หน้าแรก / รวมหลักสูตรฝึกอบรม / หมวดทั่วไป (Other) / หลักสูตรฝึกอบรม การทะลุขีดจำกัดการสอน Virtual Class (Unleash Your Virtual Class Teaching Power)
(NLP โค้ช และ เทรนเนอร์)
ติดต่อสอบถาม
093-649-3561 / 091-770-3350 (HOTLINE)
asst.entraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com
Advance Management and Productivity
Advance Management and Productivity
Advance Thinking
ชุดเครื่องมือ (COURSE BY TOOLING PROGRAM)
ชุดเครื่องมือ (COURSE BY TOOLING PROGRAM)
Advance Softskill
หลักการ/แนวความคิด ปัจจุบันองค์กรโดยส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะพัฒนาบุคลากรภายในของตัวเองให้เป็นวิทยากรที่มีคุณภาพ สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ และการทำให้ผู้อื่นพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สามารถที่จะดำเนินการฝึกอบรมได้อย่างทั่วถึง และเกิดความต่อเนื่องได้
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มี Disruption การเปลี่ยนแปลงที่มีความรุนแรงสูง ในหลายๆด้าน รวมถึง Pandemic การระบาดครั้งใหญ่ที่เป็นตัวเร่งส่งผลให้ทุกคนต้องปรับตัวให้ยิ่งทันกับการรับมือ Disruption ซึ่งหนึ่งในนั้นของวงการTraining ก็คือ ต้องออกจาก Comfort Zone พื้นที่ปลอดภัยหรือเคยชินของตนเอง ที่สอนแบบ Classroom ปกติมาโดยตลอด ต้องมาฝึกฝนในการTrain สอนในแนวทางที่ไม่เคยทำ หรือ เคยชินมาก่อน
การออกจาก Comfort Zone เป็นเรื่องที่ท้าทาย และ Trainer หลายๆคนไม่มีความมั่นใจ มีความกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี และ จะสามารถควบคุมผู้เข้าอบรมให้มีความสนใจ และ มีส่วนร่วมได้อย่างที่สอนแบบ Classroom ปกติ ได้หรือไม่
การอบรมนี้จะช่วย Trainer ให้มีความมั่นใจ และ กล้าที่จะเรียนรู้แนวทางการสอนในรูปแบบใหม่ Virtual Class room ได้ Trainer จะเริ่มต้นที่การสร้างการตระหนักรู้ในตัวเอง (Self -Awareness) ซึ่งเริ่มจากการสื่อสารกับตนเองอย่างมีคุณภาพ เข้าใจถึงการทำงานของสมอง และ ภาษาที่ถูกต้องที่ใช้กับสมอง และ หมั่นขจัดเมฆ 4 ก้อน (ความคิดลบ, ความเชื่อที่มีข้อจำกัด, อารมณ์ลบ, ความขัดแย้งในตนเอง) ในทุกๆวัน อย่างสม่ำเสมอในระหว่างที่พัฒนาตนเองให้คุ้นชินกับการสอน Virtual Class และ ในช่วงที่สอน จนกลายเป็นนิสัยถาวรได้ พัฒนาตัวเองให้เป็น Trainer ที่มีความสามารถในการให้ความหมายใหม่กับสถานการ์ที่เกิดขึ้น (Reframe) เช่นเมื่อการสอนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สามารถลุกขึ้นมา ปรับปรุงการสอน และ เดินหน้าต่อไปได้ มีการตระหนักรู้ถึงแนวความคิดที่มีข้อจำกัดที่ฉุดรั้งตนเองอยู่ (Fixed Mindset) และ ตัดสินใจปฏิบัติการเชิงรุกด้วยการเปลี่ยนแนวความคิด (Mindset) ที่ตายตัว และ มีข้อจำกัดให้เป็นแนวความคิดใหม่ที่เติบโต และ ทรงพลังด้วยตนเอง (Growth Mindset)
เรียนรู้การใช้รูปแบบภาษาขัดแย้งไม่ขัดใจ ส่งผลไปสู่การเปิดใจ และ ยอมรับฟังจากผู้เข้าเรียนใน Virtual Classroom ของตนเอง
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร เพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ (Self-Awareness) ตนเอง เกี่ยวกับการทำงานสมอง
