Public Course 2562 สมองคิดบวก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

(Positive Brain for Positive Thinking)

หน้าแรก / บริการ / Public Course 2562 / สมองคิดบวก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

เปิดอบรม 23 กรกฎาคม 2562 ระยะเวลา 1 วัน

ราคา 3,500 บาท

โปรโมชั่น
1. สมัครสมาชิก ลด 10% (สมัครสมาชิกคลิ๊กที่นี่)
2. อบรม 4 จ่ายเพียง 3 ท่าน

หลักการและเหตุผล
ทัศคติเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ศักยภาพของเราได้อย่างเต็มที่ แม้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามที่เราต้องการก็ตาม การมีทัศนคติเชิงบวกช่วยให้เราเห็นศักยภาพของตนเองที่มีอยู่ เพื่อสร้างมุมมองใหม่ๆ และเกิดความมั่นใจในศักยภาพของตนเองเราสามารถเลือกที่จะมองเห็นสิ่งดีๆ ในตัวเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนข้อดีและโอกาสในงานที่ได้รับมอบหมาย

โดยธรรมชาติสมองเราถูกออกแบบมาให้คิดลบโดยอัตโนมัติ เพื่อความอยู่รอด เพื่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันความผิดหวังของตนเอง ถ้าเราขาดสติไม่รู้ตัว จะทำให้เรามีแนวโน้มของทัศนคติเชิงลบโดยไม่รู้ตัว

การมีทัศนคติเชิงลบจึงทำให้เรามองเห็นตัวเองเล็กกว่าปกติ แล้วขยายความเสี่ยงและอันตรายที่อยู่รอบข้างเพื่อพยายามให้ตัวเราอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่คุ้นเคย ดังนั้นหากเราไม่รู้ตัว ก็จะส่งผลให้เราสูญเสียความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจ มองไม่เห็นความสามารถของตนเอง เมื่อไม่สามารถชื่นชมตนเองได้ ก็จะไม่สามารถชื่นชมคนอื่นๆ ได้เช่นกัน ทำให้เห็นแต่ข้อเสียของเพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบตัว นำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน แล้วส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพและการทำงานเป็นทีมตามมา

และการคิดลบจดจ่อกับปัญหาและอุปสรรคมากกว่าโอกาส งานที่ได้รับมอบหมายจึงถูกมองเป็นเรื่องยาก เป็นภาระ เป็นความเสี่ยงมากกว่าความท้าทาย จึงไม่มีแรงจูงใจที่มากพอจะหาทางพัฒนาตนเองและพัฒนางานที่ทำอยู่ ส่งผลให้เกิดการทำงานโดยไม่มีเป้าหมาย ทำงานเพียงตามหน้าที่หรือคำสั่ง และพยายามแก้ตัวเมื่อเกิดข้อผิดพลาด มากกว่าจะคิดหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

โดยปกติสมองเราไม่สามารถรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมหรือเหตุการณ์ตรงหน้าได้ทั้งหมด เราเลือกที่จะเลือกรับข้อมูลเพียงบางส่วน และการเลือกที่จะรับข้อมูลที่เป็นเชิงบวกหรือเชิงลบในเหตุการณ์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติ กรอบความคิด และความเชื่อที่เกิดจากบนฐานข้อมูลในสมองของเรา จากประสบการณ์อันเป็นข้อเท็จจริงที่เราเจอมา ทัศนคติจึงสามารถสร้างได้โดยการเปลี่ยนชุดข้อมูลที่เป็นเชิงลบ ด้วยการเลือกที่จะมองหาประสบการณ์ที่เป็นเชิงบวกให้มากขึ้น เลือกที่ที่จะคิดและรู้สึกในเชิงบวกให้บ่อยขึ้น เราก็จะสามารถเปลี่ยนทัศนคติและวงจรพฤติกรรมของเราให้เป็นเชิงบวกได้มากขึ้น

การเข้าใจการทำงานของสมอง จะช่วยให้เรามีสติ และรับรู้ถึงอารมณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น และหาวิธีการปรับเปลี่ยนอารมณ์เชิงลบให้เป็นอารมณ์เชิงบวกได้ก่อนจะเกิดพฤติกรรม หรือผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการการที่เราใช้สมองส่วนคิดให้มากขึ้น จะช่วยให้เราไม่รีบตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เลวร้ายด้วยสมองส่วนอารมณ์ เราจะมีสติ มีการยับยั้งชั่งใจมากขึ้น และเลือกตอบสนองต่อเหตุการณ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ บนศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

