Advance Course การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ บริหารความขัดแย้งขององค์กร

หลักสูตร Advance Plus 2 วัน

หน้าแรก / บริการ / หลักสูตรฝึกอบรม 2562 / Advance Management OD / การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ บริหารความขัดแย้งขององค์กร

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

“การสื่อสาร สร้างสัมพันธ์ ลดความขัดแย้ง แสดงความเป็นตัวเอง”
“การสื่อสาร 2 ทางนั้น คือ การพูดอย่างไรไม่ให้พัง ฟังอย่างไรไม่ให้เครียด”

หลักการและเหตุผล
 การพัฒนาการสื่อสาร (Communication) เป็นหัวใจสำคัญอย่างมาก เพราะเราหลีกเลี่ยงการสื่อสารไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยเสียง ท่าทางและ / หรือตัวอักษร รูปภาพ ก็ตาม ทั้งหมดล้วนแสดงถึงแนวความคิด และความรู้สึกของเราที่ใช้สื่อสารออกไป รวมทั้งการเข้าใจความคิด ความรู้สึกของผู้อื่นที่สื่อสารออกมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นทักษะต่างๆ ที่สำคัญที่เกี่ยวกับการสื่อสาร เช่น...
       การนำเสนอ พูดคุย สนทนา (Presentation Skill)
       การใช้คำถามที่ทรงพลัง (Powerful of Questioning)
       การรับฟังเชิงรุก เข้าใจผู้อื่น (Active Listening)
       การให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อผลสัมฤทธิ์ (Effective Feedback)
       การสื่อสารและสังเกตท่าทาง (Body Language)
 การประยุกต์ใช้การสื่อสารกับสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น...

 ความขัดแย้งภายในองค์กรที่เกิดขึ้น ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการบริหารจัดการความขัดแย้งที่ดี (Conflict Management) ย่อมทำให้เกิดประสิทธิผลในการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้ การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และการใช้เทคนิคบริหารจัดการความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องสำคัญที่บุคลากรภายในองค์กรต้องเรียนรู้
 การบริหารจัดการและจูงใจบุคคลในสถานการณ์ต่างๆ เป็นการผสมผสานการสื่อสาร (Communication) และการบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) เพื่อเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ในองค์กร...
       การบอกให้เพื่อนช่วยเหลือในงานที่รับผิดชอบร่วมกัน
       การพูดคุยกับบุคคลที่แสดงตัวว่าเป็นคนดื้อเงียบ
       การว่ากล่าวตักเตือนลูกน้องที่ทำผิดให้เขายอมรับด้วยตัวเอง
       การทำให้ผู้อื่นไม่ปฏิบัติต่อคุณในสิ่งที่คุณไม่ชอบ
       การกล้ายืนยันแนวความคิดตัวเองอย่างเชื่อมั่น แม้คนอื่นไม่เห็นด้วย
       การประสานงานให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน ในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน (เป็นต้น)

วัตถุประสงค์
 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล เรียนรู้เทคนิคการสื่อสารแบบมืออาชีพ และการให้ข้อมูลป้อนกลับเชิงบวกอย่างสร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเอง
 เพื่อทำให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้การสื่อสาร (Communication) และการบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) กับการทำงาน และเรื่องต่างๆ ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมเวิร์คที่ดี
 เพื่อทำให้ผู้เรียนสามารถทำงานติดต่อกับบุคคลที่เกิดความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถจัดการกับสถานการณ์และบุคคลได้ดีขึ้น อันนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ขององค์กร
 เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงและสามารถนำสิ่งที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้ได้ด้วย Style ของตัวเอง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
Day I: การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับองค์กร
 สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการพูดและการสื่อสาร (กิจกรรม)
      คุณสื่อสารกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีมากแค่ไหน?
      คุณคิดอย่างไรเมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับบุคคลเหล่านี้?
      คุณเกิดความรู้สึกกับการสื่อสารของคุณอย่างไร?
      คุณสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีแค่ไหน?
      หลักการการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
 องค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารที่เป็นมาตรฐาน
      กิจกรรมย่อย : สนุกกับการสื่อสาร
      ความหมายของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์
      อุปสรรคของการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ
      บทบาทของผู้สื่อสารที่ดี
      Workshop: การปรับเปลี่ยนแนวการสื่อสารของตัวเอง
 เทคนิคการพัฒนาการสื่อสารแบบมืออาชีพ
      ทักษะการนำเสนอ แสดงความคิดเห็น (Presentation Skill)
      ทักษะการใช้คำถามทรงพลัง (Powerful of Questioning)
      ทักษะการรับฟังเชิงรุก (Active Listening)
      การให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อผลสัมฤทธิ์ (Effective Feedback)
      Workshop: การพัฒนาการสื่อสารแบบมืออาชีพ
      กรณีศึกษา : เทคนิคการป้อนกลับเชิงสร้างสรรค์
 การจัดการข้อจำกัดการสื่อสารของตัวเอง
      หลุมพรางทางความคิดเชิงลบของการสื่อสาร
      เทคนิคการจัดการจินตนาการเชิงลบ
      การใช้เทคนิค NLP กับการสื่อสาร
      Workshop: การบริหารจัดการการสื่อสารของตัวเอง
      กรณีศึกษา : เทคนิคการใช้ NLP กับการสื่อสาร

Day II: การบริหารจัดการความขัดแย้งและผลสัมฤทธิ์ขององค์กร
 สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับความขัดแย้ง
      ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้อย่างไร?
      คุณหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้หรือไม่?
      คุณบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างไร?
      คุณสามารถเอาชนะใจคนที่ขัดแย้งได้อย่างไร?
 การประยุกต์การสื่อสารเพื่อจัดการความขัดแย้ง
      ประเด็นสำคัญที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
      เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง
      ทักษะสำคัญในการลดความขัดแย้งกับผู้อื่น
      Workshop: การสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง
 ขั้นตอนและกลยุทธ์ในการจัดการความขัดแย้ง
      หลุมพรางทางความคิดก่อให้เกิดความขัดแย้ง
      หลักการบริหารความขัดแย้ง
      เทคนิควิธีการเอาชนะหลุมพรางทางความคิด
      Workshop: หลักการบริหารความขัดแย้งของตัวเอง
      กรณีศึกษา : การบริหารจัดการความขัดแย้ง
 กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อชนะใจบุคคลประเภทต่างๆ
      การทำให้ผู้อื่นเลิกทำตัวดื้อเงียบ
      การทำให้ผู้อื่นมีความรับผิดชอบมากขึ้น
      การทำให้ผู้อื่นเกรงใจคุณมากขึ้น
      การทำให้ผู้อื่นเลิกเป็นคนขี้นินทา
      Workshop: สร้างกลยุทธ์ชนะใจผู้อื่นด้วยตัวคุณเอง
 การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานระดับปฏิบัติการ
 หัวหน้างาน
 ผู้จัดการ

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  
Keyword ที่เกี่ยวข้อง : การสื่อสารบริหารความขัดแย้งการรับฟังเชิงรุก

แสดงความคิดเห็น