เพื่อทำให้ผู้เรียนขจัดอุปสรรคที่ฉุดรั้งการเป็น Trainer ที่ดี ปลดโซ่ตรวน (Fixed Mindset) แนวความคิดที่ตายตัวและมีข้อจำกัด ความคิดลบ กับหน้าที่ของการเป็น Trainer
เพื่อทำให้ผู้เรียนเปลี่ยนกรอบความคิด ให้ความหมายใหม่กับอุปสรรคที่เจออยู่ให้เป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Growth Mindset)
เพื่อทำให้ผู้เรียนเข้าใจแก่นของการสื่อสารกับตนเองและผู้อื่น เพื่อเพิ่มทักษะการชักจูงหว่านให้ผู้เข้าเรียนใน Class ของตนเองก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเข้าอกเข้าใจกัน
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้มีทักษะของการกำหนดเป้าหมายที่สามารถลงมือทำได้จริงและบรรลุผลตามเป้าหมายร่วมกันกับองค์กร
รายละเอียดเนื้อหาตามหลักสูตร 1. Know yourself / รู้จักตนเอง เลือก Mindset
เอาชนะสิ่งเร้าภายนอก
Event + Response = Outcome
สิ่งเร้า + การตอบสนอง = ผลลัพธ์
เกิดการตระหนักรู้ว่าเมื่อผลลัพธ์การสอน Virtual Classroom ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง (สิ่งเร้า) ไม่ไปโฟกัสที่สิ่งเร้า แต่จะไปโฟกัสที่ ผลลัพธ์ และ การตอบสนองและมุ่งมั่นปรับการสอนใหม่เพื่อให้ผลลัพธ์เข้าใกล้เป้าหมายที่ต้องการ
Growth Mindset VS Fixed Mindset
แนวความคิดเติบโต VS แนวความคิดตายตัว
เข้าใจถึงการที่ต้องมีแนวความคิดเติบโตในการสอนแบบ Virtual Classroom คือ ไม่ได้มองที่ความเก่ง หรือ ตัวตนของตนเอง Ego แต่มองที่ความขยัน มุ่งมั่นตั้งใจ Effort มากกว่า ที่จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ และ Feedback ต่างๆ มาปรับและเดินหน้าต่อ แทนที่จะ โทษตนเองและบอกว่าตนเองไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ
Workshop: สำรวจแนวความคิดของตนเองและเลือก Mindset
2. ตระหนักรู้การทำงานของสมอง (Communication Model)
แม่แบบการสื่อสาร Model of Communication การทำงานของสมอง
เข้าใจสมองที่มีตัวกรอง การลบทิ้ง บิดเบือน เหมารวม ข้อมูลที่เข้าสู่สมอง
ซึ่งทำให้เกิดเป็นอุปสรรคในการสอนแบบ Virtual Classroom ได้ เช่น สอนไป 1 ครั้ง และ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการก็บอกว่าตนเองนั้นไม่เหมาะกับการสอนแนวนี้ (เหมารวม) บอกว่าตนเองนั้นไม่มีความมั่นใจ และ ไม่น่าจะสอนแนวนี้ได้ (ลบทิ้ง – ลืมที่เคยสอนแบบ Classroom ปกติมาแล้ว และทำได้ดี การเรียนรู้ และ ฝึกฝนนั้นก็คล้ายๆกันแต่ไม่นำทักษะเก่ามาประยุกต์ใช้กับแนวทางการสอนแบบ Virtual Classroom) เมื่อได้รับ Feedback จากผู้เข้าอบรมว่ายังสอนได้ไม่ค่อยน่าติดตาม ก็คิดไปเลยว่าตนเองนั้น ไม่มีความสามารถการสอนทางด้านนี้ (บิดเบือน) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะตีความหมายไปในทางด้านบวกได้คือ เป็น Feedback ที่ตนเองก็จะต้องไปหาวิธีแนวทางใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อสอนให้ชวนน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
เมื่อผู้เข้าอบรมมีการตระหนักถึงตัวกรองเหล่านี้ก็จะสามารถปรับการสื่อสารกับตนเองได้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น ให้เป็นการสื่อสารที่ทำให้ มีความมั่นใจ และ มุ่งมั่นในการฝึกฝนจนมีความถนัดมากยิ่งขึ้นกับการสอนในแนวทางนี้
3. เรียนรู้สิ่งที่เป็นลบในตัว เมฆ 4 ก้อน (4 Clouds)
ตระหนักรู้ถึง ความคิดลบ ความเชื่อที่มีข้อจำกัด อารมณ์ทางด้านลบ และ ความขัดแย้งในตนเอง
