ผลงานฝึกอบรม

หน้าแรก / ผลงานฝึกอบรม

การสร้าง Growth Mindset พัฒนาตัวเองอย่างยั่งยืน

วันนี้มีนัดพูดคุยกับลค เพื่อปรับสไลด์การอบรมให้เข้ากับกลุ่มผู้เรียนรวมถึงตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของผู้จัดครับ การปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องผมจะยึดกระบวนการ 4M ในแต่ละช่วงเป็นหลัก Mirror - ช่วงให้ผู้เรียนได้สำรวจกรอบความคิดตัวเอง Mindset - ช่วงที่ผู้เรียนจะได้ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ Methodology - ช่วงที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เทคนิค How to ที่จะนำไปปรับใช้ Movement - ช่วงที่ผู้เรียนจะได้สร้าง Action Plan ย่อยๆในการประยุกต์ใช้เทคนิคเข้ากับงานของตัวเอง คีย์สำคัญของวันนี้อยู่ที่การฟัง Requirement ของลูกค้าแล้วปรับเข้าหาสิ่งที่เราถนัด ความต้องการของลูกค้าคือ การนำ Core Value ที่เป็นแกนขององค์กรมาสร้างให้เกิดเป็นพฤติกรรมในงานและสามารถวัดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ การปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องผมจะยึดกระบวนการ 4M ในแต่ละช่วงเป็นหลักสิ่งที่ผมนำเสนอเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในคลาสตลอด6ชั่วโมงคือ 1.การออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับ Meaning & Objective ของ Core Value เพื่อให้ผู้เรียนได้ Mirror & Mindset 2.การออกแบบฟอร์มการบ้านเพื่อให้ผู้เรียนได้นำ Methodology มากำหนด Movement ให้เกิดเป็น Action Plan ที่สอดคล้องกับ Core Value ตามที่ตั้งโจทย์ 3.การออกแบบชุด Assessment & Evaluated พฤติกรรมตาม Core Value ด้วย 360 degree Feedback ที่วัดการผลหลังนำAction Plan ไปประยุกต์ใช้แล้ว การยึดมั่นในกระบวนการสอนที่เป็นจุดแข็งของตัวเองแต่พร้อมประยุกต์ให้เข้ากับบริบทต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งด้านที่จับต้องไม่ได้และจับต้องได้ ให้เกิดขึ้นได้ครับ

ศิลปะการสื่อสาร การสั่งงาน การมอบหมายงาน การควบคุมและติดตามงาน

หลักสูตร ศิลปะการสื่อสาร การสั่งงาน การมอบหมายงาน การควบคุมและติดตามงาน หลักสูตรนี้ ผู้เข้าอบรมคุ้มมาก ที่ได้หลายทักษะในหลักสูตรเดียวกัน หัวหน้างาน จำเป็นต้องมีศิลปะการสื่อสาร ในการทำงาน เพื่อให้การสั่งงาน มอบหมายงาน การควบคุม และติดตามงาน ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สื่อสารให้พนักงานผลิตได้ตามเป้าหมาย และได้คุณภาพตามมาตราฐานที่บริษัทตั้งไว้ งานนี้ สนุกสนานกับกิจกรรม ทั้ง workshop และ role play มากมายในการสื่อสาร การมอบหมาย ในการนำไปใช้ใน case การทำงานจริง รวมถึง กิจกรรม โดมิโน กำหนดผู้เล่น ในบทบาทต่างๆกัน ได้ทักษะการคิด วางแผน สั่งการ การฟัง การสื่อสาร การเข้าใจ การนำเสนอ งานนี้สนุกสนานทั้งผู้สอนและผู้เข้าอบรม

