หลักสูตรฝึกอบรม การคิดเชิงออกแบบ - หลักสูตร 1 วัน
(Design Thinking)

หน้าแรก / รวมหลักสูตรฝึกอบรม / หมวดทั่วไป (Other) / หลักสูตรฝึกอบรม การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)

ติดต่อสอบถาม
  091-770-3354 / 091-770-3350 / 086-303-6747 (HOTLINE)
  asst.entraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
องค์กรต่างๆ หรือ องค์กรชั้นนำของโลกมากมายทั้งที่มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก อาทิเช่น Google, Apple, Phillips, P&G และ Airbnb เป็นต้น ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้และทำให้บริษัทเติบโตและมีผลกำไรที่ดีอย่างมากมาย ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้แนวความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เรามาดูที่มาและที่ไปของความคิดนี้กันก่อน
เราต้องมาทำความเข้าใจคำว่า Design หรือ การออกแบบกันใหม่ก่อน หลายคนมักมองว่า การออกแบบ คือ การสร้างสิ่งของใหม่ๆ เช่น การสร้างของใช้ การสร้างเฟอร์นิเจอร์ การสร้างบ้าน และการวาดรูป เป็นต้น นั่นเป็นความเข้าใจที่ถูก แต่เป็นความเข้าใจที่ถูกเพียงส่วนเดียว Simon (1968) ได้กล่าวไว้ว่า การออกแบบ ไม่ได้เป็นแค่การสร้างสิ่งของหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่คือความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ให้เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ในอนาคต
ในสมัยก่อนที่เรายังไม่มีเครื่องบิน เราใช้เรือหรือรถเป็นพาหนะหลักในการเดินทางไกลๆ การสร้างเครื่องบินนี่ไม่ใช่แค่การทำให้การเดินทางเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการออกแบบประสบการณ์การเดินทางแบบใหม่ แก้ปัญหาการขนส่ง และเพิ่มโอกาสต่างๆ อีกมากมายให้กับโลกใบนี้ จึงได้เรียกว่าการออกแบบที่แท้จริง คือ การพัฒนาบางอย่างและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น
การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) คือ การคิดแก้ปัญหาที่สามารถนำไปสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ การคิดเชิงออกแบบนั้นต่างจาก “ความคิดสร้างสรรค์”(creativity) คือ Design Thinking จะคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 อย่างประกอบกัน คือ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และ “คน” การคิดเชิงออกแบบจึงมีอีกชื่อคือ “Human centered design” ที่คนเป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหา โดยเน้นทำความเข้าใจว่าคนต้องการอะไร แทนที่วิธีการแบบเดิมที่มักเริ่มต้นจาก “ปัญหา”
หรืออีกนัยยะหนึ่ง Design Thinking คือ “ กระบวนการคิดที่ใช้การทำความเข้าใจในปัญหาต่างๆ อย่างลึกซึ้ง โดยเอาผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และนำเอาความคิดสร้างสรรค์และมุมมองจากคนหลายๆ สายมาสร้างไอเดีย แนวทางการแก้ไข และนำเอาแนวทางต่างๆ นั่นมาทดสอบและพัฒนา เพื่อให้ได้แนวทางหรือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กับผู้ใช้และสถานการณ์นั้นๆ ”
Design thinking ของ Stanford d.school ได้แบ่งขั้นตอนกระบวนการคิดออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ Empathize, Define, Ideate, Prototype, และ Test จากทั้ง 5 ขั้นตอนนี้ จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนที่หนึ่งและสอง (Empathize และ Define) เป็นขั้นตอนทำความเข้าใจและตีความปัญหาอย่างลึกซึ้ง ขั้นตอนที่สาม (Ideate) คือขั้นตอนในการใช้ความคิดสร้างสรรค์และมุมมองจากหลายๆ ด้านมาสร้างไอเดีย และขั้นตอนที่สี่และห้า (Prototype และ Test) คือ ขั้นตอนในการทดสอบแนวคิดและพัฒนาต้นแบบที่เป็นตัวอย่างแนวคิด เพื่อให้ได้แนวทางหรือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์/ปัญหาที่เกิดขึ้น

