อาจารย์ ไพรัช วนัสบดีไพศาล
บทความพัฒนาตนเอง
บอกต่อหน้านี้

ร่วมเดินทางด้วยกัน ตอนที่ 21

Sale / Service / Management Consultant
update 21 NOV 2014

“เราทุกคนมักจะตั้งมุมมองของตนเองเป็นหลัก เมื่อมีหลักที่ปักไว้แล้ว ก็บอกกับคนอื่นๆตามที่ตนคิดไว้ว่า นี่คือมุมมองที่เป็นกลาง กลางของตนเอง แต่อาจจะไม่กลางสำหรับผู้อื่น”

ขณะที่กำลังขับรถอยู่บนถนน ผมเคยคิดว่า “หากถนนมีสามเลน ผมกำลังขับอยู่เลนกลาง ตอนนี้ผมกำลังอยู่เลนอะไร แน่นอนว่าผมกำลังขับอยู่เลนกลาง หากผมเปลี่ยนไปเลนซ้ายหรือขวา ผมกำลังอยู่เลนอะไร แน่นอนว่าผมไม่ได้อยู่เลนกลางแล้ว” นั่นคือมุมมองในภาพกว้าง ลองมองลึกเข้าไปในตัวรถดูสิ “ผมนั่งขับรถอยู่ฝั่งไหน ซ้าย กลาง ขวา แน่นอนว่าผมนั่งขับรถอยู่ทางขวาในตัวรถ” นั่นคือมุมมองในภาพที่เจาะลึกเข้าไปอีกที

มุมมองของคนส่วนใหญ่ มักจะมองจากจุดที่ตนเองยืนอยู่ โดยนับจุดๆนั้นเป็นจุดกึ่งกลาง ขีดขั้นเป็นเส้นมาตรฐานให้คนอื่นที่เข้ามาต้องปฏิบัติตาม

ถ้าเป็นเช่นนั้น เรากำลังอยู่เลนไหน คำตอบคือ เรากำลังขับรถอยู่ในเลนของเรา หากเราขับรถอยู่ในเลนซ้าย เราก็กำลังขับรถให้อยู่กึ่งกลางของเลนซ้าย และหากเราขับรถอยู่ในเลนกลาง เราก็กำลังขับรถให้อยู่กึ่งกลางของเลนกลาง สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ เมื่อเราอยากรู้ในมุมมองของไครก็ตาม อย่ามองด้วยภาพมุมกว้าง เพราะเราจะไม่ทราบเลยว่า คนที่เรากำลังมองหรือแม้กระทั่งมองตัวของเราเองก็ตาม พิกัดของการคำนวนวิสัยทัศน์อาจมีค่าผิดพลาดได้สูง เราจึงต้องมุ่งเน้นระยะเข้าไปให้อยู่ในจุดที่คนๆนั้นหรือแม้กระทั่งตัวของเราเอง เราจะพบทันทีว่า ทำไมเขาจึงมองเห็นเช่นนี้ คิดเช่นนี้ รู้สึกเช่นนี้ อารมณ์เช่นนี้ เพราะตอนนี้เราได้ยืนและมองเห็นในมุมเดียวกับที่คนๆนั้นเห็นแล้ว

ทางสายกลางจะมีอยู่จริงก็ต่อเมื่อเราเองได้ล่วงรู้มุมมองของคนอื่นๆมากมาย แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ยจากมุมมอง และสิ่งสำคัญที่ได้อย่างมากที่สุด ก็คือ “ความเข้าใจในแต่ละมุมมองที่เกิดขึ้นจริง ณ จุดนั้นๆ” ทางสายกลางจะเกิดขึ้นมาได้ ไม่ใช่เอามุมมองของใครคนใดคนหนึ่งมาเป็นกฎเกณฑ์ “หากแต่เป็นการแบ่งปันมุมมองจากหลากหลายคน หลากหลายกลุ่ม มาคัดกรอง วิเคราะห์ก่อเกิดเป็นผลลัพธ์แห่งความเข้าใจและเข้ากันได้จากมุมมองที่หลากหลาย” ไม่มีใครได้มากไป ไม่มีใครได้น้อยไป ทุกคนได้พอๆกัน สุขพอๆกัน ทุกข์พอๆกัน แบบนี้การเดินทางร่วมกันจึงจะไปได้อย่างยืนยาวและมั่นคง

ความอ่อนแอที่มากเกินไป ไม่เคยทำร้ายใคร นอกจากตนเอง
ความเข็มเข็งที่มากเกินไป ไม่เคยทำร้ายใคร นอกจากตนเอง
ทุกอย่างมีข้อดีในตัวของมัน ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือเข็มแข็ง
แต่หากมีมากเกินไป มันจะกลายเป็นจุดบอดที่มืดมิด
ทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า หรือมองข้ามสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาและอาจกำลังจากไป


ในตอนหน้าผมจะชวนคุณร่วมเดินทางกันต่อไปกับเรื่องของ “ความคิดดีๆ” ความคิดดีๆเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเมื่อความคิดดีๆได้เกิดขึ้นมาแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อดี เพราะความคิดมันจับต้องไม่ได้ ดังนั้น เรามาพบกันต่อในตอนที่ 22 ครับ

   MEMBER ENTRAINING
อบรม สัมมนา
สมัครสมาชิกกับเอ็นเทรนนิ่ง
รับสิทธิพิเศษมากมาย ดังนี้

สมัครฟรี !
ทำแบบทดสอบ AQ ฟรี !
รับส่วนลด Public Course 10% ทันที
รับข่าวสาร,เครื่องมือต่างๆ ก่อนใคร
และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย
   CULTURE ARTICLES
เส้นทางการ สร้างค่านิยมในองค์กร   บทความเรื่อง เส้นทางการ สร้างค่านิยมในองค์กร (Core Value)
การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร   บทความเรื่อง การสร้าง วัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร
วัฒนธรรมการโค้ชในทีมวิทยากรตัวเอง   บทความเรื่อง วัฒนธรรมการ โค้ชในทีมวิทยากรตัวเอง
   COACHING ARTICLES
การโค้ชแบบกระจกเงา (Mirror Coaching)   บทความเรื่อง ความหมายของการโค้ช (Coaching)
การโค้ชแบบกระจกเงา (Mirror Coaching)   บทความเรื่อง การโค้ชแบบกระจกเงา (Mirror Coaching)
บ้านแห่งการเปลี่ยนแปลง   บทความเรื่อง บ้านแห่งการเปลี่ยนแปลง
   BRAIN ARTICLES
สมองส่วนคิดและสมองส่วนอารมณ์   บทความเรื่อง สมองส่วนคิด และสมองส่วนอารมณ์
กระตุ้นศักยภาพของสมอง   บทความเรื่อง กระตุ้นศักยภาพของสมอง
   SERVICE ARTICLES
ก้าวสู่ผู้นำในการเป็นผู้ให้บริการ   บทความเรื่อง ก้าวสู่ผู้นำในการเป็นผู้ให้บริการ
Copyright @2013. All Rights Reserved. Enmark Solution Company Limited. 112 ซ.รามคำแหง 30/1 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์: 0-2374-8638 , Hotline : 091-770-3352 , 091-770-3354 / แฟกซ์ : 0-2375-2347 / E-mail : csentraining(@)gmail.com, cocoachentraining(@)gmail.com
|