Advance Course ผู้จัดการมืออาชีพยุค 3.0

(Manager 3.0) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Leadership / ผู้จัดการมืออาชีพยุค 3.0

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
 การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันมีความรวดเร็ว จนก้าวเข้าสู่ยุคที่ธุรกิจให้ความสำคัญกับเรื่อง“ความต้องการของบุคคล” เป็นสำคัญ ดังนั้น การบริหารงานผ่านบุคลากรจึงควรให้ความสำคัญกับแต่ละบุคคลสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ผู้จัดการในฐานะผู้นำจึงต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารแบบเดิมๆ ที่ใช้การสั่งให้ทำ (Command) เพียงอย่างเดียว มาให้การกระตุ้นและจูงใจให้บุคคลเป็นผู้เลือกเปลี่ยนด้วยตัวเองจะเกิดประสิทธิผลที่สูงกว่า
 ผู้จัดการ 3.0 ต้องพัฒนาแนวทางการบริหารงานยุคใหม่ ดังนี้

ผู้จัดการควรปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นคนแรก โดยการบริหารงานตามศักยภาพที่บุคลากรมีอยู่ แต่ยังถูกนำมาใช้ไม่เต็มที่และกระตุ้นโดยการสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับตามความต้องการของแต่ละบุคคล จะสามารถใช้คุณสมบัติแต่ละคนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“พัฒนาคน พัฒนาใจ พัฒนาจากภายในของเขา ด้วยความเต็มใจของเขา”
 การพัฒนาบุคลากรที่ความเป็นตัวตนจะต้องใช้หลักจิตวิทยาการบริหารและจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาชั้นสูง ดังนั้น ผู้ขัดการต้องคิดให้ถึงความต้องการของคน สนองตอบด้วยแนวทางการตลาดเฉพาะบุคคล และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยความรู้สึกที่มีร่วมกันไม่ใช่คำสั่ง โดยการดึงศักยภาพของเขาออกมาโดยเขาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเขาเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมีประสิทธิผลที่ดี


วัตถุประสงค์
 เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความแตกต่างของการบริหารงานในยุค 1.0, ยุค 2.0 และ ยุค 3.0 และสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้
 เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความต้องการของบุคลากรได้อย่างชัดเจนขึ้น และสามารถกระตุ้นและจูงใจทีมงานได้ตามลักษณะของแต่ละบุคคล
 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ ตามยุค 3.0 ได้อย่างมีรูปแบบและประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของตัวเองได้

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน
       การให้ความสำคัญในแต่ละยุค
       แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
       การบริหารงานกับยุคสมัยปัจจุบัน
       การพัฒนาบุคลากรตามความต้องการ
       Workshop I: คุณเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
 คุณสมบัติที่ท้าทายจองผู้จัดการ 3.0
       การพัฒนาการคิดกับการเปลี่ยนแปลง (Thinking 3.0)
       การทำการตลาดให้ “โดนใจ” ลูกค้า (Marketing 3.0)
       การพัฒนาคน พัฒนาที่ใช้ (HRD 3.0)
       การพัฒนาภาวะผู้นำแบบได้ใจ (Leadership 3.0)
       การฝึกสอนแนะทีมงานตามศักยภาพ (Coaching 3.0)
       กรณีศึกษา : เรื่องเล่าประสบการณ์ด้านต่างๆ
 การประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิผล
       การประยุกต์ใช้กับการทำงานร่วมกับผู้อื่น
       การกำหนดวิสัยทัศน์ด้วยแนวความคิดยุคใหม่
       การพัฒนาทีมงานให้เป็นบุคลากร 3.0
       การสร้างเทคนิคการฝึกสอนแนะของตัวเอง
       Workshop: แลกเปลี่ยนเรื่องที่จะนำไปปฏิบัติ
 ผู้จัดการ 3.0 (ยุคใหม่) กับการเปลี่ยนแปลง
       เปลี่ยนวิธีคิด...พลิกชีวิตคุณ
       การก้าวข้ามอุปสรรคของการเปลี่ยนแปลง
       การให้ความสำคัญที่ “ปัจจุบัน” เพื่ออนาคตที่ดี
       การจูงใจให้ผู้อื่นอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
 การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)

ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ
ผู้บริหาร

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : ผู้จัดการการบริหารงานภาวะผู้นำ

แสดงความคิดเห็น