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และสามารถนำมาแก้ไขปัญหาได้แบบมืออาชีพ
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีพื้นฐานการปรับปรุงพัฒนาองค์กรทั้งด้านคุณภาพและการบริการอย่าง ยั่งยืน ด้วยแนวคิดของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
4. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ขั้นตอนของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และสามารถนำไปใช้งานได้
5. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้วิธีการบูรณาการหลักแนวคิดต่างๆ ด้วยการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
6. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้วิธีการแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของงาน และนำหลักการการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ไปประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
Module 1: ความหมายของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       คิด…อย่างนักออกแบบ (Designer/Architect)
       การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) จะเกิดขึ้นเมื่อใด
       เพราะอะไรเราจึงต้องใช้การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       ความหมายของคำว่าการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       องค์ประกอบของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการทำงาน
       ความสำคัญของ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการพัฒนาตนเอง
       องค์ประกอบของความคิด ที่มาของความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       กระบวนการของความคิด ให้ได้มาซึ่งการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       ทำไมการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process) จึงมีความสำคัญกับองค์กรในยุคปัจจุบัน
       ประโยชน์ของระบบการคิดเชิงออกแบบ
Module 2: ปัญหาและการวิเคราะห์ด้วยการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       ปัญหาคืออะไร และ อะไรคือปัญหาขององค์กรในปัจจุบัน
       การจัดหมวดหมู่ของปัญหาตามกฎ 20/80 ของพาเรโต้
       เครื่องมืออย่างง่ายในการวิเคราะห์ปัญหา และสังเคราะห์เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่และแนวคิดใหม่กับแนวคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       วิเคราะห์กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อนำไปใช้
Module 3: ขั้นตอนของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
       Empathize คือ การทำความเข้าใจจริงๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการฟังจากคนที่มีปัญหา
         - หลักในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายแบบ Outside-in
         - วิธีการในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
         - เครื่องมือที่ใช้ในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
         - ฝึกปฏิบัติทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
       Define คือ การนำปัญหาที่เจอแล้วดูว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด นำมาเข้าสู่กระบวนการที่จะแก้ปัญหาก่อน
         - วิธีการในการสังเคราะห์เพื่อระบุประเด็นสำคัญ
         - เครื่องมือที่ใช้ในการในการสังเคราะห์เพื่อระบุประเด็นสำคัญ
         - ฝึกปฏิบัติการสังเคราะห์ประเด็เพื่อระบุประเด็นสำคัญ
       Ideate (Idea + create) หรือ การ brainstorming เป็นการระดมสมอง ระดมความคิด แนวทางในการแก้ปัญหา
         - วิธีการในการคิดสร้างทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ประเด็นสำคัญ
         - เครื่องมือที่ใช้สำหรับการระพลังความคิดเพื่อสร้างทางเลือก
         - ฝึกปฏิบัติการระพลังความคิดเพื่อสร้างทางเลือก
       Prototype ต้นแบบ หรือเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา
         - วิธีการในการในการสร้างแบบจำลองต้นแบบ
         - คุณลักษณะของแบบจำลองต้นแบบชนิดต่าง ๆ
         - ฝึกปฏิบัติการสร้างแบบจำลองต้นแบบ
       Test คือ ขั้นตอนใช้จริงๆ เพื่อทดสอบการใช้งานของสินค้าโดย ผู้บริโภคได้ใช้กันจริงๆ
         - วิธีการในการทดสอบแบจำลองต้นแบบ
         - เครื่องมือในการทดสอบแบบจำลองต้นแบบ
         - ฝึกปฏิบัติทดสอบแบบจำลองต้นแบบ
Module 4: การประยุกต์ใช้การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กับการทำงาน
       การมององค์รวม ( Holistic view ) ในการทำงาน
       คิดอย่าง “เข้าใจ” ปัญหาอย่างแท้จริงที่เกิดขึ้นในการทำงาน
       คิดแบบ “ไม่มีกรอบ” ในการแก้ปัญหาของการทำงาน โดยใช้วิธีของ Ideate (Idea + create) หรือการ brainstorming
       คิดเร็ว ทำเร็ว เพื่อแก้ปัญหาของงานที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
       ทดลองสร้างต้นแบบ (Prototype) หรือแนวทางในการแก้ปัญหาที่ร่วมกันคิดมาแล้ว โดยยึดหลักทดลองหลายๆ ครั้ง ล้มเหลวบ่อยๆ ล้มเหลวให้เร็ว เพื่อจะได้รีบเรียนรู้ความผิดพลาด
         - Fail Cheap เพื่อให้ความผิดพลาดนั้นมีราคาถูก
         - Fail Fast เพื่อให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นเร็วแต่เนิ่นๆ
         - Fail forward เพื่อให้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนในการก้าวต่อไป
       นำต้นแบบ (Prototype) หรือ แนวทางในการแก้ปัญหาที่ร่วมกันคิดมาแล้ว มาทดสอบ (Test) ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของการทำงาน


การบรรยายแบบให้ผู้เข้าสัมมนาเป็นศูนย์กลางการอบรม
ทำแบบทดสอบเรื่องสัตว์สี่ทิศเพื่อแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม หลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมเพื่อให้เห็นการสะท้อนตัวตนของแต่ละกลุ่ม (ซึ่งจากการแบ่งกลุ่มจะได้คนลักษณะเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน) ว่ามีแนวคิดในการทำกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป วิทยากรจะให้แนวคิดของ Design Thinking เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาตัวเองและองค์กร เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ในเรื่องทักษะของ Design Thinking ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระบวนการต่างๆทั้งวันจะผสมผสานเทคนิคการบรรยายแบบ Train,Lecture+Wshop,Talk show ,Motivate 


6 องค์ประกอบที่ใช้ในการฝึกอบรม รับชม VDO

VDO Online

การเรียนรู้ VDO ด้วยระบบ Learning Management Platform (LMP)

Classroom

การเรียนรู้ภายใน Classroom ด้วยบวนการ Adult learning

Clinic

กระบวนการทำ Group Coaching / Show & Share

1:1 Executive Coaching

กระบวนการโค้ช (Coaching) ที่ประเด็นสำคัญของบุคคล

Project Presentation

การนำเสนอโครงการเพื่อนำไปปฏิบัติในสถานการณ์จริง

Follow Up

การนำความรู้สู่การปฏิบัติที่ชัดเจน และการสรุปผลลัพธ์ของการฝึกอบรม