ผลงานฝึกอบรม

หน้าแรก / ผลงานฝึกอบรม

Train the Internal Trainer

Train the Internal Trainer ให้มีความครบเครื่องเรื่องการสอน ความเป็นครบเครื่องเรื่องการสอนสำหรับผมคือ การเข้าใจบริบทของผู้เรียนที่เป็นภาพใหญ่ในการทำงานของเขา แล้วเลือกใช้บทบาทการสอนเพื่อให้ผู้เรียนคิดแนวทางในการทำงานให้สำเร็จ การเข้าใจบริบท (ที่แท้จริง) ของผู้เรียนในฐานะวิทยากรเป็นโจทย์ของผมในฐานะ Train the Trainer ที่ไม่สามารถสรุป"ศักยภาพ"ของผู้เรียนบนมุมมองของผมได้ ผู้เรียนเป็นผู้ใหญ่และอยากเรียนรู้ด้วยรูปแบบของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่มีความสนใจที่เฉพาะเจาะจง ความรู้ไหน เทคนิคไหนที่เขาไม่สนใจ แม้จะเกี่ยวข้องกับงานของเขา ก็ไม่อาจเกิดการนำไปใช้ เช่นกันหากเทคนิคไหนที่เขาเรียนแล้วรู้สึกว่ามันยากเกินความสามารถของเขา มีโอกาสที่เขาจะส่งเทคนิคนั้นคืนผู้สอนอย่างรวดเร็ว แต่หากผู้สอนสามารถทำให้ผู้เรียนมองเห็นภาพว่าเรื่องที่กำลังสอนเกี่ยวข้องกับงานของเขาอย่างไร ประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบนความสามารถที่เขามีอยู่ตอนนี้ เรื่องนั้นเขาจะให้ความสนใจมากขึ้นและยินดีที่จะนำไปทดลองปฏิบัติบนความตั้งใจของเขา ผู้เรียนมีเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง ผู้สอนกับผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ ความเป็นตัวตนไม่เหมือนกันหากผู้สอนพยายามใส่ความเป็นตัวตนของตัวเองลงในเรื่องที่กำลังสอนมาเท่าไร ก็มีโอกาสสูงที่ผู้เรียนจะรู้สึกว่าเรื่องนั้น อาจไม่เหมาะกับสไตล์ของเขาได้ การเลือกถ่ายทอดแค่เพียงหลักการแล้วทำให้ผู้เรียนคิดถึงงานของเขาทันที ผ่านการใช้กระบวนการโค้ช ช่วยให้เขาสามารถประยุกต์ใช้หลักการนั้นมากำหนดเป็นขั้นตอน แนวทาง แผนงานการนำไปใช้ด้วยสไตล์ ความเป็นตัวตนบนจุดเด่นของเขาเอง ผู้เรียนอยากได้รับการยอมรับความสามารถเท่าที่เขามีอยู่จากผู้สอนโดยไม่ถูกคาดหวัง การแชร์มุมมอง แลกเปลี่ยนแนวความคิดจากผู้เรียนจากคำถามที่ผู้สอนถามไป ย่อมมีความกังวลอยู่ลึกๆว่าคำตอบของเขาอาจจะผิด อาจจะไม่ตรงกับที่ผู้สอนคาดหวังให้เขาตอบ หากผู้สอนช่วยให้ผู้เรียนไม่กังวลกับการตอบคำถาม หลีกเลี่ยงการมีผิดถูก แต่ฟังโดยสามารถสะท้อนให้ผู้เรียนเห็นศักยภาพที่อยู่ในคำตอบ สิ่งที่สามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้อีก โดยสอนหรือให้เทคนิคเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้เรียนมีแนวทางมากขึ้น ก็จะช่วยให้เขาพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆได้ตลอดการอบรม ผู้เรียนในคลาสวันนี้เป็น Internal Trainer ที่มีประสบการณ์การสอนพอสมควร ทำให้ผมสามารถถ่ายทอดเทคนิคในเชิงลึกได้ ต้องขอบคุณที่ผู้เรียนไม่กังวลกับสิ่งที่เรียนรู้และมองเป็นเชิงบวกกับการนำไปต่อยอดการสอนของตัวเองได้ต่อไปครับ

ครูกับบนบาท Facilitator by Coaching Skill

Teacher as Facilitator by Coaching Skill คุณครูบนบทบาทของ Facilitator ที่ใช้ทักษะการ Coach ต้องขอบคุณทั้งทาง Betagro และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ลพบุรี ที่ให้โอกาสผมได้มาแลกเปลี่ยนเทคนิคในการสร้างความรู้กับมืออาชีพอย่างคุณครูทุกท่านโดยใช้กระบวนการ Brain Based Coaching Process ด้วยบทบาทของความเป็นครู จึงมีโอกาสเกิดกรอบความคิดของความเป็น Helper สูง ดังนั้นก่อนจะนำสู่เรื่องของเทคนิค คุณครูจึงต้องมองเห็น ยอมรับ และปรับเปลี่ยนกรอบความคิด เพื่อทันความเป็น Helper ของตนเอง มิฉะนั้น เวลาให้นักเรียนวางเป้าหมาย (Goal) เป้าหมายนั้นอาจเป็นเป้าหมายที่ครูอยากให้เป็น เวลาให้นักเรียนสำรวจตัวเอง (Reality) อาจเป็นมุมมองจากครู มากกว่ามุมมองของนักเรียน เวลาเลือกวิธีการ (Options) อาจเผลอแนะนำ แทนการชวนคิด เวลาลงมือทำ (Way Foward) ครูจึงอาจต้องเป็นคนควบคุมดูแล มากกว่าที่นักเรียนจะรับผิดชอบตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร คุณครู ก็ยังต้องใช้ Helper ซึ่งเป็นจุดแข็งตัวเองเพียงแต่ คุณครู จะทันตัวเองมากขึ้นว่าจะใช้ Helper ตอนไหน กับใครแล้วตอนไหนจะหันมาใช้ Coach เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกรักตนเอง ใช้ศักยภาพตนเอง ดูแลเป้าหมายตนเอง

