ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

หน้าแรก / ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับผู้บังคับบัญชา

"การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับผู้บังคับบัญชา" หลักสูตรที่เตรียมสอนในวันนี้ องค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้บังคับบัญชาสามารถบริหารเวลาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น - กรอบความคิดที่เป็นเชิงบวกกับเรื่อง/งาน - การตระหนักรู้ในเป้าหมายอย่างชัดเจน - ศักยภาพและจุดเด่นที่มองเห็นทำให้เกิดความเชื่อมั่น - เทคนิคที่ดีและเครื่องมือที่่เหมาะสมในสไตล์ตัวเอง - การคิดนอกกรอบเดิมๆ ของตัวเองเพื่อสร้างความคิดริเริ่มใหม่ๆ - การกระจายงานให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม - การเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เป็นจุดเด่นอยู่เสมอ Conceptual ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเวลา เตรียมไว้สำหรับกระบวนการสอนในวันนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้เทคนิคที่เป็นของเขาเอง (You Only You)

พัฒนาทักษะหัวหน้างาน หัวหน้างานสองระดับอบรมร่วมกัน

หลักสูตร :พัฒนาทักษะหัวหน้างาน กลุ่มผู้เรียน : เป็นหัวหน้างานสองระดับกับการอบรมร่วมกัน สิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ และจะนำไปพัฒนา - หลักการในการเป็นหัวหน้างานที่ดี - ทักษะสำคัญที่ควรพัฒนาให้ตัวเองใกล้เคียงกับฝันของทีมงาน [มาตรฐานหัวหน้าที่ลูกน้องคาดหวัง] - เครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงและจูงใจตัวเองให้ก้าวข้ามอุปสรรคด้วยตัวเอง แล้วนำไปพัฒนาทีมงาน - พฤติกรรมและคำพูดที่ใช่จากการฝึกฝนอย่างเข้าใจในวงจรพฤติกรรมและกรอบความคิดที่หัวหน้างาน #ควรฟังให้เก่งขึ้นอีกมากกว่านี้ค่ะฝึกฝึกฝึก ผู้เรียนกล่าว สิ่งที่ได้เรียนรู้ในฐานะผู้สอน : 1. การฟังผู้เรียนที่เป็นหัวหน้าและลูกน้องกันในคลาสแบบแยก Event ไม่นำมาเชื่อมโยง เพื่อลดการแนะนำจากการตีความที่คิดว่าหวังดีกับผู้เรียน 2. ใช้กระบวนการโค้ชในการเดินคลาส สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีตัวอย่างเรื่องจริงมาเป็นกรณีศึกษาหลากหลาย มีบางมุมหัวหน้าลูกน้องสายตรงกันมาคุยเพิ่มเติมแล้สจริงจังในการกลับไปสานต่อให้ปรับใช้จริงจากกรณีศึกษาในคลาส 3. เผชิญความท้าทายกับผู้เรียนที่ไม่เห็นด้วยและแสดงความคิดแตกต่างได้นิ่งขึ้นมาทราบช่วงบ่าย 3 น้องเดินมาบอกว่าขอบคุณมากจริงๆ เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ที่ถามและไม่เห็นด้วยเมื่อเช้าคำตอบจริงๆแล้ว คือหนูปรับเปลี่ยนทุกอย่างในทีมก็ OK ขอบคุณตัวเองที่ยึดมั่นกระบวนการ 4. การบ้านสร้างความตื่นเต้นให้ผู้เรียนเพราะกลายเป็นตัวอย่างในการสรุปการอบรมส่งหัวหน้า 1 A4 ให้ง่ายและจริง แก้อาการกังวลใจก่อนการเข้าอบรมได้ดีมาก

