Advance Course การสร้างพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวกในการทำงาน

(PQ) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Softskill / การสร้างพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวกในการทำงาน

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 การสร้างภูมิพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวก (PQ) ให้สมองมีความแข็งแรงมากพอที่จะต่อสู้กับพลังด้านลบที่คอยฉุดดึงให้เราตกต่ำและหมดกำลังใจในเหตุการณ์ต่างๆ โดยการสะสมพลังนี้ให้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนการฝึกฝนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราขาดไม่ได้ ก็จะทำให้เราสามารถใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่
 กลยุทธ์การพัฒนาระดับ PQ ให้สูงขึ้น แบ่งออกเป็น 3 เรื่องดังนี้
      1. การขจัดจิตที่บั่นทอนตัวคุณ (Negative Thinking)
      2. การเสริมสร้างจิตที่ส่งเสริมตัวคุณ (Positive Thinking)
      3.การเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง PQ ()
 การเรียนรู้และเข้าใจจิตที่บั่นทอนและจิตที่ส่งเสริม จะช่วยทำให้สามารถพัฒนาพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวกได้ง่ายขึ้น และเกิดเป็นภูมิที่ติดตัวเองไปตลอด ทำให้สามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเองออกมาใช้อย่างเป็นอัตโนมัติหลังจากการฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติ
 การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่างๆ ในการเสริมสร้างเชาว์ปัญญาเชิงบวก (Positive Intelligence) จะทำให้สามารถขจัดจิตที่บั่นทอนตัวคุณได้อย่างรวดเร็ว และสร้างจิตที่ส่งเสริมตัวคุณขึ้นมาทดแทนได้ทันที ทำให้สามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานและการดำเนินชีวิตได้

วัตถุประสงค์
 เพื่อทำให้ผู้เรียนเรียนรู้และเข้าใจพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวก (PQ) ได้ด้วยตัวเองและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้ทันที
 เพื่อทำให้ผู้เรียนมีแบบฝึกฝนการสร้างเชาว์ปัญญาเชิงบวกตาม Style ของตัวเอง สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ
 เพื่อสร้างแนวทางการปฏิบัติและสำรวจตัวเองกับกิจกรรมต่างๆ ช่วยทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของอารมณ์
      สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับเชาว์ปัญญาเชิงบวก
      ความหมายของเชาว์ปัญญาเชิงบวก (Positive Intelligence)
      การวัดค่าจิตของคุณในสภาวะต่างๆ (Positive Intelligence Quotient)
      หลักการสำคัญของเชาว์ปัญญาเชิงบวก (PI)
      Workshop : สำรวจระดับเชาว์ปัญญาเชิงบวกของตัวเอง
 เทคนิคการพัฒนาเชาว์ปัญญาเชิงบวก (PI) ของตัวเอง
      การเรียนรู้และเข้าใจการทำงานของสมอง
      กลยุทธ์การพัฒนาระดับ PQ ให้สูงขึ้น
      รู้จักจิตที่บั่นทอนตัวคุณ (Negative Thinking)
      รู้จักจิตที่ส่งเสริมตัวคุณ (Positive Thinking)
      Workshop : สร้างเทคนิคการพัฒนาเชาว์ปัญญา
      กิจกรรม : ประเมินตัวเองเพื่อค้นหาจิตที่บั่นทอน
 ทักษะที่สำคัญของการสร้างเชาว์ปัญญาเชิงบวก
      การเห็นอกเห็นใจ (Empathige)
      การอยากรู้อยากเห็น (Explore)
      การริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Innovate)
      การสร้างเข็มทิศนำทาง (Navigate)
      การกระตุ้นจูงใจ (Activate)
      Workshop : การสร้างพลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวก
 การประยุกต์ใช้พลังของเชาว์ปัญญาเชิงบวกในการทำงาน
      การสร้างสมอง PQ อย่างสม่ำเสมอ
      การใช้สมอง PQ กับการแก้ปัญหา
      การสร้างสมอง PQ ให้กับทีมงาน
      การใช้สมอง PQ ลดความขัดแย้ง
 การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานระดับปฏิบัติการ
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : Positive ThinkingPositive Intelligenceเชาว์ปัญญาเชิงบวก

แสดงความคิดเห็น