การทำงานเป็นทีมร่วมกัน

มองเห็นตัวเอง ยอมรับว่าเป็นตัวเอง อยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง Powerful Game Coaching คือกระบวนการที่ผมนำมาใช้กับคลาสนี้ครับ ผมค่อยๆชักชวนสมาชิกชาว อินเตอร์ลิ้ง สังเกตุตัวเอง ด้วยเกมและกิจกรรม เน้นการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร โดยคำสำคัญที่ผมใช้ครั้งนี้คือ การบริหารความขัดแย้ง สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นและมองสังเกตุตัวเองว่าสามารถจัดการกับความขัดแย้งนั้นได้ดีแค่ไหน เพื่อให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมกับตัวเองในแบบที่สมาชิกอยากเป็น แน่นอนว่าในความสนุกสนานย่อมต้องเตือนให้นึกถึงตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถนำประสบการณ์ ในห้องอบรม กลับไปใช้กับสถาณการณ์จริงได้ ขอบคุณผู้เข้าอบรมที่น่ารักที่มาร่วมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ครับ

ทักษะการคิดนอกกรอบ

เป็นอีกหนึ่งวันที่ challenge แนวการสอน Training and Group Coaching มาก จังหวะTraining ทฤษฎี , เทคนิคสามารถดำเนินได้เหมือนปกติ แต่จังหวะการใช้ Scenario Coaching ด้วยการฟังเชิงลึกเพื่อเก็บเบาะแสระหว่างคลาส เพื่อเชื่อมไปภาพใหญ่ (Big Picture) ของผู้เรียน ยังเป็นภาพระดับMindsetครับ การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) มี key สำคัญคือ "กรอบที่ควบคุมการคิด" ของแต่ละคนมีขนาดไม่เท่ากัน คล้ายระดับของความเป็นผู้นำ , ระดับของการคิดบวก ซึ่งมีความเป็นนามธรรมพอสมควร การฟังเพื่อเก็บเบาะแสการคิดนอกกรอบหรือคิดในกรอบ จึงเป็นการฟังที่ข้อจำกัด อุปสรรคที่สกัดกั้นความคิดของเขาบนคำว่า "ยาก" , "เป็นไปไม่ได้" , "ติดเรื่องกฎระเบียบ" , "เสนออย่างไรหัวหน้าก็ไม่ฟัง" ซึ่งเบาะแสเหล่านี้สะท้อนMindsetของเขา ซึ่งเป็น"กรอบที่ควบคุมการคิด" สกัดกั้นความมุ่งมั่น ยืนยันทำความคิดของเขาให้สำเร็จ การชวนคิดเพื่อสร้าง Scenario ขึ้นมาประกอบการสอนและการโค้ชจึงไม่ใช่ภาพใหญ่ของ Process การทำงาน หรือ Project ที่รับผิดชอบ แต่เป็นภาพในระดับการมองเห็นกรอบที่ใช้และแค่ Unlearn กรอบนั้นออก เพื่อเตรียมพร้อมกับการสร้างกรอบใหม่บนบริบท สภาพแวดล้อมเดิมๆ และ Resources เดิม จากเทคนิค หลักการคิดนอกกรอบที่เขาชอบ เชื่อ ใช่ จะนำไปใช้ในการสร้าง Methodology ใหม่ๆหลังจากออกนอกกรอบเดิมๆได้แล้ว การสอนวันนี้จึงใช้ Training & Coaching เป็นหลัก ลดความเป็น Coaching & Consulting ลงพอสมควรกับหลักสูตรการคิดและการบริหารจัดการงาน