สื่อสารสร้างสัมพันธ์ เพิ่มพลัง งานสำเร็จ

Communication and Connection สื่อสารสร้างสัมพันธ์ เพิ่มพลัง งานสำเร็จ จำได้ว่าปีที่แล้ว ผมตามอาจารย์มา CoCoach ที่บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด แห่งนี้ แล้วมาปีนี้ได้โอกาสมาบรรยายเอง จึงดีใจที่ค่อยๆ ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองไปด้วย วันนี้ลองท้าทายตัวเองด้วยการนำหลักการที่เพิ่งเรียนกับอาจารย์ปกรณ์เมื่อวันอาทิตย์ มาทดลองสร้าง Workshop การฟังของตัวเองในวันนี้ในทันที ด้วยหลักการการแยกแยะการฟังตาม VOICES Model และการใช้การสร้าง Awareness ในการฟังด้วย Couple Word of Value ทำให้ผู้เรียนเริ่มต้นการสื่อสารด้วย การฟังในเชิงรุก ให้ความสนใจและเข้าใจผู้ฟัง มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อการสื่อสารให้สอดคล้องกับโลกของผู้ฟัง หลักสูตรเดียวกัน แม้เนื้อหา (Slide) ยังเหมือนเดิม แต่ด้วยเครื่องมือที่แตกต่าง เราสามารถพาผู้เรียนส่องกระจุกด้วยมุมมองใหม่ๆ ได้มากขึ้น

การคิดและการเขียน Mind Map เวอร์ชั่น Advance

วันนี้ทำสไลด์หลักสูตร "การคิดและการเขียน Mind Map" เวอร์ชั่น Advance เพื่อเตรียมสอนให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อย สิ่งที่เวอรชั่นนี้แตกต่างจากการสอนครั้งก่อนๆได้แก่ 1. วางสไลด์โดยเน้นที่ Conceptual มากขึ้น ผมเลือกหยิบแก่นที่เป็น Conceptual โดยใช้รูปภาพซึ่ง Open ความคิดผู้เรียนได้มากกว่าตัว Content เพื่อการอธิบายโดยคำหรือประโยคซึ่งอาจจะคุมกระบวนการสอนผมที่ถนัด 2. เดินกระบวนการสอนด้วย Conceptual Coaching การใช้ทักษะโค้ชเพื่อชวนคิดอย่างเป็นกระบวนการตั้งแต่ทฤษฎีMind Map หลักการที่นำมาเชื่อมโยง การใช้คำถามชวนคิดไปทีละภาพเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับEventที่เขาจะนำมาเขียนMind Map 3. You Only You การชวนผู้เรียนเรียนรู้เครื่องมือแล้วโฟกัสเฉพาะเรื่องราวของเขาเอง การเขียนในสไตล์ของเขาเองโดยไม่ถูกคุมด้วยถูกผิด หลักคิดและเทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง และประยุกต์ใช้กับเรื่องของเขา เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกว่าเครื่องมือและเทคนิคเป็นของเขา ตื่นเต้นกับเวอร์ชั่นที่เตรียมในครั้งนี้ และเมื่อนำไปสอนแล้วคาดว่าน่าจะมีสิ่งที่จะนำมาอัพเกรดสำหรับเวอร์ชั่นต่อๆไปได้อีกครับ

ออฟฟิศนี้ไม่มีโรค Office No Syndrome

Office No Syndrome ออฟฟิศนี้ไม่มีโรค กระบวนการ Training and Group Coaching ไม่เพียงใช้กับการวางแผนในการทำงานเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้กับการวางแผนเพื่อดูแลตัวเองได้อีกด้วย ในการสอนหลักสูตรนี้จึงไม่ใช่การมาสอนเพียงแต่เรื่องของตัวโรคและวิธีการดูแล เพราะจริงๆ แล้ว ทุกคนหาความรู้ได้ไม่ยาก มีบทความดีๆ มีคลิปสนุกๆ ให้ความรู้อยู่มากมาย แต่แปลกไหมที่เรารู้ แต่เรายังไม่ทำ แต่ในกระบวนการโค้ช จะพาผู้เรียนไปสำรวจ หลุมพรางในการดูแลตนเอง ให้เห็นถึงสาเหตุที่รู้ว่าดี แต่เรายังไม่ทำ เป็นเพราะหลุมพรางในข้อใด - อยากรีบให้งานเสร็จ จนไม่มีแม้เวลาพักช่วงสั้นๆ - นึกได้ก็ทำนะ แต่บางทีก็ยุ่ง เลยทำๆ หยุดๆ - อยากจะทำ แต่กลัวว่าจะแตกต่างไม่เหมือนคนอื่น เพราะไม่เห็นมีใครทำ - เจ็บนิดหน่อยแค่นี้ กินยาเม็ดเดียวเดี๋ยวก็หาย - อายุยังน้อย คงไม่เป็นอะไรมากหรอก - ยังไม่รู้วิธีที่ถูก ยังไม่มีเครื่องมือ ยังไม่ซื้อชุด เลยรอก่อน - อยากสวย ลำบากนิด เจ็บหน่อย ฉันทนได้ พอเจอหลุมพรางของตนเองได้ แล้วหาวิธีปรับเปลี่ยนความเชื่อให้เหมาะสม คราวนี้ จึงค่อยเลือกเทคนิคต่างๆ ที่จะนำไปใช้ วันนี้ได้ฝึกย่อเนื้อหาจาก 1 วัน เหลือเพียงชั่วโมงเดียว ได้ฝึกฝืน ที่จะไม่ปล่อยของ ให้มากไป ถือว่าท้าทายตัวเองพอสมควรเลยครับ