ซึ่งสิ่งที่เป็นลบนี้ จะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในการสอน Virtual Classroom และ เมื่อมีการรู้ตัวกับสิ่งที่เป็นลบเหล่านี้มากขึ้น ผู้เข้าอบรมก็สามารถที่จะหาวิธีการมาแก้ หรือ ป้องกัน ล่วงหน้าได้เช่น เกิดอารมณ์ลบ หงุดหงิด กับผู้เข้าเรียนใน Class ของตนเอง ที่ไม่ยอมเปิดกล้อง ก็จะมีวิธีการในการขอความร่วมมือตั้งแต่ต้น หรือ หากสุดท้ายไม่ได้รับความร่วมมือจริงๆ ก็ต้องฝึกในการสอนแบบไม่ต้องเห็นหน้าผู้เข้าเรียนได้ เป็นต้น แทนที่จะมารู้สึกไม่ดีกับผู้เข้าเรียน หรือ รู้สึกไม่ดีกับตนเอง
Workshop: ประเมิน การลบทิ้ง บิดเบือน เหมารวม และ เมฆ 4 ก้อน ที่ตนเองมี และ ตัดสินใจที่จะนำหลักการ 2 หลักการนี้ไปใช้อย่างไรในการเป็นผู้นำอย่างไร
4. ทักษะการเปลี่ยนกรอบความคิด คิดมุมกลับปรับมุมมอง คิดเชิงบวก (Reframe)
ความสามารถในการโค้ชชิ่งตนเองให้เปลี่ยนความหมายสถานการณ์เชิงลบให้เป็นบวก
การมองเห็นโอกาสในวิกฤติ และได้บทเรียนทางด้านบวกจากสิ่งที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในระหว่างการสอน ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร สามารถที่จะให้ความหมายไปในทางที่บวก ที่ดี ที่ส่งผลทำให้ไปต่อได้กับการสอนแนว Virtual Classroom ไม่มีอะไรล้มเหลว มีแต่เรียนรู้ ทุกสิ่งที่ได้รับมาเป็นข้อมูลที่นำมาปรับแก้ไขและทำให้การสอนยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ
Workshop : โค้ชชิ่งตนเองออกจากกรอบความคิดเชิงเกี่ยวกับการสอน Virtual Classroom
5. ทักษะการใช้ภาษารักษามิตรภาพ ความซี้ปึ๊ก (Agreement Frame)
ความสามารถในการใช้รูปแบบภาษาในการรักษาความสัมพันธ์ ความซี้ปึ๊ก
ทักษะการใช้รูปแบบภาษาในการขัดแย้งโดยที่ไม่ขัดใจคู่สนทนา
เมื่อผู้เข้าเรียนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกับ Trainer สามารถที่จะใช้รูปแบบภาษาที่ทำให้ผู้เข้าเรียนไม่รู้สึกว่า Trainer มองว่าเขาผิด ก็จะส่งผลให้ผู้เข้าเรียนยอมรับฟังเหตุผลจาก Trainer มากกว่าที่จะต่อต้าน
Workshop : แสดงบทบาทสมมุติในการใช้รูปแบบภาษารักษามิตรภาพ
6. เทคนิคต่างๆที่สร้างการมีส่วนร่วม
การแบ่งกลุ่ม และกำหนด กติกา และ บทบาท
การสุ่มรายชื่อ ถามคำถาม
การให้คะแนน รางวัล
การสร้างคำถาม Poll
การแสดงบทบาทสมมุติ
การให้สรุปสิ่งที่เรียนเป็นประโยคสั้นๆ
7) ทักษะการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ (Ultimate Success Formula)
ความสามารถในการตั้งเป้าหมายที่ SMART
การย่อยเป้าหมายใหญ่ให้ลงมาเป็น Action Plan ที่เป็นรูปธรรมและสามารถลงมือปฎิบัติได้โดยการมีกำหนดเวลาแล้วเสร็จที่ชัดเจนในการสอน Virtual Class
Workshop: ฝึกการตั้งเป้าหมายและลงมือทำด้วยสูตร Ultimate Success Formula
กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)
การเรียนรู้ VDO ด้วยระบบ Learning Management Platform (LMP)
รับชมการเรียนรู้ภายใน Classroom ด้วยบวนการ Adult learning
รับชมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มย่อย Group Coaching & Clinic
รับชมการพูดคุยเชิงลึกด้วย 1:1 Coaching & Mentor
รับชมการนำเสนอโครงการเพื่อนำไปปฏิบัติในสถานการณ์จริง
รับชมการนำความรู้สู่การปฏิบัติที่ชัดเจน และการสรุปผลลัพธ์ของการฝึกอบรม
รับชม