การสื่อสารสร้างสัมพันธ์ เพิ่มพลังมุ่งสู้ความสำเร็จ

หนึ่ง Framework กระบวนการสอนในมิติใหญ่จากคลาสการสื่อสารเมื่อวานนี้ รับฟังสิ่งที่ผู้เรียนแชร์จากชุดคำถามที่เตรียมไว้อย่างตั้งใจ เก็บเบาะแสที่ผู้เรียนอาจไม่ได้พูดถึงตรงๆ แต่เป็น Mindset หรือ วิธีการที่เป็นที่มาของสภาวะ อารมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆที่เขาเจอ รับฟัง เก็บเบาะแส เชื่อมภาพใหญ่ ใช้โมเดล ถามชวนคิด มองเห็นกรอบความคิด สร้างแนวทางเปลี่ยนแปลง เชื่อมภาพใหญ่ บนประสบการณ์ของผู้สอนเมื่อได้เบาะแสต่างๆของผู้เรียนจะช่วยให้ผู้สอนสร้างภาพใหญ่ (Big Picture) ขึ้นมาในสมองตามสมการ E + R = O สร้างโมเดลที่เป็น scenario ที่เป็น Outcome ต่างๆ โดยใช้ทักษะ ประสบการณ์ของผู้สอนมาขยาย Scenario ถามชวนคิด เลือกใช้คำถามโค้ชเพื่อชวนผู้เรียนสำรวจ Response กับ Scenario ต่างๆ เพื่อเห็น รูปแบบพฤติกรรมที่ใช้ มองเห็นกรอบความคิดกระบวนการให้ผู้เรียนถอดบทเรียนพฤติกรรมของตัวเองโดยใช้ศาสตร์การพัฒนาตัวเองตามที่ผู้สอนถนัดมาเชื่อมโยงเช่น การทำงานของสมอง, NLP สร้างแนวทางเปลี่ยนแปลง โดยกระบวนการโค้ชให้ผู้เรียนเป็นผู้เลือกผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เขาอยากให้เกิดขึ้นจาก Scenario ต่างๆแล้วกำหนดเป็น Commitment ของตัวเองผ่าน Workshop , Roleplay การแสดง , การบ้านที่ออกแบบไว้ สนุกมากครับกับการสอนแล้วถอดบทเรียนการสอนของตัวเองอยู่เสมอ ช่วยเพิ่มความละเอียดและการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ได้อยู่เสมอครับ

เพิ่มประสิทธิภาพ PDCA ด้วยเทคนิคการคิดและการรายงานแบบ A3

"เรียนแล้ว...กลัว , กังวล , ไม่มั่นใจ" Feeling ของผู้เรียนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอในคลาสอบรมโดยเฉพาะหลักสูตรที่เป็นเชิง Technical สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการพัฒนาของตัวเองมาตลอดช่วงเวลาที่สอนหลักสูตรหมวดนี้คือ 1.กลัวเขียนผิด-ถูกทักจนไม่กล้าเขียน-รีบเขียนให้จบเพื่อpresentในคลาส 2.สอนแล้วผู้เรียนมี Positive กับงานหรือสถานการณ์มากๆ แต่ไม่สามารถประยุกต์เครื่องมือไปสร้างแนวทางของตัวเองได้ หากผมไม่สร้างการตระหนักรู้การสอนตัวเอง ผมจะมักเผลอไปดีใจหรือกังวลใจกับผลลัพธ์จากการนำเสนอของผู้เรียนว่าเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงบนสิ่งที่นำเสนอ แต่เมื่อกลับสู่ Coaching Process ของตัวเองได้ คือ การทำให้ผู้เรียนได้ถอดบทเรียนกระบวนการคิดและ Mindset ของตัวเองที่ใช้ในการทำ Workshop ไม่ใช่แค่การประเมินผล วิจารณ์ผลลัพธ์ของการทำ Workshop ซึ่งจะนำไปสู่การมองเห็นรายละเอียด องค์ประกอบที่แต่ละคนสามารถหยิบไปพัฒนาต่อได้อีกครับ

Leader of The Team

วันนี้ นั่ง observe หลักสูตร Leader of The Team Training and Group Coaching ระหว่าง ทำกิจกรรมร่วมไปกับผู้เรียน ทำให้นึกถึง ทีมงานของตัวเองที่ผ่านมา ทั้งที่สำเร็จ และ ที่ได้ประสบการณ์ ที่จริง ทุกคนก็ผ่านการทำงานเป็นทีมมาก็ไม่น้อย เป็นหัวหน้าห้อง หัวหน้าทีมเล่นกีฬา สมัยเด็กๆ ซึ่งไม่ได้มีความสำคัญอะไรเมื่อได้เป้า/ไม่ได้เป้า พอโตขึ้นทำงานในองค์กร ก็มีการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ เป็นส่วนหนึ่งของทีม บางทีก็เป็นหัวหน้าทีม แต่ดูเหมือน ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ว่าการทำงานเป็นทีมจริงๆ คืออะไร อาจจะรู้แค่ว่าก็มาอยู่รวมๆกัน ทำอะไรซักอย่างเหมือนกัน และทำด้วยกัน มีการช่วยเหลือกัน พูดคุยสื่อสารกัน ฝึกซ้อมกัน แบ่งเบาภาระ และเสียสละบางอย่างเพื่อมา "ร่วม" กัน การทำงานเป็นทีมเวิร์ค คนต้อง เวิร์คก่อน จุดเริ่มต้น ของการทำงานเป็นทีมเวิร์ค คนจะเวิร์ก หรือ ไม่ อยู่ที่ ระดับของ Competency และ Mindset เทียบกับ เป้าหมายส่วนบุคคล ที่จะส่งผลต่อ เป้าหมายของทีม กรณีศึกษา Coaching Card แบบ A4 การสร้างทีม เป็นการสรุป ความรู้ในการสร้างทีมเป็นอย่างดี ทีมนี้ คือทีมเกี่ยวกับอะไร ภาระกิจคืออะไร (ทีมบาสเก็ตบอล, ชักกะเย่อ, Cheer Leader, พายเรือ etc) มีเป้าหมายอะไร เพื่อชนะ (แข่งขัน) เพื่อความสนุก, เพื่ออะไร คุณสมบัติที่ทีมควรมี มาจากลักษณะภารกิจ และเป้าหมาย ซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกบุคคลเข้าทีม และ พัฒนา competency ต่างๆของบุคคลในทีม ให้สอดคล้องกับ ภารกิจ และ เป้าหมาย กลยุทธ์ที่เลือกใช้ ซึ่งมาจาก เป้าหมาย และ คุณลักษณะของทีม ที่ผู้นำจะเลือกใช้ ในแต่ละสถานการณ์ Style ผู้นำ ในระดับแผนใหญ่ (โค้ช) และ แผนหน้างาน (กัปตันทีม) เป็นอย่างไร ทั้งหมดนำไปสู่ วิธีการ และแผนงาน ต่างๆ ในการดำเนินการ / พัฒนาทีม กระบวนการ Training and Group Coaching ทำให้คนที่อยู่ใน process คิดถึงตัวเอง และ ปรับ Mindset ไปในระหว่างทาง สนุกดีที่ได้ unpack ตัวเองในเรื่องการทำงานเป็นทีม ที่ผ่านมา ไปพร้อมๆ กับผู้เรียน

