ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

หน้าแรก / ผลงานเอ็นเทรนนิ่ง

ทักษะของผู้นำ 360 องศา

วันนี้ผู้เรียนได้แนวทางเพิ่มการตระหนักรู้จิตสำนึกรับผิดชอบ ผ่านการทำ Roleplay ของโค้ชและการทำกรณีศึกษาด้วยทักษะที่ได้เรียนรู้ "ทักษะของผู้นำ 360องศา...การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ" Before : "เอาแต่เร่งๆๆ อยากได้เร็วก็มาทำเองละกัน" After : " ผมติดงานด่วนจริงๆหากงานนี้ไม่เร่ง ผมขอจัดการให้ตอนบ่ายโมง มีผลกระทบอะไรไหม ??" Before : "งานนี้ยาก..ผมคงทำไม่ได้หรอก ผมกลัวทำผิด พี่ให้คนอื่นทำเถอะ " After : "งานนี้ยากกว่าที่ผมเคยทำมา พี่มีคำแนะนำอะไรบ้างครับหากผมอยากเริ่มต้นทำงานนี้" "ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ...เพื่อดำเนินงานที่รับผิดชอบให้สำเร็จและช่วยให้บุคคลอื่นสำเร็จด้วยเช่นกัน Before : "เบิกของแต่ละครั้งทำไมต้องยุ่งยากจัง แทนที่จะได้ของไวๆและรีบทำส่งให้จบๆไป" After : "เขียนใบเบิกให้ถูกต้องตามข้อหนดการเบิก จะได้ไม่เกิดข้อขัดแย้งให้เสียเวลาการส่งของๆเรา และเขาจะได้ทำงานได้ง่ายด้วย" Before : "พี่ครับ...ปัญหานี้จะแก้อย่างไรดี (ทำตามที่พี่บอกดีกว่า จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์) After : "พี่ครับ...ผมจะแก้แบบนี้ และผมประเมินแล้วว่าผลกระทบมีน้อยมาก พี่เห็นด้วยไหมครับ" "ทักษะการสื่อสารสร้างสัมพันธ์" เพื่อให้ได้ทั้งงานที่สำเร็จและความเข้าใจ Before : "ลูกค้าเร่งให้รีบส่ง..ถ้าคุณไม่เสร็จ ก็ไปตอบลูกค้าเองนะ" After : "ลูกค้าเร่ง..แต่ผมเห็นแล้วว่าคุณพยายามรักษาเวลา อยากให้ผมแจ้งอะไรลค.ไหม เพื่อให้คุณลุยได้เต็มที่" เมื่อกรอบความคิดเรื่องความรับผิดชอบเปลี่ยนแปลง ความคิด มุมมอง หรือภาษาที่ใช้ (Response) ก็เปลี่ยนแปลงอันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ (Outcome) ใหม่ด้วยเช่นกันครับ

สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับจิตสำนึกรับผิดชอบ

วันนี้กลับมาอยู่กลับรุ่นที่สองของโปรแกรม สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับจิตสำนึกรับผิดชอบ ผมเลือกใช้คำว่า "ตระหนักรู้" เนื่องจาก "สมมติฐาน" บนกรอบความคิดของการสอน Training and Group Coaching ของผม เชื่อว่าผู้เรียนทุกคนมี"ความรับผิดชอบ" ซึ่งเป็นคุณค่าส่วนตัว (Personal Value) อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ (Event) ต่างๆ ที่เคยเขาเผชิญ เขาเลือกหยิบคุณค่า "ความรับผิดชอบ" ออกมาใช้อย่างไร ?? กระบวนการ Training and Group Coaching ช่วยให้ผู้เรียนตระหนักรู้ Event ที่เขาได้ใช้คุณค่า"ความรับผิดชอบ" เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า"ตัวเขามีความรับผิดชอบ" แต่หลุมพรางหรือกรอบความคิดเชิงลบบางอย่างทำให้เขาลืมใช้กับเหตุการณ์นั้น ผลลัพธ์ (Outcome) จึงยังไม่ได้ตามที่เขา คนรอบตัวเขา หรือ องค์กรตั้งเป้าไว้ รอช่วงพิสูจน์ผลลัพธ์ช่วงเย็นนี้ครับว่าสมมติฐานผมเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