การมีทัศนคติเชิงบวกจึงช่วยให้เราสามารถใช้ศักยภาพในตนเองได้อย่างเต็มที่ เกิดความมั่นใจในตนเอง มีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน สามารถทำงานเป็นทีมได้ดีและมีแรงจูงใจในการทำงาน เนื่องจากมองเห็นประโยชน์ โอกาสและความท้าทายในงานที่ทำ

วัตถุประสงค์
1. รู้จักและสามารถเลือกเทคนิคในการสร้างและรักษาทัศนคติเชิงบวกที่เหมาะสมกับตนเอง
2. มองเห็นความสำคัญของการมีทัศนคติเชิงบวก และผลเสียจากการปล่อยให้ตนเองมีทัศนคติเชิงลบโดยไม่รู้ตัว
3. รู้สึกดีกับตนเองและเพื่อนร่วมงาน มีแรงจูงใจและภาคภูมิใจในงานที่ทำ
4. เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง มองเห็นศักยภาพของตนเองและเพื่อนร่วมงาน แล้วใช้สิ่งนั้นในการพัฒนางานของตนเองและทีมงาน

เนื้อหาของหลักสูตร
ช่วงที่ 1 ความสัมพันธ์การทำงานของสมองกับทัศนคติของตัวเรา
      สมองกับการรับรู้ข้อมูลที่จำกัด การเลือกรับข้อมูลเชิงบวกหรือลบ
      สมองกับความกลัว ต้นกำเนิดของอารมณ์เชิงลบและพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ
      ความสำคัญของการมีทัศนคติเชิงบวก และผลกระทบจากทัศคติเชิงลบต่อชีวิตและการงาน
ช่วงที่ 2 สำรวจทัศนคติของตัวเรา และค้นหาหลุมพรางของการเกิดทัศนคติเชิงลบ
      หลุมพรางทางความคิดที่ทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบ
      เทคนิคในการก้ามข้ามหลุมพรางทางความคิดสู่ทัศนคติเชิงบวก
      สำรวจศักยภาพ การชื่นชมตัวเองและผู้อื่น
      เทคนิคการสร้างฮอร์โมนแห่งความสุข
ช่วงที่ 3 การสร้างทัศนคติที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและการทำงานเป็นทีม
      สมองสี่ด้าน การเข้าใจคนแต่ละประเภท
      การสร้างทัศนคติเชิงบวกกับบุคคลรอบตัว 360 องศา
      5 ภาษารัก การแสดงความรู้สึกที่ดีและการให้ความสำคัญกับผู้อื่น
ช่วงที่ 4 การออกแบบวิธีการใช้ประโยชน์จากทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน
      เทคนิคในการรักษาทัศนคติเชิงบวก และหลีกเลี่ยงทัศนคติเชิงลบ
      การระดมสมองเชิงบวก เพื่อสร้างแนวคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน
      กรณีศึกษา เพื่อการปรับเปลี่ยนทัศนคติในสถานการณ์ที่เลวร้าย
      บทบาทสมมติ การสวมบทบาทใหม่บนทัศนคติเชิงบวก
ช่วงที่ 5 สรุป
      แลกเปลี่ยนและตอบคำถาม
      ส่งการบ้านที่จะนำไปเปลี่ยนแปลงตนเอง

กรอบความคิดของหลักสูตร


รูปแบบวิธีการฝึกอบรม
Lecture 40%
Adult Learning Workshop / Case Study / Role Playing 60%

ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
ผู้จัดการระดับต้น
หัวหน้างาน
พนักงานระดับปฏิบัติงาน