เพิ่มประสิทธิภาพ PDCA ด้วยเทคนิคการคิดและการรายงานแบบ A3

สอนแทนวิทยากรหลักครับ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย PDCA&A3 Report Mindset Growth Mindset Skill Set Analytical&Strategic Thinking Tool Set PDCA&A3 ผู้เรียนบอกว่า ไม่คิดว่าหลักสูตรนี้ จะเข้าใจได้ง่ายขนาดนี้! การสอนโดยการอธิบาย หลักการและแก่นของเนื้อหาแบบ Conceptual ก่อน ทำให้ผู้เรียนเข้าใจกรอบของหลักสูตร (Course Framework) ทั้งหมด แล้วจึงให้ทบทวนเนื้อหาอีกทีตามสไลด์ ช่วยให้การสอนแนว Training and Group Coaching ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นครับ ไม่ได้สอนหลักสูตรที่เกี่ยวกับ การใช้เครื่องมือบริหารจัดการงาน มานานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสสอนอีกครั้ง สนุกดีครับ เครื่องมือ PDCA&Fish Bone สามารถใช้กับการบรรลุเป้าหมายและใช้ปรับปรุงปัญหาของงานได้ เมื่อผ่านการคิดแบบต่างๆ ทำให้ได้แนวทางสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

คิดและทำอย่าง KAIZEN เพื่อปรับปรุงงานสู่ความเป็นเลิศ

คลาสเมื่อวานนี้เป็นคลาสที่ผมสอนด้วยความสนุกคลาสหนึ่ง ซึ่งความสนุกที่ว่า ไม่ได้หมายถึงบรรยากาศที่ผู้เรียนสนุกเฮฮาจากกิจกรรมหรือเสียงหัวเราะ แต่เป็นความสนุกที่เกิดจากการ Awareness ของผมเองอยู่ตลอดทั้งวันจากคำถาม ข้อสงสัย การได้แลกเปลี่ยนความคิดและ sharing กัน ระยะหลังผมให้ความสำคัญกับการฟังประโยคคำพูดของผู้พูดแล้วฝึกแยกเบื้องหลังคำพูดที่เป็น "กรอบความคิด(Mindset)" และ "แนวทางปฏิบัติ (Methodology)" เพื่อนำมาเชื่อมโยงเข้ากับหลักการ ทฤษฎีที่กำลังสอนอยู่ สิ่งที่ผมได้ยินจากผู้เรียนอาจเป็นเพียงคีย์เวิร์ดที่เป็นภาพย่อยๆ (Focus) ภาพหนึ่งในเนื้อหา เมื่อนำมาเชื่อมโยงแล้วสะท้อนกลับให้ผู้เรียนด้วยบทบาทต่างๆ ช่วยให้เข้าเชื่อมต่อภาพย่อยๆ (Focus) นั้นเป็นภาพใหญ่ (Big Picture) ในงานของเขา วัตถุประสงค์เพื่อให้เขาสร้างกรอบความคิดและแนวทางปฏิบัติใหม่ที่สอดคล้องกับเรื่องที่เขากำลังโฟกัส หรือ เปลี่ยนโฟกัสใหม่ได้ ตัวอย่างSharingที่ได้ยินจากคลาส เช่น งานผมสามารถเร็วกว่านี้ได้ ถ้า "ข้อมูลพร้อม" ต้นทุนถูกลงกว่านี้ได้ ถ้า "Orderไม่เร่งด่วน" งานน่าจะผิดพลาดน้อยลง ถ้า"ลูกน้องมีประสบการณ์" สิ่งที่ผู้เรียนshareสะท้อนถึงความสามารถในการวิเคราะห์สาเหตุของความสูญเปล่าในเชิงMethodology ด้วยประโยคหลังคำว่า"ถ้า..."!!!! หากผู้สอนช่วยให้เขาได้มี Awareness กับความสามารถเหล่านี้ที่เป็นSkill Set และ Experience แล้วสร้างMindset ที่เป็นความเชื่อใหม่ !!! แนวทางชวนคิดคือหยิบคำว่า "ถ้า.." มาค้นหาว่า หากเราสามารถทำให้ข้อมูลมีความพร้อม เกิดประโยชน์อย่างไร ?? หากเราสามารถเตรียมการรับมือล่วงหน้ากับOrder ที่มีแนวโน้มจะด่วนอยู่บ่อยๆ เกิดประโยชน์อย่างไร ?? หากเราสามารถฝึกพัฒนาลูกน้องให้มีทักษะ ความชำนาญได้มากขึ้น เร็วขึ้น เกิดประโยชน์อย่างไร ?? เพื่อให้เขามีMindset ตามแบบ Kaizen จากนั้นเราจึงสามารถเลือกให้Methodology ที่เป็นTools ต่างๆเช่น 5M1E, ผังก้างปลา , ECRS เพื่อให้เขาสามารถนำไปวิเคราะห์เชิงลึก ไปค้นหาแนวทางจัดการใหม่ๆ และพัฒนาตัวเขาเองต่อไป กระบวนการทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมดำเนินการสอนอยู่ แต่เพิ่งมาตกผลึก ถอดบทเรียนของตัวเองในช่หลังๆ จึงทำให้รู้สึกสนุกกับ Awareness ของตัวเองแบบนี้ครับ

การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้นำ

หลักการผู้นำกับบทบาทต่างๆในการบริหารทีมงานด้วยหลักการคิดแบบครบเครื่องในเรื่องที่ต่างกัน รูปแบบกระบวนการจัดการให้สำเร็จ เครื่องมือบริหารงานเข่งกลยุทธ์ (รูปแบบการคิดต่างๆ/SWOT/BCG Matrix/BSC/สำคัญ-เร่งด่วน/คน4 แบบ) ประยุกต์กับเหตุการณ์และโครงการจริง ณ ปัจจุบัน ความรู้ เราพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเล็กน้อย เพราะประเด็นเหล่านี้เรียนกันมาเยอะ จึงชวนกันตั้งเป้าหมายและสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน #ด้วยความไว้วางใจ ทักษะ เราเริ่มจากพูดคุยและแสดงสดกันพร้อมเชื่อมโยงหลักการต่างๆ สลับบทบาทกันกับเรื่องจริงบ้าง สมมติบ้าง ด้วยความสนุก ทัศนคติ จากที่ใช้ทักษะการฟังด้วยเครื่องมืออการโค้ช สังเกต ภาษาพูด และภาษากาย นั้นเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ด้วยความมั่นใจจากภายใน มีแววตา ท่าทางและคำพูดที่ผ่อนคลาย กับหลากหลายมุมมองในเรื่องเดียวกัน #ด้วยความคุ้นเคย กับการโฟกัส Solution และให้ความสำคัญกับการวาง (ผู้เรียนแอบบอกว่าที่ผ่านมาเข้าใจว่าต้องใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการบริหาร แต่วันนี้เข้าใจใหม่ว่าเครื่องมือก็เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราเร็วขึ้น สะดวกขึ้น หากแต่เราไม่ใช้เครื่องมือหรือมองเป็นภาระในการเรียนรู้อะไรก็ช่วยไม่ได้คร้าบบบ ทำด้วยหัวใจ ใช้เครื่องมือง่ายๆแต่ ทำจริง ก่อนดีกว่าแล้วผมค่อยท้าทายตัวเองเพิ่มนะอาจารย์)

Coach Your Team

ภาพรวมๆ ที่ผู้เรียน(เจ้าของธุรกิจ)จะนำไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง การมองที่เจตนาของคนพูดมากกว่า คำพูดของเขา การรับฟังสิ่งที่เขาพูด ไม่ใช่แค่เรื่องที่ได้ยิน การเข้าใจเขาและช่วยเขาแบบโค้ช การเลิกเป็น Helper เร็วเกินไป การไม่คาดหวังในตัวเขา เกินความเป็นจริง การพัฒนาเขาที่ศักยภาพและคุณค่าของเขา การนำไปใช้กับลูก เพื่อเข้าใจเขามากขึ้น รู้สึกดีใจที่ผู้เรียน มองเห็นตัวเอง ยอมรับ และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยความเต็มใจ แม้เพียงบางส่วนที่ตระหนักรู้ในตัวเอง ก็เพียงพอต่อการนำไปฝึกฝนต่อไปครับ เชื่อมั่นว่า ทุกคนทำได้ และคุ้มค่าต่อองค์กรธุรกิจของพวกเราครับ