การโค้ชคุณค่าและจุดแข็ง

ผู้นำ 8 แบบ กับการโค้ชคุณค่าและจุดแข็ง วันที่ 2 คุณค่าของผู้นำแต่ละแบบ สะท้อนความเป็นตัวตน...ทำให้เข้าใจคุณค่าของผู้อื่นที่แสดงออกมาเช่นเดียวกัน การโค้ชที่คุณค่า เพื่อให้โค้ชชี่นำไปใช้สร้างเป็นจุดแข็งของตัวเอง...สร้างผลลัพธ์ของงานอย่างมีสมดุลในชีวิต ดีใจที่ผู้เรียนจะนำการโค้ชคุณค่าและจุดแข็งไปใช้กับทีมงาน รู้จักคุณค่าในตัวเอง สร้างจุดแข็งด้วยคุณค่าของตัวเอง เข้าใจคุณค่าในตัวทีมงาน ทำให้เขาเลือกใช้คุณค่าที่เป็นจุดแข็ง นำจุดแข็งมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ทีต้องการ การโค้ชคุณค่า เริ่มต้นที่การฟังอย่างมีคุณค่า ดึงคุณค่าที่ดี สร้างแนวทางสู่ความมั่นใจในตัวเอง...ตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง ด้วยกระบวนการโค้ชที่ชัดเจน

ทักษะการเขียน Mind Map

จบลงไปทั้งสองรุ่นสำหรับการคิดและการเขียนMind Mapเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน กระบวนการพาผู้เรียนเดินทางแต่ละช่วงของเนื้อหาเริ่มจาก Training and Group Coaching ด้วยหลักการของสมองซีกซ้าย&ขวา เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความเหมือนและความต่างของการคิดแต่ละแบบ แล้วตระหนักรู้การใช้สมองในการคิดของตัวเอง "Why What .. Mind Map " หลักการ & ทฤษฎีเพื่อให้ผู้เรียนได้มีResources เกี่ยวกับMind Map และจูงใจให้อยากนำมาใช้โดยการมองเห็นความสำคัญของการใช้ Mind Map กับการทำงาน How .. Mind Map .. ขั้นตอนการเขียนMind Map โดยผสมผสานกับหลักการคิดแนวลึก(สมองตรรกะ) และแนวกว้าง(สมองสร้างสรรค์) Solution Coaching .. ด้วยWorkshop#1 ให้ผู้เรียนเริ่มเขียน Mind Map ด้วยเรื่องที่ง่ายที่สุดคือเกี่ยวกับตัวเอง ..วัตถุประสงค์คือให้เรียนรู้รูปแบบคิดของตัวเองผ่านการใช้เครื่องมือ Training and Group Coaching ต่อยอดทักษะการคิดของผู้เรียนที่มีอยู่แล้วให้หลากหลาย แม่นยำในการคิดแต่ละแบบมากขึ้นด้วยการคิดเชิงแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การคิดกลยุทธ์ การคิดเชิงระบบ Solution Coaching ... ด้วยอีก 2Workshop เพื่อฝึกประยุกต์ใช้Mind Mapกับสถานการณ์จริงทันที ทั้งการวางแผนสู่เป้าหมายและการแก้ปัญหา&ตัดสินใจ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นในการนำไปใช้ และได้สัมผัสความแตกต่างของการเขียนอีกระดับเมื่อมีการBrain Stroming จากหลายๆคนมาช่วยคิด ยิ่งสอน ยิ่งเพิ่มความละเอียดทั้ง การเข้าใจหลักทฤษฎี Mind Mapเชิงลึก และละเอียดในกระบวน Training and Group Coaching ในการพาผู้เรียนค่อยๆเพิ่ม Resources เกี่ยวกับ Mind Map ไปทีละStepโดยไม่กังวลกับการเรียนรู้ของตัวเอง

ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ด้วยตัวเองผ่านกระบวนการ T-and-GC

ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ด้วยตัวเองผ่านกระบวนการ Training and Group Coaching ได้อย่างไร ?? E(event) + R(response) = O(outcome) การใช้สถานการณ์จริง (Event) ของผู้เรียนที่แชร์หรือแลกเปลี่ยนกับวิทยากร&โค้ชในแต่ละช่วงสามารถนำมาเดินกระบวนการ Coaching & Training ได้ครับ การชวนผู้เรียนถอดบทเรียนคำพูด/พฤติกรรมที่เป็นResponseของเขากับเหตุการณ์ไปที่หลักการที่เชี่ยวชาญเช่น หลักการทำงานของสมอง(Braining Working) เพื่อให้ตระหนักรู้ว่าเขากำลังใช้สมองส่วนคิดหรือส่วนอารมณ์กับEventนั้น สมองสี่ส่วน(4 Brain Function) ... ให้ตระหนักรู้ว่ากำลังสมองสีที่เป็นDominant&ShadeของเขาหรือปรับตามEvent คุณค่าและจุดเด่น(Value & Strength) ... ให้ตระหนักรผลลัพธ์(Outcome) ว่ามาจากเขากำลังใช้ValueตัวไหนกับEventนั้น ความสามารถ(Ability) ... ให้ตระหนักรู้ว่าOutcomeที่เกิดขึ้น เขาใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างไรกับEventนั้น ความเป็นตัวตน(Being) ... ให้ตระหนักรู้ในรูปแบบของคว่ามเชื่อ(Believe)กับประสบการณ์ (Experience) ที่หยิบมาใช้ ซึ่งไม่ว่าวิทยากร&โค้ชจะใข้หลักการใดมาชวนถอดบทเรียนพฤติกรรม(Unpack) ก็จะสามารถสะท้อนไปที่กรอบความคิด (Mindset) ของเขาว่าวันนี้Responseของเขามาจากเขากำลังใช้ FixหรือGrowth Mindsetอยู่ และหากเขาอยากเปลี่ยน Outcomeใหม่ (เพื่อความสำเร็จ) เขาควรจะเปลี่ยนMindsetใหม่ด้วยหลักการนั้นๆอย่างไร ตามที่วิทยากร&โค้ชหยิบมาเชื่อมโยงการสอน วิทยากร&โค้ชจึงมีความละเอียดในการฟังประโยคของผู้เรียนค่อนข้างมาก...เพื่อทำให้ผู้เรียนเป็นผู้มองเห็น ยอมรับ และอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองอย่างแท้จริง แล้ววิทยากร&โค้ชจึงค่อยให้ เทคนิค แนวทาง วิธีการใหม่ๆเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอดAbility เดิมที่เขามีอยู่แล้วตามสมรรถนะที่จำเป็นครับ

ปรับ Mindset ด้วยการ NLP

ปรับ Mindset ด้วยการ NLP ตัวเอง สร้าง Growth Mindset ให้ตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาตัวเองได้เอง สอนเทคนิค NLP ให้ผู้เรียนตระหนักรู้เทคนิคต่างๆด้วยตัวเอง ทำให้สามารถเลือกใช้ในสถานการณ์ของตัวเองได้ทันที

Training and Group Coaching

การสอนช่วงนี้นอกจากพัฒนากระบวนการสอนของตัวเองแล้ว ผมโฟกัสเรื่องการเลือกใช้เครื่องมือประกอบการสอนเป็นพิเศษครับ ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้เน้นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสนุกให้กับผู้เรียนมากเท่าไร เนื่องจากการ Entertaing ผู้อื่นถือเป็นจุดด้อยหนึ่งของผมเอง ช่วงนี้เลยทดลองใช้เครื่องมือหลากหลายรูปแบบ โดยใช้จุดแข็งของตัวเองเรื่องกระบวนการเชื่อมโยงผลลัพธ์เข้ากับ Content เพื่อชวนคิด โดยไม่โฟกัสจุดด้อยของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผู้เรียนมีอิสระในการทำกิจกรรมหรือการใช้เครื่องมือ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือเขาได้ถอดบทเรียนการทำกิจกรรมของตัวเองผ่านกระบวนการโค้ชที่ผมใช้ ผู้เรียนยังคงได้ความสนุก (จากตัวเขาเองซึ่งไม่ได้เกิดจากการ Motivated ของวิทยากร) และสามารถเชื่อมสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปเป็นกรอบความคิด (Mindset) แบบใหม่ของตัวเองได้ครับ

