หลักสูตรฝึกอบรม ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด พิชิตโรค - หลักสูตร 1 วัน

(Coach Your Health)

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Other / ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด พิชิตโรค

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
   ปัจจุบันเราจะพบว่ามีผู้ป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรคจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ของตัวเราเองมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เบาหวาน ,ความดันโลหิตสูง ,ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ,โรคถุงลมโป่งพอง ,ภาวะตับอักเสบจากสุรา เป็นต้น และพบว่าโรคเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ จนปัจจุบัน เราสามารถพบได้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ในกลุ่มคนอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นของการทำงานเสียด้วยซ้ำ 
   ซึ่งการเจ็บป่วยด้วยโรคในกลุ่มนี้นอกจากจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายต่อองค์กรและภาครัฐเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งในแง่ของการลาหยุดงานโดยไม่จำเป็น มีสมรรถภาพในการทำงานทั้งในด้านร่างกายและจิตใจที่ลดลง หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจทำให้องค์กรต้องสูญเสียบุคลากรที่มีประสิทธิภาพไปโดยไม่คาดคิด 
   ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เมื่อกล่าวถึงการดูแลสุขภาพ เรามักจะนึกถึงการให้ความรู้ทางสุขภาพในการดูแลตนเอง โดยเชื่อว่าเมื่อมีความรู้แล้วบุคลากรของเราจะสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ดีขึ้น แต่จากประสบการณ์การทำงานของผมในการทำงานด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมาเกือบสิบปี กลับพบว่าแท้จริงแล้วผู้ป่วยของเราไม่ได้มีปัญหาด้านความรู้กันเสียเท่าไหร่ ทุกคนสามารถตอบได้แทบจะทันทีว่าหลักการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่ดีมีอะไรบ้าง แต่ผมก็ยังพบว่าผู้ป่วยของผมก็ยังมีปัญหาด้านพฤติกรรมสุขภาพอยู่เช่นเดิม 
   ดังนั้นการที่จะให้ผู้ป่วยหรือบุคลากรของเราเกิดความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพได้นั้น เราคงไม่สามารถใช้เพียงการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อนได้ แต่เราควรจะต้องสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรของเรามีเป้าหมายทางสุขภาพที่ชัดเจน และสามารถปฏิบัติตามแผนการได้ต่อเนื่องจนกลายเป็นความเชื่อใหม่ๆ และพฤติกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น หลังจากนั้นสุขภาพที่ดีจึงจะเกิดตามมาอย่างถาวร

วัตถุประสงค์
 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตะหนักและเปลี่ยนแปลงความคิด ให้เห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเอง และสามารถกำหนดเป้าหมายทางสุขภาพของตนเอง พร้อมแผนการในการนำไปปฏิบัติตนเพื่อดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 ส่วนที่1  สร้างความตระหนักในความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และผลกระทบของปัญหาสุขภาพต่อเป้าหมายชีวิตของตนเอง
       โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรคจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม คืออะไร 
       วงจรการเกิดพฤติกรรม 
       เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร 
       ผลกระทบของสุขภาพต่อเป้าหมายชีวิตของเรา 
 ส่วนที่ 2 การกำหนดเป้าหมายของสุขภาพของตนเอง
       ความสำคัญของการกำหนดเป้าหมาย 
       เป้าหมายทางสุขภาพที่ดี (SMART Goals) เป็นอย่างไร 
       มองหาแรงขับเคลื่อนที่จะไปสู่เป้าหมาย 
 ส่วนที่ 3 หลุมพรางทางความคิดในการดูแลสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนมุมมองให้เห็นหนทางในการแก้ไข
       ทบทวนการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน 
       เหตุผลหรือข้ออ้างในการไม่ดูแลสุขภาพ 
       ตัวอย่างหลุมพรางทางความคิดในการดูแลสุขภาพ (การออกกำลังกาย ,การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ,การดื่มน้ำอย่างถูกต้อง ,การเลิกสุราและบุหรี่ ,การทำสมาธิ) 
       การฝึกเปลี่ยนมุมมองในการดูแลสุขภาพ 
 ส่วนที่ 4 แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ 
       เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยกฎ 21 วัน 
       เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงด้วยความสำเร็จ 
       เพื่อนร่วมทางในการดูแลสุขภาพ 
 ส่วนที่ 5 การบ้านสำหรับตนเองในการกลับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ

       แรงจูงใจสู่การเป็นพี่เลี้ยงทางการพยาบาลในฐานะโค้ชที่ดี

แนวทางการฝึกอบรม
การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) และการทำ Group Coaching เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เกิดความตะหนักรู้ในประโยชน์ความสำคัญของเนื้อหาในการอบรมต่อตนเอง เพื่อนำไปสู่การต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในรูปแบบของตัวผู้เข้าอบรมเอง
กิจกรรมเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างแท้จริง (การบรรยายเนื้อหา ,การสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ,การทำกรณีศึกษา และการบ้านเป็นแผนการดูแลสุขภาพสำหรับตนเอง)

ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
บุคลากรที่สนใจในการดูแลสุขภาพ หรือมีแนวโน้มจะเกิดปัญหาสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ตัวอย่างเนื้อหาในหลักสูตร
หลุมพรางทางความคิดในเรื่องการออกกำลังกาย 
 รูปแบบกิจกรรม 
ให้ผู้เข้าอบรมได้สนทนาแลกเปลี่ยนเพื่อทบทวนสาเหตุหรือข้ออ้างที่ทำให้ตนเองติดหลุมพราง จนไม่สามารถออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอได้ ตัวอย่าง
เราทราบว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เหตุผลหรือข้ออ้างที่ทำให้เราไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
       ไม่มีเวลา แต่เรามีเวลาที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น สังสรรค์ ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต 
       สถานที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งที่เราสามารถออกกำลังกายที่บ้านได้ 
       เล่นกีฬาไม่เป็น การออกกำลังกายง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยการแกว่งแขนเท่านั้น 
       น่าเบื่อ ไม่สนุก การออกกำลังกายสามารถทำให้ร่างกายหลั่งสารความสุขภายในสมอง
 ผลที่ได้รับ 
ผู้เข้าอบรมเกิดความตะหนักรู้ถึงสิ่งที่เป็นตัวปิดกั้น ไม่ให้ตนเองสามารถทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อพร้อมเข้าสู่การมองหาทางออกจากหลุมพราง และนำไปสู่แผนการปฏิบัติในรูปแบบของตนเอง
 สาเหตุที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง 
ผู้เข้าอบรมเป็นผู้ตะหนักรู้ถึงปัญหาของตนเอง และสามารถกำหนดแนวทางในการปฏิบัติตนตามความเหมาะสมของตนเอง โดยไม่ใช่การบังคับให้ปฏิบัติจากแพทย์หรือบุคคลอื่นๆ

    แชร์            แชร์  

หลักสูตรน่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : สุขภาพการโค้ชสมอง

แสดงความคิดเห็น