การใช้คำถามชาญฉลาด & การฟังขั้นเทพ

ฟังอย่างมีสติ เพื่อการถามอย่างมีสติร่วมกัน เราอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจ ระหว่างการพูดคุยกับผู้อื่นได้ หากเราไม่มี "สติ" อยู่กับคู่สนทนาของเรา ที่จะเห็นกรอบความคิดในการฟังของตัวเอง และเห็นความเป็นตัวตนของคู่สนทนา วันนี้ได้เรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการฟัง ในแง่มุมต่างๆ เข้าใจสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการฟัง - บทบาท หรือหมวกที่ใส่ - จุดประสงค์ในการฟังครั้งนั้น - กรอบความคิด (Mindset) - Perception/ความสามารถในการรับรู้ เทคนิคการฟังในรูปแบบต่างๆ การฟังเรื่องราว แล้ว ฝึกการ - จับประเด็นที่ผู้พูดสนใจ - คำสำคัญที่ใช้แทนเรื่องราว - ความคิด ความรู้สึกของผู้พูด - ความคาดหวังของผู้พูด การฟังเพื่อเข้าใจบุคคลิกลักษณะของผู้พูด โดยใช้ เคริ่องมือ Brain Base ซึ่งสามารถนำเครื่องมือนี้ไปประยุกต์ใช้กับ เครื่องมืออื่นๆ เช่น DISC สัตว์ 4 ทิศ และใช้คำถามตามลักษณะของคู่สนทนา การฟังโดยใช้ VOICE Model โดยที่เราสามารถ เลือกรูปแบบการฟังตามสิ่งที่เรามีความชำนาญ หรือมี Resource กับเรื่องที่ฟังนั้น การที่สามารถแยกแยะการฟังเป็นรูปแบบต่างๆตามความถนัด หรือ ความสนใจได้ ช่วยให้เราสามารถเลือก focus การฝึกการฟังได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบันกับคู่สนทนาได้ดีขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่เราฟังแบบผิวเผินที่ คำพูด ซึ่งจะได้แค่ content แต่ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาไม่ได้พูด หรือ Context (บริบท) ของเรื่องราวเขา นอกจากการฝึกการได้ยินแล้ว เราเรียนรู้การแปลงเรื่องที่ปกติเราจะฟังเป็นข้อเสียของเขา ให้เป็นคุณค่า (Value) ของเขาได้ และนำมาใช้ในการพูดคุย ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถพูดคุยกับคู่สนทนาได้โดยไม่ขัดแย้ง สำหรับ Part การใช้คำถาม ครั้งนี้ ได้เรียนรู้ถึง - จุดประสงค์ต่างๆ ของคำถาม เป็นการชี้ให้เห็นถึงการใช้คำถามปิด คำถามเปิด แบบต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน และผลของการใช้คำถามเปิดแบบต่างๆเหล่านั้น - ประเภทคำถามต่างๆในการชวนคิด ชวนคุย - ชนิดของคำถามเพื่อปรับ/เปลี่ยน สภาวะของคู่สนทนา - การประยุกต์ใช้คำถามกับเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยสมการ E + R = O การฝึกฝนในเนื้อหาที่เรียนในวันนี้ ด้วยเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรณีศึกษา Coaching Card Model/รูปภาพต่างๆ หรือ รูปแบบ (Pattern) ที่เรามีความชำนาญได้ ทำให้เห็นว่า เราสามารถใช้ทักษะ การฟัง และการถามได้เพราะทุกคนมี resource อยู่ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ต้องฝึกฝนและนำขึ้นมาใช้บ่อยๆ (Awareness) คือ "ฟังอย่างมีสติ ... เพื่อการถามอย่างมีสติร่วมกัน" วันนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วม class ทุกท่านที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวันนี้ ทุกครั้งที่เข้า class ความชำนาญก็เพิ่มขึ้นเป็นระยะๆ ตอนนี้ ได้ยินได้ฟัง โดยไม่หาเรื่อง/หาเรื่องน้อยลง และถามโดยไม่ชวนทะเลาะได้ดีขึ้น เพราะมีสติในการฟังและถามมากขึ้น