ครบเครื่องการพัฒนาตัวเองให้เต็มศักยภาพ รุ่น2

รุ่นที่สองของโปรแกรมวันนี้กับกลุ่มพนักงานจากทุกฝ่ายที่จะมาร่วมดึงศักยภาพที่มีและต่อยอดด้วยเทคนิค เครื่องมือที่เตรียมไว้ ผมใช้เครื่องมือชวนคิดด้วยคีย์เวิร์ดสำคัญที่เป็นแก่นของแต่ละหลักสูตรก่อนเริ่มต้นเนื้อหาทุกคลาสด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือ 1. ผู้เรียนสำรวจ Resoureces ตัวเองด้วยความหมาย นิยามที่เขาให้กับแต่ละคีย์เวิร์ด 2. ผู้เรียนเกิดแนวคิดใหม่ๆที่จะนำสิ่งที่ได้ยินจากการsharingกันไปกำหนด Goal เล็กๆของตัวเอง 3. สร้างการเชื่อมต่อ ความเข้ากันได้ (Rapport) ระหว่างผู้เรียน-ผู้เรียน , ผู้เรียน-วิทยากร&โค้ช ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น 4. การเดินกระบวนการสอน Training and Group Coaching โดยเชื่อมโยงเนื้อหากลับมาที่คีย์เวิร์ดอยู่เสมอทำให้ผู้เรียนค่อยๆเพิ่มการตระหนักรู้จากภาพของตัวเองไปเป็นภาพของเหตุการณ์ (Event) เพื่อสร้างกรอบความคิดใหม่ๆ (Mindset) ได้ การเลือกใช้เครื่องมือประกอบการสอนและเชื่อมผลลัพธ์จากกิจกรรม ให้ผู้เรียนคิดถึงตัวเขาเองช่วยให้เขาสามารถต่อยอดวัตถุประสงค์ของแต่ละเครื่องมือไปที่การนำไปใช้ได้จริงครับ

Value Coaching

ส่งการบ้านสายกว่าคนอื่นๆ ครับ วันนี้เพิ่งได้เวลามานั่งตกผลึกสิ่งที่ได้ไปเรียนรู้ในหลักสูตร Value Coaching กับอาจารย์ปกรณ์ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะเป็นการเรียนรู้เพียงครึ่งวัน ไม่ได้เรียนครบเต็มวันตามที่ตั้งใจ แต่ก็ได้เรียนรู้ บางอย่างที่จะมาเชื่อมโยงและต่อยอดเข้ากับ การสร้าง Experimental Learning ของตนเอง หลายครั้งที่สิ่งที่เราสอน เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ การอธิบายความหมายของสิ่งนั้น ให้เข้าใจตรงกันกับสิ่งที่เราจะสื่อออกไปนั้น เป็นความท้าทายสำหรับวิทยากรและกระบวนกรอย่างผมพอสมควร เพราะผู้เรียนทุกคนต่างมี ระสบการณ์และความเชื่อเดิม ที่ให้ความหมายกับคำๆ นั้นอยู่ซึ่งอาจแตกต่างและนำไปสู่ความขัดแย้งกันโดยไม่ตั้งใจ การเรียนรู้ความหมายด้วยการให้ผู้เรียนทดลองพบกับประสบการณ์นั้นโดยตรง ผ่านเครื่องมือหรือกิจกรรมบางอย่าง สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความ เข้าใจ มากกว่าแค่เพียง รับรู้ เปิด ประสบการณ์ภายใน มากกว่าแค่เพียงเห็น ประสบการณ์ภายนอก อย่างในหลักสูตร Value Coaching นี้ การได้เห็นอาจารย์ค่อยๆ พาผู้เรียนไปเห็นความหมายของ Value ด้วยหลายๆ เครื่องมือ อย่างเป็นจังหวะ ตามขั้นตอน Who am I บทบาทที่เรามี สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเป็น Coaching Card สิ่งที่เราเลือกมองเห็น Impressive Story เรื่องเล่าความประทับใจ สิ่งที่เราชอบ Success Story รูปแบบความสำเร็จที่เป็นต้นแบบของเรา Criteria of Decision ปัจจัยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญและท้าทาย คำตอบที่ได้จากการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจ Value อย่างลึกซึ้ง โดยแทบไม่ต้องอธิบาย เพราะ Value คือ สิ่งที่ทำให้เราเป็นตัวเราอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่กำหนดมุมมองของเรา สิ่งที่ตัวเราชอบ สอดคล้อง และมีความสุขกับมัน สิ่งที่เมื่อเราใช้จนทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราใช้ในการตัดสินใจ Value จึงเป็นสิ่งที่เราใช้ตัดสิน คน สิ่งของ และเหตุการณ์ ที่อยู่ตรงหน้าของเรา โดยไม่ได้ตั้งใจ คนๆ หนึ่งจึงมี Value ได้หลายตัว ตัวไหนเราใช้บ่อย ก็จะกลายเป็น Core Value ของเรา ซึ่ง Core Value ก็จะสร้างกรอบความคิด และนำไปสู่พฤติกรรมของเราหากเราสามารถใช้ Value ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ เราก็จะมีความสุขสอดคล้องไปกับสถานการณ์นั้นหากเราหันมารู้ทัน Value ของตนเองให้มากขึ้น และเลือกปรับใช้ให้เหมาะสมสอดคล้องไปกับถานการณ์ เราจะเกิดความสุขในสิ่งที่เรากระทำ เมื่อมีความสุข เราก็จะมีความต่อเนื่องในการปฏิบัติตามแผนงาน จนเห็นลลัพธ์ในที่สุด เสียดายที่ผมได้เรียนรู้ เนื้อหา เพียงเท่านี้ ยังขาดกระบวนการโค้ชเพื่อการใช้ Value ของตนเองและผู้อื่น แต่สิ่งที่ได้มากกว่า เนื้อหา ก็คือ แนวทางการสร้างการเรียนรู้แบบ Experimental Learning ที่ผมจะนำมาออกแบบใช้ร่วมกับการสร้างหลักสูตรในกระบวนการ Brain Based Coaching Process จิ๊กซออีกชิ้นใกล้สมบูรณ์แล้ว ภาพของการเรียนรู้ สมอง ง่ายๆ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการทำงาน เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ไว้มาเรียนรู้ สมอง ของเราไปด้วยกันอีกครับ

ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง

หลักสูตร ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ปัจจุบัน...องค์กรต้องการ "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ที่ทำให้ทีมงานพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและสนุกกับการลงมือปฏิบัติแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม การเปลี่ยนแปลงมีหลายระดับ...ผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับ "ขนาดและระดับของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน" บุคลากรไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง...ผู้นำทำให้ทีมงานเห็นผลลัพธ์ที่มีคุ้นค่า กับเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลง และจูงใจให้เห็นประโยชน์ได้ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง...เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในสถานการณ์ขณะนี้

ผู้นำสร้างความเชื่อมั่นให้ทีมงาน

"ผู้นำ" สร้างความเชื่อมั่นให้ทีมงาน ไม่ใช่ด้วยการ "บอก" ว่าเขามีความสามารถ แต่ด้วยการ ให้เขา "เชื่อ" และ "เห็น" ในความสามารถของเขา และ อยากแสดงออกมาด้วย Style ของเขา บนการดูแลของ "ผู้นำ" ... สิ่งที่ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนกันใน class เมื่อวานใช้ 3 เล่มนี้ เป็นเนื้อหาประกอบหลัก ของตัวหลักสูตรนี้ แต่ถ่ายทอดผ่านกระบวนการ Training and Group Coaching เพื่อให้ผู้เรียนที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ได้กระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในการบริหารทีมงานด้วยการใช้ "ภาวะผู้นำ" มากขึ้น Coach ระลึกเสมอว่า ผู้เรียน มีความรู้ความสามารถเพียงพอต่อการประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นด้วยตัวผู้เรียนเอง ความรู้ และ/หรือ ประสบการณ์ของโค้ช เป็นเพียง "ทางเลือก" ที่ผู้เรียน จะ "เลือก" นำไปใช้ตาม style และเหตุการณ์ของตัวเอง ... สอนหลักสูตรนี้หลายครั้งแล้ว อ่านหนังสือชุดนี้ก็หลายรอบ การเปลี่ยนแปลงเรื่องที่ไม่เคยชอบ ให้มาสนใจ และตั้งใจให้เป็น Potential นั้น ต้องใช้ความตั้งใจจริงและพัฒนาต่อยอดไปอีก ทุกครั้งจึงยังต้องทบทวน และเติมเต็มในแง่มุมต่างๆของการสอนให้ละเอียดขึ้น สอนทุกหลักสูตร ต้องกลับมาถอดบทเรียนให้ตัวเองทุกครั้ง ตั้งเป้าหมายการสอน กำหนดกระบวนการ และเครื่องมือประกอบการสอน ... ชุดเครื่องมือมาตรฐาน และ เครื่องมือ customize หน้างาน ตัวชี้วัดระหว่างทาง ผลลัพธ์หลังการสอน Lessen learn ในครั้งนี้ ครั้งนี้ตั้งใจให้ผู้บริหารระดับสูง ได้ใช้ศักยภาพ ไปพร้อมกับ มีความสุขบนความปรารถนาดีในฐานะ "ผู้นำ" กับทีมงาน "ยุคใหม่" มากขึ้น ขอบคุณผู้บริหาร สตง. ทุกท่านที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ แม้ว่าจะเรียนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ชอบตรงที่ได้มุมมองหลายอย่างที่สามารถนำไปใช้ได้ กรณีศึกษาตรงกับชีวิตจริงมาก รูปภาพชวนคิด และโดยเฉพาะเรื่อง โค้ชชิ่ง