สมองกับการสื่อสาร

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปแบ่งปันเรื่องของสมองกับการสื่อสาร ให้กับทางสำนักงานอัยการสูงสุด ในหัวข้อ สร้างพลังการสื่อสารและจูงใจผู้อื่น (Effective Communication for Leader) ซึ่งครั้งนี้ท้าทายตรงที่ผู้ฟังเป็นระดับอธิบดีทั้งหมด ซึ่งถ้าสอนที่ความรู้ และเทคนิค จะมีโอกาศเกิดความขัดแย้งได้ง่ายกับผู้เรียนได้ง่าย ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จที่มากมายของผู้เรียนเอง วันนี้จึงใช้หลักการสมองง่ายๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสาร เช่น ข้อที่ 1 การรับข้อมูลที่จำกัดของสมอง เพียง 134/2,000,000 ตัวอักษรในเสี้ยววินาที ดังนั้นในมุมของผู้ฟัง หากเราไม่ได้สร้างความรู้สึก ชอบ เชื่อ ใช่ ใช้ ให้ผู้ฟังก่อนการสื่อสาร เราอาจทำให้ผู้ฟังแค่ได้ยิน แต่ไม่ได้ฟัง เรื่องที่เราพูดเลย เพราะสมองของเขา อาจกำลังฟัง 134 อื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องที่เราสื่อสาร แม้จะเหมือนคุยอยู่ด้วยกันตลอดเวลาก็ตาม ส่วนในมุมของผู้พูด หากเราต้องการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ฟัง เราอาจต้องพยายามเลือกฟังโดยให้ความสำคัญกับเรื่องของอีกฝ่าย มากกว่าเรื่องของเรา เพื่อทำความเข้าใจเขา และสื่อสารในโลกของเขา มิฉะนั้นเราอาจเผลอสื่อสารโดย Focus แต่ 134 ที่เป็นเรื่องของเรา จนทำให้การสื่อสารขาดประสิทธิภาพ ข้อที่ 2 สมองสี่ส่วนที่แตกต่าง ทำให้เรารู้รูปแบบการคิด การตัดสินใจ และการสื่อสารของตนเอง ทำให้เข้าใจสาเหตุว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงไม่เข้าใจการสื่อสารของเรา และสามารถสร้างแนวทางการสื่อสารใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับอีกฝ่ายได้มากขึ้น ข้อที่ 3 สมองส่วนคิดและส่วนอารมณ์ สมองส่วนคิด เป็นเรื่องของข้อมูลและเหตุผล แต่เนื่องจากทำงานได้ช้า ทำให้หลายครั้ง เราปล่อยให้สมองส่วนอารมณ์มาทำงานแทนในการสื่อสาร ซึ่งถ้าเป็นอารมณ์เชิงบวกก็คงไม่มีปัญหา แต่บางครั้งเราตกหลุมพรางเกิดอารมณ์เชิงลบ อาจทำเราไม่สามารถสื่อสารเพื่อจูงใจอีกฝ่ายได้ แม้ว่าข้อมูลจะดีแค่ไหนก็ตาม เพราะเขามองเห็นว่าเรากำลังสื่อสารโดยใช้อารมณ์ เมื่อเข้าใจธรรมชาติของสมองทั้ง 3 ข้อ เราจึงสามารถใช้กระบวนการ Coaching เพื่อพาผู้เรียนคิดบนหลักการ เพื่อมองหาวิธีการของตนเองเพื่อใช้บนสถานการณ์จริงของผู้เรียน บนหลักการ สมอง ดังกล่าว เราจะทำอย่างไรให้ เข้าใจ อย่างที่คุณต้องการให้เขาเข้าใจ มองเห็น อย่างที่คุณต้องการให้เขาเห็น เชื่อ อย่างที่คุณต้องการให้เขาเชื่อ ลงมือทำ อย่างที่คุณต้องการให้เขาปฏิบัติ ที่เหลือคงเป็นเรื่องของการบ้าน ที่ทุกคนจะนำกลับไปทำส่งตัวเอง เพื่อตัวเอง

สร้างคัมภีร์ปิดการขายเป็นระบบอย่างเหนือชั้น

ร่วมกันชวนน้องๆ ยกระดับการขาย ด้วยการเตรียมพร้อมทั้งระบบและข้อมูลสำคัญ ในการปิดการขายอย่างมืออาชีพ Mindset Skills set Tools set มุ่งเน้นการเรียนรู้ปฎิบัติ แบบ Training and Group Coaching ขอขอบคุณสถาบันเอ็นเทรนนิ่งและ อ.ยุ้ย ที่ร่วมเดินทางในวันนี้ สนุกสนาน และมีความสุขในกิจกรรมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ Selling Skills ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ หลักการชัด เป้าหมายใช่ ทักษะและบทบาทสอดคล้อง เครื่องมือสดใหม่ ประยุกต์เหมาะสม เสน่ห์สร้างได้ ทั้งคำพูดและพฤติกรรมบริการ ชื่นชมนักเรียนจากหัวใจในการฝึกวันนี้เพราะครูเกือบเสียตังค์ ทุกคนมีหัวใจของนักขาย ที่มุ่งมั่นให้บริการเกินความคาดหวัง