Analytical Thinking for Problem Solving

ช่วงนี้ได้รับโอกาสมาชวนคิดชวนคุยกับคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง จนอาจารย์ต้องทักให้ดูแลสุขภาพบ้าง แต่เยอะของผม ก็ยังไม่เท่าพี่ๆ น้องๆ ของผมอีกหลายคน ดังนั้นอย่าลืมรักษาสุขภาพไปด้วยกันนะครับ เพราะสุขภาพร่างกายมีผลต่อ สมอง ของเราอย่างมาก ข้อดีของการได้บรรยายหลักสูตรใกล้เคียงกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระแสความคิดของเราไหลเวียน (Flow) ได้ดีมากๆ ข้อมูลจากการเก็บหลุมพรางของทั้งผู้เรียนและตัวเอง ทำให้มีสิ่งที่อยากกลับไปทำเพิ่มทุกครั้ง ผมเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะคิด แต่เราไม่ได้พร้อมคิดได้ตลอด เมื่อขาดแรงจูงใจ เมื่อขาดความเชื่อมั่น เมื่อขาดเป้าหมาย เรามักจะหยุดคิด ถ้าอยากให้คิด เราอาจต้องสร้างสภาวะให้ สมอง อยากคิด เสียก่อน การมาชวนชาวการไปรษณีย์ไทย คิดบนหัวข้อหลักสูตร Analytical Thinking for Problem Solving จึงมีความท้าทายตั้งแต่แรก ไม่ใช่ในแง่การเรียนรู้เนื้อหาหรือเครื่องมือ แต่เป็นการพาทุกคนมองเห็น ยอมรับ และอยากข้าม Comfort Zone ในการคิดเดิมของตนเอง เพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ จากการวิเคราะห์และมองเห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องในปัญหาที่เราเจออยู่จริง จาก Input + Process = Output เมื่อเพิ่มหรือเปลี่ยน Input ย่อมทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม อยากมีเวลา Upgrade เครื่องมือ และ กระบวนการ อีกรอบเร็วๆ ครับ ผู้เรียนมีการบ้าน ผู้สอนก็มีการบ้านเช่นกันครับ

พัฒนาทีมงานบริการให้เป็นนักขายในฐานะที่ปรึกษาและโค้ชทีม

หลักสูตร : พัฒนาทีมงานบริการ ให้เป็นนักขายในฐานะที่ปรึกษาและโค้ชทีม กลุ่มคนเรียนเป็นผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ ออกแบบเฉพาะที่นี่ประกอบด้วย หลักการสอน : Training and Group Coaching เนื้อหา : ยกระดับบริการ สานสัมพันธ์ให้เกิดยอดขาย รักษาฐาน และขยายกลุ่ม พัฒนาทักษะการขายในฐานะที่ปรึกษา เสริมทักษะการโค้ช (นิดนึง ไว้เจอกันฉบับเต็ม) กิจกรรม : เน้นแสดง&แสดง = ฝึกฝน เตรียมเกมไปนสำรองสอบถามผู้เรียน คำตอบคือคลาสหน้าดีกว่า อยากฝึกการขายมากกว่า ครูก็อม ยิ้มซิจ๊ะ สิ่งที่หลายคนแชร์ : วันนี้ทำให้รู้ว่า จริงๆ ต้องการอะไร และต้องทำอะไรเพิ่มให้ยอดขายได้พร้อมรักษาลูกค้าด้วยใจบริการ อืม! ใช่เลยงานขายก็ต้องมาคู่กับเป้าหมายและแผนงาน จะทำไปใช้จริงๆ การฝึกฝนจำลองสถานการณ์ช่วยให้ทักษะการขายดีขึ้น จริงๆ จะไปฝึกสัปดาห์ละครั้ง รู้วิธีแก้ไขและจัดการความคิดอย่างมีรูปแบบ เพราะเปลี่ยนคนอื่นยากกว่า เปลี่ยนตัวเองให้เป็นต้นแบบก่อน แล้วน้องในทีมน่าจะดีขึ้น ฯลฯ

Success DNA for Manager

Success DNA for Manager รุ่นสุดท้ายแล้ววันนี้ DNA คือสิ่งที่อยู่ภายในบุคคลและสะท้อนผ่านพฤติกรรมต่างๆ การปลูกฝัง DNA ด้านใดด้านหนึ่งให้แต่ละบุคคล มีทั้งแบบการเติมความรู้ แนวความคิดจากภายนอกเข้าไป และการดึงสิ่งที่เขามีอยู่ออกมา วิทยากร&โค้ชเชื่อว่าคนทุกคนมีศักยภาพและมีเรื่องที่เคยทำสำเร็จอยู่มากมาย การปลูกฝัง DNA แห่งความสำเร็จผ่านการสอน Training and Group Coaching คือการให้พนักงานเรียนรู้หลักการและทฤษฎีที่ทำให้เกิดความสำเร็จ แล้วให้พนักงานได้ตระหนักรู้และมองเห็นคุณค่า จุดแข็งภายในที่มีอยู่และสอดคล้องกับหลักการ ทฤษฎี นำออกมาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดความต่อเนื่องจนฝังกลายเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับ DNA ขององค์กร

