวของเขาได้ใช้ชีวิตไปตามความต้องการเหมือนดังทฤษฎีที่เขาได้เขียนไว้หรือไม่ แล้วพบกันตอนต่อไปครับ

บทความใหม่

บทความยอดฮิต

Keyword ที่เกี่ยวข้อง  มาสโลว์การพัฒนาตัวเองการเข้าใจตนเอง

แสดงความคิดเห็น