The Happiness Mind with EQ

EQ สามารถพัฒนาได้จากการสอนได้จริงหรือ ?? ถ้าการสอน EQ คือการอธิบายความหมาย อธิบายหลักการ ตัวอย่างที่ผู้สอนคิดว่าดี คิดว่าเวิร์ค อาจจะต้องกลับมาถามว่า "แล้วมันเวิร์คกับผู้เรียนจริงหรือไม่??" ถ้าการสอน EQ คือการชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่มาของอารมณ์เชิงลบ แล้วแนะนำเทคนิคจัดการกับอารมณ์นั้น อาจจะต้องกลับมาถามว่า "เทคนิคนั้นเหมาะกับผู้เรียนจริงหรือไม่??" ถ้าการสอน EQ คือการเป็นกระจกเงาให้ผู้เรียนมองเห็นระดับ EQ ของตัวเอง ผ่านความหมายของ EQ ที่ตัวเขาเองให้ และอยากปรับเปลี่ยนหรือพัฒนา EQ บนผลลัพธ์ที่เขาอยากเห็น อาจจะต้องกลับมาถามว่า "เราสามารถเป็นกระจกบานนั้นได้จริงหรือไม่??" คำว่า"กระจกเงา "มีความหมายกับผมมากเพราะมันทำให้ผมเห็นในสิ่งที่ผมมองไม่เห็นจนทำให้ผมยอมรับความเป็นตัวตนของผมทั้งในด้านดีและไม่ดี นำไปสู่การพัฒนา EQ ของตัวเองด้วยการยินดีปรับเปลี่ยนตัวเองจากความมุ่งมั่นของผมเอง นี่คือกระบวนการโค้ชที่ผมยึดถือและศรัทธามาโดยตลอดตราบเท่าที่กระจกบานนั้นยังเป็นกระจกที่ผม Trusted the Process เพราะเชื่อถือ ยอมรับ และไว้วางใจ การสอน EQ ด้วยกระบวนการโค้ชของผมก็เช่นกันครับ หากผู้เรียนไม่ Trusted the Process การเป็นกระจกเงาของผม ผลลัพธ์คือผู้เรียนเกิดความรู้สึกว่าหลักการและเทคนิคของอาจารย์ก็ดีนะ แต่คงไม่เหมาะกับผม(หนู)แน่เลย..

Coaching by Board Game

Coaching by Board Game เพื่อสร้าง Learning Simulation "การเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ด้วยความสนุกในเกม" บอร์ดเกมช่วยจำลองสถานการณ์สมมติต่างๆ ให้อยู่บนเงื่อนไขและกติกาการเล่นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผู้สร้างเกมกำหนดขึ้น แต่กระบวนการสร้างการเรียนรู้ของผู้เล่นให้เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของเกมมีหลายแนวทาง การโค้ชเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้ผู้เล่นเกิดการเรียนรู้และตระหนักรู้จากหลักการที่ Coach & Fa Coach กำหนด การให้บอร์ดเกมเสมือนเหตุการณ์สมมติเพื่อให้ผู้เล่นหยิบกระบวนการคิดมาใช้ ผู้เล่นทำความเข้าใจจุดประสงค์ของการเล่นเกม ช่วยทำให้เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงได้ ผู้เล่นถอดบทเรียนการเล่นเกมหลังจากการเล่นเพื่อสร้างการตระหนักรู้ กรอบความคิดและเทคนิคการคิดที่ใช้ การทำให้เกมเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนาทักษะและรูปแบบการคิดของตัวเอง การโค้ชด้วยบอร์ดเกมช่วยให้ผู้เล่นไม่โฟกัสแค่เพียงผลลัพธ์จากการเล่น แต่ให้ความสำคัญที่ความรู้สึกของตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ระหว่างการเล่นด้วยเช่นกัน โปรแกรมระยะยาวหลายเดือนและการใช้บอร์ดเกมหลายแบบกับหลักสูตรการคิดที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ทีมวิทยากร&โค้ช และ Fa-Coach ได้พัฒนาความละเอียด ความแม่นยำในหลักการ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ลูกค้าคาดหวังจากการเรียนรู้แบบ Learning Simulation ครับ

ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์

แก่นสำคัญของการคิดเชิงวิเคราะห์ กับสถานการณ์ต่างๆ กรอบความคิดกับสถานการณ์ ความรู้และประสบการณ์ในการมองภาพรวม การแยกแยะปัจจัย องค์ประกอบ การค้นหาความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยง การกำหนดสาเหตุที่เป็นไปได้ รูปแบบการทำงานของสมองเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการคิดวิเคราะห์ สมองเร็ว (System 1) ใช้ข้อมูลตามประสบการณ์ในอดีตหรือความเชื่อของเรามาประกอบการวิเคราะห์ สามารถคิดได้อย่างรวดเร็ว สมองช้า (System 2 ) ใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลข สถิติ ข้อเท็จจริง จากภายนอกซึ่งใช้เวลาในการค้นหา เก็บรวบรวมมาประกอบการวิเคราะห์ อาจทำให้ใช้เวลานานกว่า System 1 หรือสมองแบบแรก สมองทั้งสอง System มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน ขึ้นกับสถานการณ์และกรอบความคิดในการหยิบมาใช้ การสร้างการตระหนักรู้รูปแบบสมองของตัวเอง ช่วยให้ใช้สมองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

กรณีศึกษาประกอบการโค้ช

การใช้กรณีศึกษาประกอบการโค้ช เป็นเครื่องมือช่วยฝึกฝนการโค้ชที่ทรงพลัง กรณีศึกษาที่ใกล้เคียงชีวิตจริง ทำให้ผู้เรียนการโค้ช ได้ฝึกจับประเด็นสำคัญที่เป็น ศักยภาพ, คุณค่า, และจุดประสงค์ ของโค้ชชี่ บนเรื่องเล่าของโค้ชชี่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น การโค้ชเชิงปฏิบัติจริงกับกรณีศึกษา ช่วยทำให้ผู้เรียนมองเห็น กระบวนการโค้ชและเทคนิคการโค้ช ชัดเจนมากยิ่งขึ้น การสอนการโค้ช และการใช้เครื่องมือประกอบการโค้ช ด้วยแนว Training and Group Coaching โดยการมุ่งเน้นที่การทำให้ผู้เรียนตระหนักรู้หลักการโค้ชที่แท้จริงด้วยตัวเอง ผ่านการเรียนกับกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเอง จึงเกิดความสนุกในการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ครับ

