Advance Course การบริหารผลการปฏิบัติงานและการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

(Strategic Performance Management and Business Diversify) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / บริการ / หลักสูตรฝึกอบรม 2562 / Advance Management OD / การบริหารผลการปฏิบัติงานและการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
หลักการบริหารงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อทำให้บุคลากรภายในทีมสามารถสร้างผลการปฏิบัติงานให้บรรจุเป้าหมายตามที่ต้องการ ส่งผลให้ภาพรวมขององค์กรบรรลุเป้าหมายได้

การบริหารผลการปฏิบัติงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Performance Management) เป็นการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์การทำงาน เพื่อค้นหาช่องว่าง (Gap) แล้วผ่านกระบวนการคิดต่างๆ ในการกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ มีแนวทางปฏิบัติที่หลากหลายกลยุทธ์และสามารถประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของบริษัทได้ ก็จะทำให้องค์กรสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่นยืน เช่น
      กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy)
      กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)
      กลยุทธ์ระดับสายงาน (Functional Strategy)
      การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Diversify)
      กลยุทธ์ในเชิงการประยุกต์ (Application Strategy)

วัตถุประสงค์
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หลักการบริหารผลการปฏิบัติงานเชิงกลยุทธ์และประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของตัวเองได้ทันที
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้มีแนวทางการสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ของตัวเองในการสร้างผลการปฏิบัติงานที่ดี
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ พร้อมแนวทางการพัฒนาทีมงานให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวความคิดในการบริหารจัดการผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผล

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
การเรียนรู้หลักการการบริหารธุรกิจเชิงกลยุทธ์
       สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ
       กรอบความคิดการบริหารธุรกิจ (Business Conceptual)
       หลักพื้นฐาน (Conceptual) ของการคิดเชิงกลยุทธ์
       การวิเคราะห์แรงกดดันทางธุรกิจ (5 Forces)
       การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Diversify)
       Workshop : สรุปแนวความคิดการบริหารธุรกิจของตัวเอง
การเรียนรู้และเข้าใจกลยุทธ์ประเภทต่างๆ
       กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy)
       กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)
       กลยุทธ์ระดับสายงาน (Functional Strategy)
       กลยุทธ์ในเชิงการประยุกต์ (Application Strategy)
       Workshop : กำหนดกลยุทธ์การบริหารใน Style ของตัวเอง
การบริหารผลการปฏิบัติงานเชิงกลยุกต์ (Strategic Performance Management)
       หลักการการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)
       หลักการบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive Management)
       ลักษณะงานที่เหมาะสมกับการคิดเชิงกลยุทธ์
       หลักการเอาชนะปัญหา/อุปสรรคที่ต้องเผชิญ
       Workshop : การสร้างแนวความคิดเชิงกลยุทธ์ของตัวเอง
       กรณีศึกษา : กำหนดแนวทางการบริหารผลการปฏิบัติงาน
การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงกลยุทธ์
       แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 9 ประการ (9 Megatrends)
       แนวความคิดในการกำหนดกลยุทธ์ทางการแข่งขัน
       การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
       การบริหารจัดการทีมงาน (Staff Management)
       หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยแนวคิดใหม่
       Workshop : กำหนดแนวการบริหารทีมงานด้วยตัวเอง
การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานปฏิบัติการ
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ
ผู้บริหาร

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  
Keyword ที่เกี่ยวข้อง : การกระจายความเสี่ยงการบริหารเชิงกลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุก

แสดงความคิดเห็น