การสร้างจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าขององค์กร

เมื่อวานสอนรุ่นหนึ่งไปแล้ว วันนี้รุ่นที่สอง โปรแกรมเตรียมพร้อมบุคลากรระดับบริหารเพื่อพาทีมงานและองค์กรก้าวสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างกรอบความคิดแบบการทำงานเชิงรุก การตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนตัวเอง การจัดลำดับความสำคัญเรื่องที่รับผิดชอบ การสร้างทีมเวิร์คพร้อมก้าวสู้การเปลี่ยนแปลง การสร้างกรอบความคิดการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคการโค้ช ออกแบบหลักสูตรเนื้อหาให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่อง การใช้เรื่องเล่า (Story Telling & Coaching) สร้างแนวคิดและการตระหนักรู้ การเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริงด้วยการ Role Playing ครบเครื่องครับ

Value and Strengths Coaching for Sales Manager

อยากเห็น อนาคตตัวเองล่วงหน้ามั๊ย...? ชอบสอนน้องๆ ทีมงาน ให้ทำแผนงานขายล่วงหน้า ตามที่สอนในหลักสูตรนี้เลย งานขายเป็นเกมส์ตัวเลข เปิด ไม่เท่ากับ ปิด กับแนวการสอนด้วย Training and Group Coaching สำหรับ Sales Manager ทำให้มีเครื่องมือในการพัฒนาทีมงานที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยการเลือกหยิบ "หมวก/บทบาท" ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ผู้จัดการ เพื่อสร้างผลลัพธ์/ผลการปฏิบัติงาน ผู้นำ เพื่อสร้างการยอมรับ เชื่อถือ และไว้วางใจจากทีมงาน โค้ช เพื่อดึงศักยภาพ (ไม่ใช่เค้นประสิทธิภาพ) แบะการพัฒนาทีมงาน ผู้จัดการทีมงานขาย พัฒนาให้ทีมงาน ไม่จิตตกง่าย ทำงานอย่างเป็นระบบ กำหนดเป้าหมาย เดินตามแผน และ ปรับปรุงแผนงานอย่างสม่ำเสมอ ฝึกฝนทักษะ เพิ่มเติมความรู้ที่จำเป็นเพื่อการ upgrade งานที่ท้าทายขึ้น ที่จริงคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องงานขายเท่านั้น ทุกการดำเนินชีวิต หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในระยะยาว แล้วเดินตามนั้นไปอย่างสม่ำเสมอ คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยไม่ไปแทรกแซงด้วยความตื่นตระหนก พัฒนากลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เราก็จะดำเนินงานไปอย่างมีความสุข แค่สนุกกับการทำรายงานขาย ส่งตัวเอง ก็สามารถรู้อนาคตตัวเอง(ด้านงานขาย) ได้ จริงๆ นะ

ทักษะหัวหน้างาน

ยังอบรมกับบุคลากรทาง Betagro อย่างต่อเนื่อง ในหลักสูตร Supervisory Skill ทักษะหัวหน้างาน การเป็นหัวหน้างาน มีทักษะ 3 หมวดที่สำคัญ คือ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด แต่ก่อนที่จะเริ่มการต่อยอด เพื่อพัฒนาตนเอง อาจเริ่มต้นจากการที่เราเห็นตัวเราเองบนแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร ซึ่งมุมมองที่นำมาชวนคิดคือ Fact/Feel/Future Fact ข้อเท็จจริง อาจดูที่ผลลัพธ์ ตัวชี้วัด ในแต่ละเรื่อง Feel อารมณ์ความรู้สึก ดูจากความสุขในการทำงาน อารมณ์ร่วมในการทำงานร่วมกัน ความกระตือรือร้น Future อนาคต ดูจากความก้าวหน้า ความเติบโต ความมั่นคงและเชื่อมั่น การสร้างการมองเห็น ยอมรับ อยากเปลี่ยน คือจุดเริ่มต้นของกระบวนการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการโค้ช ดังนั้น เราต้องรู้ว่าเราอยากได้อะไร สิ่งที่เรามีเหมือนหรือแตกต่างจากสิ่งที่เราอยากได้รับอย่างไร ทั้งในปัจจุบันที่เป็นเป้าหมายระยะใกล้ และเป้าหมายระยะไกลในอนาคต