Coach Your Health

ระดับของผลลัพธ์หลังการอบรม เป็นโจทย์หนึ่งของการมา ชวนคิด ให้กับกลุ่มผู้เรียน เพราะการอบรมแต่ละครั้งมีผลลัพธ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นได้ ความรู้ ความรู้สึก วิธีการ กระบวนการ กรอบความคิด การตั้งเป้าหมายของตัวผมเอง ในฐานะวิทยากร-กระบวนกร-โค้ช จึงต้องมีความชัดเจนตั้งแต่แรก เพราะมีผลต่อการออกแบบแนวทาง เนื้อหา เครื่องมือ กิจกรรม และที่สำคัญคือ กระบวนการ ที่ใช้ในการอบรม เช่นในการอบรมให้ทางกลุ่มครู ตำรวจ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข จากการประสานงานของโรงพยาบาลราชสาส์น ในครั้งนี้ บนหลักสูตร Coach Your Health ปรับพฤติกรรมเดิม เพิ่มพฤติกรรมใหม่ ห่างไกลโรค NCDs 2 วันติดต่อกัน แม้ตัวหลักสูตรจะเป็นหัวข้อของ Healt คือ การดูแลตนเองให้ห่างไกลโรค NCDs แต่จากสไลด์ 80 กว่าหน้า ในเวลา 2 วัน ผมกลับมีสไลด์ที่เป็นส่วน Content ด้านสุขภาพจริงๆ ไม่ถึง 10 หน้า และเป็นแค่ หลักการ ไม่ใช่ วิธีการ แถมหลายๆ หน้าให้ ศึกษา และ คุย กันเองก่อนอธิบายด้วยซ้ำ ???? เพราะสิ่งที่ตั้งใจส่งมอบไม่ใช่เรื่องของวิธีการที่ดีจากเรา แต่เป็นการกระตุ้นวิธีการดีๆ จากตัวเขา ความคิดดีๆ ของเขาเอง ที่ยังไม่ได้ดูแลสุขภาพของตนเอง เพราะติด หลุมพรางทางความคิด แค่นั้นเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้เรียน ให้เสียงสะท้อนว่า สิ่งที่เรียนรู้ จริงๆ เอาไปใช้ได้ทุกๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ ทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องของการอยู่ร่วมกัน เรื่องการดูแลความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด สิ่งที่ได้คือการเข้าใจ หลุมพราง ที่ตนเองติดอยู่ และจะกลับไปปรับเปลี่ยนความเชื่อของตนเอง โดยอาจเริ่มต้นที่เรื่องสุขภาพ หลายครั้งที่พอจบกระบวนการของ Training and Group Coaching และ Brain Based Coaching Process พอถามเนื้อหาว่าได้อะไร หลายคนตอบไม่ถูก แต่ถ้าถามว่าจะกลับไปใช้ จะตอบได้ และถ้าถามว่าจะกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไร จะมีคำตอบทุกครั้ง และคำตอบนั้น มักเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเขาเอง

การวางแผน ขั้นตอน เทคนิคและการบริหารโครงการก่อสร้าง

หลักสูตรที่เตรียมสอนวันนี้เกี่ยวกับ Performance ของการบริหารงานก่อสร้างครับ เนื่องจากเมื่อวานได้รับการติวเกี่ยวกับการทำ 1:1 Ex. Coach เะอเตรียมดำเนินการโค้ชให้กับผบห.องค์กรครั้งที่2 ..จากมาสเตอร์โค้ช วันนี้เลยลองหยิบมาตั้งโจทย์การสอนด้วย Training and Group Coaching โดยตั้งใจให้เกิดผลลัพธ์ทั้ง Life & Performance Life .. การใช้ Value ของตัวเองได้สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายกับทุกๆสถานการณ์ Performance .. การใช้ทักษะ ความสามารถผสมผสานกับเครื่องมือบริหารงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ Resourcesที่เป็น Experiences กับกระบวนการโค้ชที่ถนัดผ่านเนื้อหาหลักสูตรที่เตรียมวันนี้ น่าจะมองเห็นรูปแบบและกระบวนการที่ละเอียดขึ้นอีกมากครับ