Advance Course การบริหารความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล

(Conflict Management) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Management OD / การบริหารความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 การปฏิบัติงานร่วมกันเป็นทีมย่อมหลีกเลี่ยง “ความขัดแย้ง” ไปไม่ได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ได้ เพราะความคิดที่หลากหลาย ย่อมนำไปสู่วิธีการที่เหมาะสมในการพิชิตเป้าหมายมากกว่าการใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว หากเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้งและสาเหตุที่เกิดความขัดแย้งแล้ว เราย่อมีวีบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ขึ้นได้
 หลักการบริหารความขัดแย้งคือ การปรับแนวความคิดที่แตกต่างให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน แล้วเลือกวิธีการที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เมื่อคู่กรณีมีแนวความคิดที่ยึดหลักการเดียวกันแล้วย่อมทำให้วิธีการต่างๆ ที่อาจไม่เหมือนกัน แต่สามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น โดยผ่านการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์ การมีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้อื่น และมองเป้าหมายแทนปัญหา ความขัดแย้งก็จะลดน้อยหรือหมดไปในที่สุด
 องค์กรที่ให้ความสำคัญที่แนวความคิดที่แตกต่างเป็นการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ โดยการให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการบริหารความคิดที่แตกต่าง (ความขัดแย้ง) ให้กับทีมงานอย่างทั่วถึงแล้ว ก็จะเกิดเป็นทีมเวิร์กที่มีความคิดหลากหลาย และเป็นทีมที่เข้มแข็งเพราะคนที่มีความสามารถที่หลากหลายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น องค์กรนั้นย่อมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ

วัตถุประสงค์
 เพื่อสร้างแนวความคิดในการบริหารจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผู้อื่น ทีมงาน และองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล
 เพื่อทำให้ผู้เรียมองเห็นสาเหตุของความขัดแย้ง และเทคนิคการเอาชนะหลุมพรางทางความคิดได้ด้วยตัวเอง
 เพื่อให้ผู้เรียนรู้สามารถสร้างกลยุทธ์และให้คำปรึกษากับพนักงานทั่วไปในการบริหารความขัดแย้งได้ด้วยตัวเอง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 เรียนรู้และเข้าใจสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
      ประเด็นสำคัญที่เกิดความขัดแย้ง
      
วิเคราะห์สาเหตุของความขัดแย้ง
      ธรรมชาติของความขัดแย้ง
      แนวความคิดเชิงลบเมื่อเกิดความขัดแย้ง
      Workshop: ค้นหาสาเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
 การบริหารความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล
      หลุมพรางทางความคิดเกี่ยวกับความขัดแย้ง
      หลักการบริหารความขัดแย้ง
      เทคนิควิธีการเอาชนะหลุมพราง
      กระบวนการแก้ไขปัญหาเชิงสร้างสรรค์
      Workshop: หลักการบริหารความขัดแย้งของตัวเอง
 ทักษะสำคัญในการลดความขัดแย้งกับผู้อื่น
      สร้างทัศนคติเชิงบวกกับผู้อื่น (จับถูก)
      การยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่าง (ค่านิยม)
      การสื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดี (มนุษยสัมพันธ์)
      การให้ความสำคัญกับเป้าหมายมากกว่าปัญหา (คิดเชิงกลยุทธ์)
      การจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิด (ภาวะผู้นำ)
      Workshop: ทักษะที่คุณจะนำไปพัฒนาเพิ่มเติม
      กรณีศึกษา: ค้นหาสาเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
 การประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ
      การหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งล่วงหน้า
      การให้คำปรึกษาแนวทางบริหารความขัดแย้ง
      การสร้างกลยุทธ์บริหารจัดการความขัดแย้งของหน่วยงาน
      การพัฒนาแนวความคิดเรื่องการบริหารความขัดแย้งให้ทีมงาน
 การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝน

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานระดับปฏิบัติการ
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : การบริหารความขัดแย้งทัศนคติเชิงบวกการสื่อสร้างสัมพันธ์