Value Coaching for High Performance

สอนอย่างที่ทำ ทำอย่างที่สอน สอนแล้ว ให้ลองทำ ทำแล้วให้ฝึกถอดบทเรียน จากที่สอน ช่วงนี้ได้มีโอกาส ไปร่วมเดินกระบวนการในคลาสกับ Master Coach ในหลายๆหลักสูตร ได้เรียนรู้และร่วมฝึกฝนไปพร้อมๆ กับผู้เรียน ระหว่างการเดินคลาสเก็บประเด็นของผู้เรียน และการใช้เครื่องมือสร้างการเรียนรู้เพื่อนำมาชวนคิดชวนคุย อย่างเป็น ระบบ ผู้เรียน สามารถเข้าใจเนื้อหา Soft Skill ที่เป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก สามารถเห็น เข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้ เห็นความสนใจในการนำสิ่งที่ได้ใน class กลับไปใช้ด้วยความเต็มใจ รู้สึกว่า คุ้มต่าที่ได้พัฒนา กระบวนการสอนด้วย Training and Group Coaching นี้มาอย่างต่อเนื่อง การสอนด้วยกระบวนการ Training and Group Coaching ในทุกหมวดหลักสูตร โดยเฉพาะในหมวดหลักสูตร Coach ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ 5 เรื่องสำคัญ คือ Mindset : หลักการ ต่างๆ ที่เป็นศาสตร์ในการพัฒนาตัวเองเช่น หลักด้าน การทำงานของสมอง หลักด้านจิตวิทยาเชิงบวก หลักทางด้าน nlp เป็นต้น แยกแยะบทบาทที่ใช้ในการทำงาน เช่นบทบาทหัวหน้างานผู้จัดการ ผู้นำ Coach พี่เลี้ยง Skill Set ทักษะ ต่างๆ ที่จำเป็นในการนำความรู้ในหลักสูตรนั้นไปใช้ กระบวนการ การโค้ชด้วยศาสตร์ต่างๆ ตามที่เรียน ในหลักสูตรนั้น Tools Set การสร้าง และ ใช้เครื่องมือ เพื่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพในการนำไปปฏิบัติที่ดียิ่งขึ้น แม้จะคิดเยอะ แต่ผู้เรียนก็สนุกกับการคิด เปลี่ยนความเชื่อตัวเองได้เองว่า คน "คิด" ไม่เป็นได้สนุกไปกับผู้เรียนมากเลยค่ะ

Self Leadership for Success

ทุกวันนี้เราไปทำงานด้วยเหตุผลอะไรบ้างครับ ? มีเวลา 2 วันที่อยู่กับทีมงานจาก Betagro กับหลักสูตร Self Leadership for Success ดีใจที่ได้รับโอกาสให้มาชวนทุกคนมีความสุขเล็กๆ กับการคิดเพื่อตนเอง เรามักมีเหตุผลบางอย่างเสมอ เพื่อให้ตัวเราเองลงมือทำงานหรือแม้เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ซึ่งเหตุผลนั้นมีได้หลากหลาย Push ทำเพราะหน้าที่ กลัวความผิด กลัวถูกลงโทษ Pull ทำเพราะได้รางวัล เงิน ตำแหน่ง คำชื่นชม Pleasure ทำเพราะสนุก เพลินกับเรื่องนั้น Passion ทำเพราะรู้สึกมีคุณค่า ได้ช่วยเหลือผู้อื่น Purpose ทำเพราะตอบโจทย์ชีวิต สอดคล้องเป้าหมาย ซึ่งเหตุผลแต่ละระดับจะสร้างแรงจูงใจให้เราไม่เท่ากัน ถ้าแรงจูงใจน้อย เมื่อเจออุปสรรค หรือเราเคยชิน ไม่กลัว ไม่ตื่นเต้น เราจะหยุด ถ้าแรงจูงใจมากพอ เราจะพยายามคิดสร้างสรรค์ เราจะมุ่งมั่น ให้ได้ผลลัพธ์ กสรเป็นผู้นำตนเอง อาจเริ่มต้นจากการสร้างเหตุผลที่มากพอ ให้สมองรู้สึกคุ้มค่ากับการเปลี่ยนแปลงตนเองออกจาก Comfort Zone ของเรา ที่แน่ๆ สองวันนี้ของผม กับบทบาทวิทยากร ผมรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับหลากหลาย ตั้งแต่ Pull-Pleasure-Passion-Purpose ขอบคุณทุกคนมากครับ ที่ช่วยส่งมอบวาระดีๆ แบบนี้ให้กัน

