Advance Course การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบในการทำงาน

(EQ) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Softskill / การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบในการทำงาน

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ต้องบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบ (EQ) ของตัวเองให้อยู่ในจุดที่ไม่ทำให้เสียหายต่องานและทีมงาน เพราะความรับผิดชอบที่สูง ทำให้โอกาสในการเกิดอารมณ์เชิงลบมีค่อนข้างสูง ดังนั้น การรู้หลักการ “การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบ (EQ)” ของตัวเองจะทำให้เป็นที่ยอมรับของทีมงานมากขึ้น และส่งผลถึงการได้รับผลลัพธ์ของงานที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
 การสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (Emotion Intelligence) ต้องเริ่มต้นที่การเรียนรู้และเข้าใจในคุณค่า (Value) ของตัวเองพร้อมกับเชื่อมต่อกับคุณค่าของทีมและคุณค่าขององค์กร (Core Value) ต่อไป ก็จะทำให้เข้าใจความแตกต่างของบุคคลของทีมและความต้องการขององค์กรได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น จะทำให้สามารถบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
 อารมณ์เชิงลบ (Negative Emotion) เกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง ส่วนที่เป็นการควบคุมการปฏิบัติตัวของคนเรา ดังนั้นการบริหารจัดการอารมณ์จึงต้องใช้เทคนิคการโปรแกรมภาษาสื่อสารกับสมอง (Neuro Linguistic Programming : NLP) เพื่อทำให้สมองส่วนอารมณ์ (Limbic System) เลือกสร้างอารมณ์ที่ดีขึ้นมาแทนและปรับเปลี่ยนการกระทำใหม่ที่ส่งผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น
 การประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดการอารมณ์เชิงลบ (EQ) จะทำให้การทำงานร่วมกันเกิดผลลัพธ์ที่ดี และเกิดความสุขในการทำงานอย่างเป็นทีมเวิร์ค

วัตถุประสงค์
 เพื่อทำให้ผู้เรียนเข้าใจการบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้อย่างชัดเจนและสามารถประยุกต์ใช้กับ Style ของตัวเองได้ในสถานการณ์จริง
 เพื่อทำให้ผู้เรียนมีเทคนิคการโปรแกรมภาษสื่อสารกับสมอง (NLP) แล้วนำมาบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิผล
 เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ในการจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเอง จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของอารมณ์
      สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการอารมณ์
      ความหมายของการจัดการอารมณ์เชิงลบ (EQ)
      เทคนิคการสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EI)
      การประยุกต์ใช้ความฉลาดทางอารมณ์กับงาน
      Workshop : กำหนดแนวทางการจัดการอารมณ์ของตัวเอง
 การใช้คุณค่า (Value) ในการจัดการอารมณ์เชิงลบ
      คุณเป็นได้ดีกว่าที่คุณคิด (คุณค่าในตัวเอง)
      การทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค (คุณค่าของทีม)
      การสร้างความผูกพันในองค์กร (คุณค่าขององค์กร)
      การปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับคุณค่าในตัวเอง ทีม องค์กร
      กิจกรรม : ค้นหาคุณค่าในตัวเอง (Being)
      กิจกรรม : รณรงค์คุณค่าขององค์กร (Core Value)
 การใช้เทคนิค NLP กับการจัดการอารมณ์เชิงลบ
      ความหมายของ NLP (Neuro Linguistic Programming)
      หลักการที่สำคัญของการทำงานของสมอง
      NLP Communication Model
      เทคนิคการใช้ NLP กับการจัดการอารมณ์เชิงลบ
      Workshop : กำหนดเทคนิคการจัดการของตัวเอง
      Role Playing : บทละครการสร้างความฉลาดทางอารมณ์
 การประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กร
      การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบกับงาน
      การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบกับการสื่อสาร
      การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบกับปัญหาและอุปสรรค
      การบริหารจัดการอารมณ์เชิงลบกับเป้าหมาย
 การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานระดับปฏิบัติการ
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : NLPEmotion IntelligenceEQ

แสดงความคิดเห็น