แนวทางในการฝึกอบรม
Adult Learning การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองให้ความสนใจ ตรงกับพื้นฐานความเชื่อของตนเอง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสามารถเลือกแนวทางที่ต้องการกลับไปใช้ได้จริง
Brain Base Learning เข้าใจกระบวนการทำงานและการเรียนรู้ของสมองสร้างสภาวะเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสมองของผู้เรียน หลีกเลี่ยงสภาวะที่ผู้เรียนจะเข้าสู่สภาวะปกป้องซึ่งจะปิดกั้นการเรียนรู้ของผู้เรียน 
Training and Group Coaching การฝึกอบรมจะส่งมอบทั้งส่วนที่เป็นเนื้อหา หลักการ แนวความคิดเพื่อเป็นข้อมูลและทางเลือกสำหรับผู้เข้าอบรมเท่านั้น จากนั้นจะดำเนินกระบวนการโค้ช เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมองเห็นสิ่งที่ตนเองต้องเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนา เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตนเองต้องการ ด้วยตัวผู้เข้าอบรมเอง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
สิ่งที่ต้องการพัฒนา
ระดับตนเอง
      ไม่สามารถนำจุดแข็งมาใช้กับงาน 
      ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าคิดและตัดสินใจ
      เกิดอารมณ์เชิงลบ โกรธ โมโห หงุดหงิด และเครียดอยู่เสมอ
ระดับเพื่อนร่วมงาน
      มองเห็นแต่ด้านไม่ดีของกันและกัน เกิดการนินทาว่าร้าย
      ขาดการสื่อสารในทีม หรือสื่อสารอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ระดับการทำงาน
      ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
      ไม่มีการพัฒนาทั้งวิธีการและผลลัพธ์ของงานที่ทำ

เป้าหมายหลังการอบรม
เห็นศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างทางออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง อารมณ์ดี มีความสุขในการทำงาน 
เลือกมองเห็นด้านดีๆ ของบุคคลรอบข้าง เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดี อยากสื่อสารกันมากขึ้น 
มองเห็นประโยชน์จากงานที่ทำมากกว่าปัจจัยภายนอก รู้จักวางเป้าหมายในงานที่เป็นของตนเอง และมุ่งมั่นที่จะทำ


ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  เจ้าหน้าที่ Public 086-303-6747 (สุนิศา)
  asst.entraining@gmail.com , cocoachentraining@gmail.com

วิธีการสมัครและชำระเงิน
ส่งใบสมัครล่วงหน้า และรอทางเจ้าหน้าที่ ยืนยันการเปิดคลาส จึงสามารถโอนค่าบริการเข้ามานะคะ
เพื่อยืนยันการชำระเงิน กรุณาส่งสำเนา Pay in มาที่ โทรสาร 0-2375-2347 หรือ E-mail asst.entraining@gmail.com ที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งใบแจ้งค่าบริการไป พร้อมระบุหลักสูตร ชื่อหน่วยงาน และที่อยู่ออกใบเสร็จ

สถาบันฯ อยู่ในระบบ VAT 7% กรณีสมัครในนามบริษัท หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105542075125
บริษัท เอ็นมาร์ก โซลูชั่น จำกัด เลขที่ 112 ซอยรามคำแหง 30/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม สามารถลดหย่อนภาษีได้ 200% ตามประกาศ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
คำอธิบายการขอคืนภาษี 200% จากกรมสรรพากร คลิ๊กที่นี่

เงื่อนไขการยกเลิก
กรุณาแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนวันอบรมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ (7 วัน) มิฉะนั้น ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บ 50% ของค่าบริการ

โปรแกรมต่อไปของสถาบัน

หลักสูตร การพัฒนาทักษะการคิดเพื่อแก้ปัญหาและตัดสินใจ

โดย อาจารย์ ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 23 พฤษภาคม 2562

หลักสูตร สุดยอดนักขายพิชิตเป้าหมาย

โดย อาจารย์ ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 6 สิงหาคม 2562

หลักสูตร สุดยอดผู้จัดการทีมงานขาย

โดย อาจารย์ ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 25 กรกฎาคม 2562

หลักสูตร สุดยอดการพัฒนาทักษะเป็นผู้ให้บริการอย่างสร้างสรรค์

โดย อาจารย์ ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 4 กรกฎาคม 2562

หลักสูตร สื่อสารสร้างสัมพันธ์ชั้นเลิศด้วยเทคนิค NLP

โดย อาจารย์ ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 20 สิงหาคม 2562

หลักสูตร ทักษะการเจรจาต่อรองอย่างมีคุณภาพ

โดย อาจารย์ กัณตพงษ์ วงศ์รัตนพิบูลย์
วันที่ 9 กรกฎาคม 2562

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : Positive BrainThinkingBrainbase

แสดงความคิดเห็น