ผู้นำในฐานะโค้ช

รู้สึกดีใจที่เห็นส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หันมาสนใจการโค้ช เพราะส่วนตัวผมเชื่อว่า Coaching Process เป็นศาสตร์การพัฒนาคนที่ตอบโจทย์ที่สุดในขณะนี้ ผู้นำในฐานะโค้ช กับโครงการ Coaching Team ของหน่วยงาน สำนักงานศึกษาธิการภาค 3 คือการสร้าง supervisor team ที่เข้าไปโค้ชชิ่งทีมงาน ที่จะไปปฏิบัติการภาคสนาม เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ กับสถานะ ผู้นำ และโค้ช ด้วยเวลาเพียง 1 วัน ผมจึงตั้งใจให้ ผู้นำทุกท่าน เข้าใจกระบวนการโค้ชชิ่ง ที่หมายถึง การช่วยให้โค้ชชี่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กับบทบาทของผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของโค้ชชี่อยู่เสมอ นั่นคือเป็นกระจกสะท้อนให้โค้ชชี่ มองเห็นตัวเอง ยอมรับตัวเอง อยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง พร้อมกับการฝึกฟัง เพื่อตั้งคำถาม ในแบบโค้ช ฟังว่ารู้สึกอย่างไร ฟังว่าคิดอย่างไร ฟังว่ามีความเชื่อแบบไหน ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ความสามารถของ ผู้นำในฐานะโค้ช เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ Powerful Game Coaching ก็ได้มีโอกาสนำไปใช้ กับกิจกรรมทดสอบการฟัง เพื่อให้เห็นความสำคัญของการฟัง แบบโค้ช ที่ต้องจับคำสำคัญให้ได้ แม้จะมีเวลาไม่เยอะ แต่ก็สามารถสร้างความสนุกและเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องการฟังได้เป็นอย่างดีครับ

สร้างกรอบความคิดการทำงานเชิงรุก

สร้างกรอบความคิด การทำงานเชิงรุก การสอนด้วยกระบวนการ Training and Group Coaching ที่สะท้อนให้ผู้เรียน มองเห็น ศักยภาพ และ หลุมพรางทางความคิดแล้ว การให้เทคนิค วิธีการ และทักษะต่างๆ เป็นเพียงทางเลือก ที่ผู้เรียน นำไปใช้ "สร้างวิธีการ หลายๆรูปแบบ" เพื่อสร้างผลลัพธ์ ด้วยตัวเขาเอง สิ่งมี่สนุกแบะชอบ สำหรับ class วันนี้ สำหรับตัวเอง คือการที่ ได้มีโอกาส "ตอบคำถาม" ด้วยการใช้ครื่องมือหลายๆขนิด การเชิ่อมคำตอบไปที่ slide การยกตัวอย่างเรื่องเล่าสร้างแนวคิด การ Role play การใช้ประสบการณ์ (Consult) สำหรับผู้เรียน บอกว่า สถานการณ์ที่หน่วยงานกำลังเผชิญ คงต้องคิดอย่างที่ อจ. ว่า คือ "ต้องสนุกไปกับเหตุการณ์ และยังสร้างผลลัพธ์ได้" นี่คือ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ดีใจที่มีข้อสงสัยแล้วถาม กันอย่างตั้งใจ เลิกเย็นหน่อย แต่ก็ยินดีมากเลยค่ะ

สร้างแนวคิดและเทคนิคบริหารงานก่อสร้างด้วยระบบลีน

วันนี้กับหลักสูตรที่เสริมสมรรถนะให้กับทีมบริหารโครงการรวมถึงทีมสนับสนุนงานก่อสร้าง การสร้างกรอบความคิดของ "LEAN" เพื่อบริหารจัดการงานแบบลีน 1.สร้างความเชื่อ (Belief) ที่ทรงพลังและมองความเป็นไปได้ในส่วนงานต่างๆที่สามารถใช้หลักการด้วยความคิดเชิงสร้างสรรค์ 2. ปลูกฝังค่านิยมส่วนตัว (Value) ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Lean ให้กลายเป็นอุปนิสัยที่สามารถหยิบมาใช้ได้บ่อยๆ 3. ค้นหาและสร้างประสบการณ์( Experience) ที่ดีเกี่ยวกับสิ่งที่เคยทำสำเร็จด้วยรูปแบบ Lean เพื่อถอดบทเรียนแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน 4. หลักการและทฤษฎี LEAN ที่เข้าใจได้ง่ายแชะมองเห็นแนวทางการนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เมื่อนำทั้ง 4 ส่วนมาประยุกต์กับทักษะบริหารโครงการก่อสร้างที่มีอยู่แล้ว ทำให้เกิดผลลัพธ์หรือคุณค่าใหม่ๆของงานได้ครับ