Advance Course การพัฒนาศักยภาพผู้นำในยุค 4.0

หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / บริการ / หลักสูตรฝึกอบรม 2562 / Advance Leadership / การพัฒนาศักยภาพผู้นำในยุค 4.0

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 ผู้บริหารในยุค 4.0 ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองก่อน พัฒนาภาวะความเป็นผู้นำตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย มีแนวทางการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นเป็นอย่างดี ใช้กระบวนการโค้ชพัฒนาให้ทีมมีผลการปฏิบัติงานที่ดี
 ผู้นำตามสถานการณ์ (Situation Leadership) มีคุณสมบัติดังนี้
     1. การพัฒนาทักษะการคิดด้านต่างๆ (เก่งคิด)
     2. การสร้างแรงจูงใจทีมงานในฐานะผู้นำ (เก่งคน)
     3. การสอนและการโค้ชทีมงาน (เก่งโค้ช)
 การเรียนรู้และเข้าใจคุณลักษณะของบุคคลด้วย DISC จะทำให้ผู้เรียนได้รู้จักตัวเองและเกิดความเข้าใจคุณลักษณะของทีมงานได้ง่ายขึ้น สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ โดยการใช้คุณลักษณะเด่นของแต่ละบุคคลมาเสริมพลังซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างการเรียนรู้ร่วมกันได้ (Peer Coaching) ทำให้งานบรรลุเป้าหมายของทีมและเป้าหมายองค์กรร่วมกัน
 การโค้ชผลการปฏิบัติงาน (Performance Coaching) เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรครบวงจรตามกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) โดยการดึงศักยภาพของทีมงานให้นำออกมาใช้สร้างผลงาน ทำให้งานได้ผล คนเป็นสุข เพิ่มมากขึ้น

วัตถุประสงค์
 เพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง และมีแนวทางในการสร้างกรอบความคิดการทำงานเชิงรุกได้ด้วยตัวเอง
 เพื่อทำให้ผู้เรียนได้สร้างแนวทางการเป็นผู้นำตามสถานการณ์และทำให้ทีมงานมีผลการปฏิบัติงานที่บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้
 เพื่อทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนและปฏิบัติจริงในการโค้ชทีมงานในฐานะผู้นำเกิดความเข้าใจกระบวนการสอนและการโค้ชด้วยตัวเอง
 เพื่อทำให้ผู้เรียนมีแนวทางในการทำงานเป็นทีมเวิร์คร่วมกันภายในทีมอย่างชัดเจน

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 การตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
       การค้นหาคุณค่าและจุดแข็งของตัวเอง
       การเปลี่ยนกรอบความคิด (Fixed Mindset " Growth Mindset)
       การทำงานเชิงรุก (Proactive Working)
       การเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการโค้ช (Self-Coaching)
       Workshop : กำหนดแนวทางการพัฒนาตัวเอง
 การพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำตามสถานการณ์ (Situation Leadership)
       การพัฒนาทักษะการคิดด้านต่างๆ (เก่งคิด)
       การสร้างแรงจูงใจทีมงานในฐานะผู้นำ (เก่งคน)
       การสอนและการโค้ชทีมงาน (เก่งโค้ช)
       กรณีศึกษา : ผู้นำในฐานะโค้ช
       Role Playing : การพัฒนาทีมงานได้ทั้งใจ ได้ทั้งงาน
 การทำงานเป็นทีมสู่ความสำเร็จร่วมกัน
       การเรียนรู้และเข้าใจคุณลักษณะบุคคลด้วย DISC
       การสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ ลดข้อขัดแย้ง
       การทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค (Collaborative Working Team)
       การเรียนรู้ร่วมกัน (Peer Coaching)
       Workshop : กำหนดแนวทางการทำงานเป็นทีมของตัวเอง
 การพัฒนาผลการปฏิบัติงานของทีมงาน (Performance Management System)
       การกำหนดเป้าหมายและแผนงาน (Planning for Target)
       การสั่งงาน มอบหมายงานและติดตามงาน
       การประเมินผลการปฏิบัติงาน
       การสอนและการโค้ชผลการปฏิบัติงานที่สูง (Performance Coaching)
       Role Playing : การโค้ชผลการปฏิบัติงาน
 การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)

ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 หัวหน้างาน
ผู้จัดการ    
 ผู้บริหาร

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  
Keyword ที่เกี่ยวข้อง : ผู้บริหาร 4.0ทีมงานภาวะผู้นำ

แสดงความคิดเห็น