Advance Course การบริหารเวลา สร้างสมดุลงานและชีวิต

(Time Management for Worklife Balance) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Management OD / การบริหารเวลา สร้างสมดุลงานและชีวิต

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 การบริหารเวลาที่ดี ต้องเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาตอของเวลาที่...
       เวลาที่ใช้แล้วหมดไป ย้อนกลับไม่ได้
       เวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง
       เวลาที่หน่วยวัดที่สะท้อนคุณค่าที่เราสร้างขึ้น
       เวลาบริหารจัดการไม่ได้ เพราะไม่มีตัวตน
       คนทุกคนมี “เวลา” เท่ากันหมด
 การจัดการชีวิตกับเวลาที่มีอยู่ จึงเป็นหลักการที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพราะการที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้การดำเนินชีวิตของเราไม่เสียเวลาเปล่ากับเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเป้าหมายที่กำหนดไว้
 การใช้เครื่องมือการบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ของงานอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น เป็นการลดการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองให้น้อยลง เพื่อจะให้นำเวลาที่เหลือเพิ่มขึ้น ไปดำเนินการกับงานอื่นๆ เป็นการเพิ่มผลผลิต (Productivity) ให้มากขึ้น
 การสร้างสมดุลของงานและชีวิต (Worklife Balance) เป็นประเด็นสำคัญของการบริหารเวลา (Time Management) เพราะการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าเท่ากับการใช้ไปอย่างสมดุลกับเรื่องที่เราให้ความสำคัญ หากมีการกำหนดเป้าหมายด้านต่างๆ ตามวงล้อชีวิตได้ชัดเจน ก็จะทำให้การบริหารเวลามีประสิทธิผลมากขึ้น

วัตถุประสงค์
 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจหลักการบริหารเวลาที่ถูกต้องและเรียนรู้ธรรมชาติของเวลาจะได้บริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง
 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้เครื่องมือในการบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิผลและสามารถประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองได้ทันที
 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำหลักการบริหารเวลาไปใช้กับการดำเนินชีวิตแล้วสร้างความสมดุลของการทำงานกับการดำเนินชีวิต (Work life Balance) ได้ด้วยตัวเอง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 หลักการบริหารเวลาที่มีประสิทธิผล (Effective Time Management)
      สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารเวลา
      เรียนรู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับ “เวลา”
      อย่า! บริหารเวลา...ให้บริหารชีวิตกับเวลาที่มีอยู่
      การบริหารเวลาที่มีประสิทธิผลเป็นอย่างไร?
      Workshop : กำหนดหลักการบริหารเวลาของตัวเอง
 เทคนิคการบริหารเวลากับเป้าหมายความสำเร็จ
      หลุมพรางทางความคิดเกี่ยวกับการบริหารเวลา
      เทคนิคการเอาชนะหลุมพรางทางความคิด
      การจัดการงานกับเวลาที่มีอยู่
      Workshop : เทคนิคการเอาชนะหลุมพราง (ข้ออ้าง)
      กรณีศึกษา : การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิผล
 เครื่องมือการบริหารจัดการเวลาตามสถานการณ์
      รายการงานที่ต้องดำเนินการ (To Do List)
      การจัดลำดับความสำคัญของงาน (Priority Job)
      การประเมินลักษณะงาน (Valuable)
      การใช้เทคโนโลยี่ในการบริหาร (Technology)
      Workshop : การประยุกต์ใช้เครื่องมือการบริหารเวลา
 การสร้างสมดุลงานและชีวิต (Worklife Balance)
      สำรวจเรื่องที่สำคัญในชีวิต (วงล้อชีวิต)
      การให้ความสำคัญกับคุณค่าตัวเอง (Who am I?)
      การทำงานเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ (Proactive Working)
      การจัดการงาน & ชีวิตที่มีเป้าหมาย (Balancing)
      กิจกรรม : การเรียนรู้และประยุกต์ใช้กับกิจกรรม
 การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานระดับปฏิบัติการ
 หัวหน้างาน
ผู้จัดการ

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : Worklife BalanceการบริหารเวลาTime Management

แสดงความคิดเห็น