Coach The Coaches

การฝึกโค้ชจริงเชิงปฏิบัติการ (Coaching in Practice) สำคัญมากครับ ในการพัฒนาหัวหน้างานให้ใช้บทบาทโค้ช ผมเน้นการทำRole Play หลังการสอนทฤษฎีและทักษะต่างๆ ของโค้ช เพื่อให้หัวหน้างานได้เรียนรู้จากการโค้ชจริง เนื่องจากหัวหน้างานบางท่านคุ้นเคยกับบทบาทของการเป็น Helper ให้ทีมงาน ซึ่งมีกรอบความคิดและทักษะแตกต่างจากบทบาทโค้ช การ Train the Coaches อาจช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้และเข้าใจในเชิงทฤษฎี แต่ผู้เรียนอาจจะยังไม่เข้าใจในเชิงปฏิบัติจริงหากเขายังใช้กรอบความคิดและความเชื่อเดิมในการเรียน การ Coach the Coaches จะช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นกรอบความคิดแบบเดิมที่อยากใช้การ Coach แต่เผลอเป็น Helper โดยไม่ตั้งใจ แล้วเกิดความเชื่อมั่นในการสลับจาก Helper มาใช้การโค้ชตามหลักดารและทฤษฎีได้จริงครับ

การสร้างวัฒนธรรมบริการอย่างมืออาชีพ

บรรยากาศอบรมในวันไหลพัทยา ก็จะมีสีสันกับลายดอก หลักสูตรการสร้างวัฒนธรรมบริการอย่างมืออาชีพ - เดินคลาสด้วย T&GC - หลักการงานบริการมืออาชีพ - เนื้อหาสร้างสรรค์วัฒนธรรมบริการขององค์กร ยกระดับมาตรฐานจากข้อมูลของลูกค้าประจำ+ทั่วไป - เครื่องมือ สร้างขึ้นให้สะดวก ง่าย และใช้จริง เพิ่มคุณค่าสินค้าและให้ลูกค้าสัมผัสได้ - ทักษะสำคัญ ภาษากาย/ภาษาพูด - ฝึกฝนสถานการณ์สมมติ(จริง) ด้วยจิตวิทยาบริการพร้อมสร้างรูปแบบการปรับกรอบความคิดในแบบที่ใช่ของตัวเองที่เรียนรู้ดูเห็นสภาวะประสบการณ์อดีตปรับปัจจุบันด้วยเทคนิคต่างๆ เรียนรู้ร่วมกันเลือกที่ตรงจริตกันไป ผสานจากแนวคิดจิตใจ 1 คน -> 1 สาขา -> รวม 3 สาขาด้วยวัฒนธรรมบริการ Happy Land มาตรฐานเดียวกันที่เกิดจากพลังของทุกคน เป้าชัดเจน -> เห็นสภาวะจริง -> นิ่งสร้างทางเลือกหลากหลาย -> สไตล์ที่ใช่ตัดสินใจทำ] ขอบคุณลูกค้าที่น่ารัก