การโค้ชคุณค่าสร้างผลการปฎิบัติงาน

ช่วงนี้ ได้ติดตาม master coach สอนหลักสูตรหมวดโค้ช อยู่หลายหลักสูตรทั้งที่เป็น skill และ การประยุกต์ใช้การโค้ชกับ core value ขององค์กร บางช่วงที่ร่วมเดิน class ด้วยเครื่องมือฝึกทักษะต่างๆ และกระบวนการโค้ช สังเกตเห็นความตื่นตัวของผู้เรียนมาก เพราะผู้เรียนได้เห็นประโยชน์จากเครื่องมือ People Development ตัวนี้ (Coaching) ด้วยการพิสูจน์ด้วยตัวเอง จากการเป็น โค้ชชี่ ใน class แบบ สดๆ ครบเครื่องเรื่องศาสตร์การโค้ช ที่ได้เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี ได้ช่วยให้ผู้เรียน มองเห็น ยอมรับ และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองจากภายในด้วยตัวผู้เรียนเอง เพราะการโค้ช ไม่สามารถทำได้เพียงแค่การเรียน การมี Mindset และการฝึกฝน ตามศาสตร์อย่างชำนาญ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การโค้ชช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โค้ชชี่ ไม่ใช่ตัวบุคคลMindset อะไร? ศาสตร์อะไรที่ใช้?สำหรับ หลักสูตรในครั้งนี้ ศาสตร์ที่ใช้ หลักๆ คือ Brainbase coaching Performance coaching Life coachingได้เห็นการโค้ช ในเรื่องเดียวกัน/หัวข้อเดียวกัน ด้วยศาสตร์ที่แตกต่างกันได้ แต่ละศาสตร์จะให้มุมองต่อโค้ชชี่ ที่ดีในศาสตร์นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจผู้เรียน สรุปว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้ และจะนำกลับไปใช้เป็นเรื่องแรก คือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน เปลี่ยนโดยการ ฟัง ให้รอบด้านขึ้น เปลี่ยนโดยการ โค้ชตัวเองก่อน เปลี่ยนโดยการ ไม่รีบสรุป หรือด่วนตัดสินผู้อื่น ขอบคุณผู้เรียนทุกท่านที่เอา case จริงในงาน มาทดสอบจริง เพื่อ ถอดบทเรียน (unpack) กันใน class ทำให้สามารถ เชื่อมโยงเนื้อหา กับ การปฎิบัติได้อย่างสนุกสนาน

การบริหารความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล

ในฐานะวิทยากร ที่สอนตามแนวของ T&GC (Training and Group Coaching) รู้สึกสนุกกับผลตอบรับของผู้เข้าอบรมที่ตื่นตัวแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น เรียนรู้หลักการ และสามารถมองเห็นแนวคิด ได้แนวทาง จากการอบรมครั้งนี้ วงจรพฤติกรรม ทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงสาเหตุของความแตกต่างทางความคิดของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น เกิดการยอมรับได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การลดความขัดแย้งลงหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด กระบวนการทำงานของสมองของคนเรา ซึ่งมีทั้งในส่วนคิดและอารมณ์ต่างๆด้วยแล้ว การค้นหา กระบวนการ/ วิธีในการจัดการกับอารมณ์ของตนเองให้กลับมาสู่กระบวนการคิดอีกครั้ง แบบมีเหตุผล จึงเกิดเป็นความตระหนักรู้ในตนเองขึ้น...เพื่อก้าวไปสู่ เป้าหมายร่วมกัน การใช้หมวก 6 ใบ ในการคิด การฟัง และ การถาม เพื่อสื่อสารกันให้สอดคล้องเหมาะสมในแต่ละบทบาท ตามสถานการณ์นั้นๆ ตามความเป็นจริงในการสื่อสาร สัมพันธ์ทางสังคม บุคคลมักใส่หมวกเกินกว่า 1 ใบเสมอ และหมวกอีกใบที่เราต้องคอยระวังคือสีแดง เพราะถ้าใช้ไม่สอดคล้องเหมาะสมเมื่อไรอาจเกิดแนวคิดที่ไม่ตรงกันได้ เพราะแต่ละคนล้วนมี อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เป็นต้น ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้เข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลมากขึ้น จึงสามารถมองได้ว่า ความขัดแย้งเป็นเพียงความแตกต่างในการคิดของหมวกแต่ละสีเท่านั้นเอง ทำให้ผู้เรียนเริ่มมีแนวคิดและวิธีการจะนำกลับไปพัฒนาทักษะตนเอง ถ่ายทอดให้ทีมงาน เพื่อคลี่คลาย สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ หรือเพื่อป้องกันตนเองและทีมงานให้ปลอดภัย ห่างไกลจากความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไป ปรับใช้ ประยุกต์ใช้ในงาน และในชีวิตประจำวัน ให้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะคะ

Analytical Brain for Effective Problem Solving

คิดเพื่อแก้สาเหตุของปัญหา กับ คิดเพื่อหาปัจจัยสู่เป้าหมาย ผลลัพธ์ต่างกันแค่ไหนครับ ? หลักสูตร Analytical Brain for Effective Problem Solving กับทางไปรษณีย์ไทย สมอง ของเราจะให้คำตอบ ตามคำถามที่เราป้อนให้สมอง ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้เราเกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ อาจเริ่มต้นจากการเปลี่ยนคำถามตั้งต้นในการคิดวิเคราะห์ "ทำไมถึงเกิดปัญหา ? " เพื่อจะหาทางแก้ปัญหาได้ถูก "ทำอย่างไรให้ได้เป้าหมาย ?" เพื่อจะหาทางออกจากปัญหา บนหลักการ ก็น่าจะทำให้เราสามารถ แก้ปัญหา ได้ทั้งคู่ ดังนั้นเวลายอดขายไม่เข้าเป้า เราอาจกำลังถามตัวเองว่า ปัญหาที่ยอดขายตกคืออะไร ? หรือ อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้ยอดขายเพิ่ม ? ผลลัพธ์น่าจะทำให้เราออกจากปัญหาได้ทั้งคู่ แต่ในแง่ สมอง เวลาที่ตอบคำถาม ผลลัพธ์ค่อนข้างต่างกันอย่างมากโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว เพราะเวลาถามเจาะที่ปัญหา สมอง มีโอกาสที่จะตอบในสิ่งที่อยู่นอกตัวเราสูงขึ้น เพราะการตอบว่าตัวเราเองเป็นปัญหา ทำให้ สมอง รู้สึกสูญเสีย Significant ทำให้ เรา รู้สึกว่า คุณค่าของตนเองลดลง หลายครั้งเราจึงได้คำตอบที่เป็น "ข้ออ้างที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้" มากกว่า "เหตุผลที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง" การเปลี่ยนจาก "ปัญหาที่เรากำลังเผชิญ" ให้เป็น "เป้าหมายที่เราอยากเห็น" ในปัญหานั้น เป็นการปรับเปลี่ยนเล็กๆ ในกระบวนการคิดแก้ปัญหา ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงความคิดของเราได้อย่างมากมาย