องค์ประกอบของการสื่อสาร

สารที่สื่อออกไปในการสื่อสารมีหลายองค์ประกอบเช่น - น้ำเสียง ท่าทาง - รูปประโยค คำที่ใช้พูด - เจตนา วัตถุประสงค์ที่ผู้พูดต้องการ - ความคาดหวังของผู้พูด - กรอบความคิด ความเป็นตัวตนของผู้พูด - คุณลักษณะที่เป็นจุดเด่นของผู้พูด และการ"โฟกัสของผู้รับสาร"มีส่วนสำคัญที่มีผลต่อผลลัพธ์ทั้งเรื่องงานและความสัมพันธ์ของคู่สื่อสาร การใช้บทบาทของโค้ชในการรับฟังสารจะช่วยให้โค้ชเลือกโฟกัสการฟังเฉพาะเบื้องหลังของคำที่ผู้พูดไม่ได้พูดออกมา เช่น.. "ดูดีๆหน่อยสิ" - เขาอยากให้งานออกมาดี เรียบร้อย ถูกต้อง - เขาเป็นคนรอบคอบ จึงมองเห็นสิ่งผิดพลาด - เขาโฟกัสที่ผลลัพธ์ที่ตามมาจากคุณภาพของงาน การใช้ทักษะของโค้ชในการสื่อสารจะช่วยเรา เข้าใจตัวเอง เข้าใจความแตกต่างของคู่สนทนากับตัวเรา และกำหนดเป้าหมายของการสื่อสารด้วยคุณลักษณะที่สอดคล้องกันครับ

Strategic Selling Skill

การเรียนรู้ จาก Focus และ Perception ของตนเอง เอาตัวลงไปคลุกวงใน และอยู่วงนอก ในสถานการณ์ ช่วงนี้ ได้ไปเป็น observer class บ้าง เป็น ส่วนหนึ่งของผู้เรียนใน class บ้าง เห็น feeling ตัวเองต่างกันมาก เวลาที่เป็น observer เราคิดวิเคราะห์ผู้สอน แต่เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของ class เราคิดถึง case ตัวเอง ทั้งที่อยู่ในห้องนั้นเหมือนกัน เมื่อวานก็เช่นกัน ในระหว่างการเดิน class หัวข้อ Selling Skill ตอน เป็น observer เราวิเคราะห์ที่ผู้สอนสอนในตอนนั้น unpack สิ่งที่ผู้สอนทำ (การ role play) แต่พอคุยกับ โค้ชเอ ตอนที่ วิทยากรให้ผู้เรียนพูดคุยกัน เราคิดถึงงานที่บริษัทคิดถึงการนำไปใช้กับน้องๆ ที่ office เราเห็นความงงของโค้ชเอ เขารู้ไหมว่าเรากำลังคุยกับเขาบนหมวกอะไร? เพราะ objective ในการคุยที่เรากำหนดนั้น มีความแตกต่างกันในแต่ละจังหวะ Focus และ Perception ในขณะนั้นสำคัญต่อการได้ยินเรื่องราว และการเชิ่อมโยงการนำไปใช้อยู่มากทีเดียว เนื้อหาที่ใช้ประกอบการเดิน class หลักการที่ใช้ในจังหวะนั้น ผสมกับ การใช้ชุดคำถาม เป็นเครื่องมือที่สามารถพลิกแพลงได้อย่างมากมาย ที่สำคัญคือ วิทยากร/โค้ช ได้ยินประด็นสำคัญอะไรบ้างที่ผู้เรียนแลกเปลี่ยน หยิบนำมาเป็นเรื่องราวในการสอน ผู้เรียนปรับเปลี่ยน Mindset ของเขาเอง จากประสบการณ์ที่ได้เห็นการ Role Play ตามเนื้อหา และหลักการ แล้ว ทดลองปฏิบัติ สำหรับเราก็ยิ่งตอกย้ำ Believe ว่า เพียงใช้การพูดคุย บน Mindset Perception และ Focus ที่ถูกต้อง Result ในการที่ผู้เรียนจะไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง สามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน

Coaching Skill

Coaching Skill ทักษะสำคัญของการโค้ชมี 5 ทักษะ คือ Rapport, Goal Setting, Listening, Questioning และ Reflection ซึ่งเป็นทักษะคล้ายกับทักษะที่เราใช้ในการสื่อสารและการสอนงานทั่วๆ ไป เพียงแต่พอใช้บทบาท Coach เราสามารถแยกแยะได้ไหมว่า - Rapport เรากำลังสร้างสัมพันธภาพแบบไหน เรากำลังใช้ Sympathy หรือ Empathy - Goal Setting เราอยากเห็นเขาพัฒนา แล้วตอนนี้สิ่งที่กำลังคุยเป็นเป้าหมายใคร เป็น Coach Agenda หรือ Coachee Agenda - Listening เราเป็นนักฟังที่ดี แต่เวลาฟังเรากำลังใช้ Hearing หรือ Listening มากกว่ากัน - Questining เราชอบตั้งคำถาม แต่คำถามของเราเป็น คำถามช่วยคิด หรือ คำถามชวนคิด - Reflection เราช่วยสะท้อนให้คนอื่นเห็นตัวเขา แต่เราสะท้อนด้วย Feedback หรือ Coaching ถ้าเราละเอียดและตระหนักตัวเราเองได้มากพอ เราจะสามารถอยู่บนบทบาท Coach ได้มากกว่า Helper เราจะเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า Coachee มีศักยภาพ และทำให้เขามีทางเลือกของเขาเองได้อย่างแท้จริง หลังจบคลาสผู้เรียนได้เข้าใจ Coaching Process และได้ฝึกใช้ Coaching Skill ได้ในทันที เพื่อเป็นทางเลือก เป็นอีกเครื่องมือ สำหรับพัฒนาทีมงานของตนเอง ด้วยกระบวนการของ Training and Group Coaching เรากำลังกระตุ้น Thinking Brain เพื่อให้ผู้เรียนสร้างทางเลือกใหม่ๆ เพื่อลดการติดอยู่กับความคุ้นเคยเดิมๆ จาก Feeling Brain

Strategic Group Coaching and Consulting

Strategic Group Coaching & Consulting วันนี้สนุกมาก (ในมุมของผู้สอน ) กระบวนการคิดแบบเป็นซีรีย์วันนี้่ช่วยให้ผู้เรียนขุดความสูญเปล่าในงานออกมาเพื่อทำไคเซ็นเยอะเลยครับ Problem Thinking -> ค้นหาและยอมรับความสูญเปล่าด้วยกรอบความคิดที่ดี Analitical Thinking -> แยกองค์ประกอบต่างๆที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดความสูญเปล่า Creativity Thinking -> สร้างไอเดียการทำงานใหม่ๆเพื่อลดความสูญเปล่า Strategic Thinking -> ตัดสินใจเลือกไอเดียที่เหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมาย Systematic Thinking -> มองเห็นปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดตามมา กระบวนการโค้ชเครื่องมือด้วย You Only You วันนี้ช่วยให้ผู้เรียนไม่กังวลกับวิธีการและผลลัพธ์.. จึงได้เห็นไอเดียสร้างสรรค์มากมายตามสไตล์ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละคน แต่ละกลุ่มและนำไปสู่การพัฒนากระบวนงานอย่างต่อเนื่องทั้งระดับบุคคลและระดับองค์กรได้ครับ

การสื่อสารงานและจูงใจเพื่อบริหารข้อร้องเรียนในงานบริการลูกค้า

หลักสูตร การสื่อสารงานและจูงใจเพื่อบริหารข้อร้องเรียนในงานบริการลูกค้า ในวันนี้ได้รับโอกาสจากทางสถาบันเอ็นเทรนนิ่ง ในการเป็นวิทยากรร่วมกับ อจ.ณัฏฐา ในหลักสูตรดังกล่าว สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ การถ่ายทอดบทเรียน ด้วยการใช้คำถาม การเล่าเรื่องราว การยกเหตุการณ์จากประสบการณ์จริง และนำมาเชื่อมโยงหลักการ ทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง มองเห็นกรอบความคิดในปัจจุบันที่มีต่องานบริการ เกิดการตระหนักรู้ ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์กับหลักการ และเทคนิคต่างๆ มาปรับใช้กับการทำงานต่อไปได้ ในช่วงของการปรับ Mindset ให้ผู้เรียนได้ฉุกคิดว่า หากเราสามารถใช้ทักษะการฟัง หากเรามองที่เจตนาที่แท้จริง ได้ยินสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้พูด จะช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างไรต่องานบริการที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเสริมหลักการต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ตามสไตล์ของแต่ละคนค่ะ

การวางแผนและกำหนดกลยุทธ์การตลาด

นานๆจะได้สอนหลักสูตรด้านการวางแผน และกำหนดกลยุทธ์การตลาด ด้วยกลุ่มผู้เรียนคือPS/MKT/SA ที่มีเป้าหมายการเรียนต่างกันในการ นำหลักการวางแผนกลยุทธ และกำหนดยุทธศาสตร์การแข่งขัน ที่ให้บรรลุเป้าหมายองค์กรร่วมกัน หลักการ+เนื้อหา+ เครื่องมือ?การประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมตามสไตล์ของผู้เรียน เปิดด้วยการตลาดยุคปัจจุบัน-อนาคตแลกปลี่ยนมุมมองกัน จาก Trend 4.0 ชวนคิดชวนคุยชวนตลุยโจทย์ Conceptual ของหลักสูตร เชื่อมโยงกับ Gold Setting 3 ส่วน องค์กร/ผู้เรียน/วิทยากร Coaching Process ระหว่างการเรียนรู้ร่วมกันกับ สถานการณ์ หรือประเด็นที่ผู้เรียนต้องการแนวทาง ผสานStory Telling ที่เกิดขึ้นของการตลาดที่เป็นจริงและเทรนด์การตลาดยุคสมัยใหม่ ผลลัพธ์ที่ผู้เรียนสะท้อน - สามารถนำ VMC ขององค์กรมากำหนดกลยุทธ์ได้อย่างสอดคล้อง - เห็นความต่างและความเชิ่อมโยงของคำว่า กลยุทธ์ ที่องค์กรกำหนดและทีมกำหนดไปทิศทางเดียวกันได้เพียง #ผสานเป้าหมายร่วมและยึดความเป็นเจ้าของเอง - เห็นประโยชน์ของเครื่องมือการตลาดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการต่างๆได้ดีขึ้น ช่วยปรับActivity ได้จริง มิใช่เพียงทำแผนส่ง - Mindset กับการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์เปลี่ยนไป มิใช่ภาระในการทำแผน แต่เป็นการคิดวิเคราะห์และกำหนดความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของตัวเอง ทีม องค์กร สนุกนี่นา วิทยากรก็สนุกและเรียนรู้กลยุทธ์เจ๋งๆจากผู้เรียน ผจก. GenY มากมายเช่นกัน

Branding to Personal Value

การใช้ Case Study เป็นอีกหนึ่งหัวใจของการสอนแนวT&GC ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้หลักการต่างๆกับเหตุการณ์เสมือนจริงนำไปสู่การเรียนรู้เชิงลึกได้ครับ Case Study ที่จำลองมาใช้กับหลักสูตร "Branding to Personal Value" เช่น - การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วม - การมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายในการให้บริการลูกค้าตั้งแต่ฝ่ายขาย ฝ่ายก่อสร้าง ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายบริการหลังการขาย - การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า หรือพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์/อุปสรรคต่างๆ (Event) ที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่เลือกโฟกัสผลลัพธ์ที่ต้องการ (Outcome) และปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติใหม่ (Response) เพื่อบรรลุเป้าหมายโดยการตระหนักรู้ใน"คุณค่า (Value) ที่ดี"แล้วเลือกใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายแทนการเปลี่ยนแปลงที่เหตุการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี ภาพลักษณ์ที่ดี การให้บริการที่ดี การประสานงานที่ดี ตามที่องค์กรกำหนด ทำให้บุคคลภายนอกมองเห็น รับรู้และจดจำ ก็เท่ากับผู้ปฏิบัติงานเป็นตัวแทนขององค์กรในการสร้างแบรนด์องค์กร (Corporate Branding) ได้ครับ

คิดและทำงานอย่างไคเซ็น เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

วันนี้กลับมาอยู่กลับผู้เรียนรุ่นที่สามของโปรแกรมการสร้างกรอบความคิดในการพัฒนาด้วยไคเซ็นครับ กรอบความคิดแบบไคเซ็นเกิดจากการผสมผสานระหว่าง - ความเชื่อที่ว่า..."ไคเซ็นในงานของเราเป็นไปได้" - ค่านิยม..."ที่สอดคล้องกับอุปนิสัยแบบไคเซ็น" - ความรู้..."ทฤษฎี หลักการเกี่ยวกับไคเซ็นและงานที่ทำอยู่" - ประสบการณ์..."ในอดีตที่เคยใช้ไคเซ็นสำเร็จทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว" หากผู้เรียนสามารถเรียนรู้และเข้าใจรูปแบบหรือองค์ประกอบของกรอบความคิด (Mindset) ของตัวเองได้ ... การพัฒนาก็จะทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