Solution Thinking

Course นี้ อยู่กับผู้เรียนเป็นกลุ่มผู้บริหาร หลักสูตร Solution Thinking กับ master coach ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ นั่งสังเกตผู้เรียนที่ พิจารณาความหมายของแต่ละ "คิด" ก็ดูเหมือนจะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่พอให้สำรวจว่า เ่มื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง นำเสนอไม่ผ่าน ผลงานไม่ได้ตามเป้า คู่แข่งมี campaign ดึงลูกค้าไป ยอดขายตก พนักงานลาออก ฯลฯ บอกไม่ได้ว่ากำลังใช้ "การคิด" แบบไหนอยู่ !!! เราก็เป็นเหมือนกัน "การคิด" ของคนโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของ การแก้ปัญหา และบ่อยครั้งก็มักลืมเป้าหมายเพียงเพราะไปให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา ที่เป็นเรื่องในอดีตซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ที่หนักคือ ปัญหา/อุปสรรคที่กำลังแก้นั้น เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหรือไม่? บางทีก็ลืมถาม แล้วเผลอลงไปยุ่งกับมัน หมดเวลาไปทั้งวันโดยบอกไม่ได้ว่า ทำอะไร เหตุการณ์/สิ่งที่เข้ามากระทบเรา หากเราไม่มี Awareness (ขาดสติ) ว่ากำลังใช้ "การคิด" เพื่ออะไรอยู่ ก็จะเผลอทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมในสถานการณ์นั้น เกิดอารมณ์เชิงลบ ได้ง่ายๆ และ เวลาก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ เรียนหลักสูตรการคิด ชอบมาก ชอบคิด เวลาที่คิด ทำให้ไม่ค่อยมี อารมณ์ โดยเฉพาะอารมณ์หงุดหงิด เวลาทำงานอะไรซักอย่าง ใช้การคิดที่หลากหลาย สมองก็จะจดจ่อที่ผลสำเร็จของเรื่องที่คิด คิดวิเคราะห์ การแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งต่างๆและเห็นสภาพความเป็นจริงของสิ่งที่กำหนด คิดสร้างสรรค์ กระบวนการทางปัญญาที่สามารถขยายขอบเขตของความคิด คิดกลยุทธ์ ความสามารถในการเลือกวิธีการที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้นเพื่อบรรลุเป้าหมาย คิดเชิงระบบ การคิดในภาพใหญ่ที่มองเห็นถึงผลกระทบ คิดแก้ปัญหา การแก้ปมประเด็นที่ทำให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุล การคิดแต่ละประเภท ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และก็สามารถใช้ร่วมกันได้ คิดถึงงานที่ทำ ก่อนหน้านี้ การพัฒนาระบบ การเป็นผู้บริหารงานขาย การเป็นนักวิเคราะห์ระบบ สิ่งที่ทำล้วนใช้ทักษะการคิด ทั้ง 5 แบบ ทั้งในเชิงตรรกะ และ นวัตกรรมสนุกดี ที่ได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆออกมา แต่พอทำงานบริหารบุคคล พบว่าส่วนใหญ่ จมกับปัญหาเรื่องคนโดยเฉพาะคนที่ ไม่ ok แทบจะไม่ได้สร้างสรรค์อะไรออกมา รู้แล้วว่าติดอะไร การอยู่กับ "ปัจจุบัน" นี่ยากจริงๆ วันนี้เห็นผู้เรียน มีความสุข และสนุกกับการคิด หากเป็นการคิดเรื่องงาน ทุกคนมีศักยภาพในการคิดแต่พอถึงการคิดเรื่องคน ... ทุกคนแลดูเครียดๆกัน หลักสูตรหน้านะคะ ที่จะตอบโจทย์นี้ Empowering Leadership ในการแก้ปัญหาคน ดังเป้าประสงค์ งานได้ผล คนเป็นสุข

พัฒนาบุคคลากรด้านงานขาย

วันที่ 2 กับหลักสูตร train the trainer สำหรับหมวดหลักสูตร พัฒนาบุคคลากรด้านงานขาย (Sales) โปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อให้วิทยากรใช้ในการ "ต่อยอด ขยายออก สร้างใหม่" ตาม style ของวิทยากร หลักสูตรหมวดงานขายของสถาบัน มุ่งเน้น ให้ผู้เรียน สร้างความต่อเนื่องในการทำผลงาน เพราะ เป็นหน่วยงานที่สร้างรายได้ให้กับองค์กร จึงต้องมีทั้งเรื่อง Mindset จิตไม่ตกง่าย ทำงานเป็นระบบ มีกลยุทธ์ที่หลากหลาย หมั่นฝึกฝนทักษะ ที่จำเป็นต่อการสร้างผลลัพธ์ที่ดี วันนี้เน้นให้ผู้เรียน เห็นเครื่องมือต่างๆที่สถาบัน provide ให้ ฝึกการใช้เครื่องมือ และ กิจกรรมที่สามารถนำมาใช้ประกอบการฝึกอบรม ด้วยกระบวนการ Training and Group Coaching สิ่งสำคัญของการฝึกอบรมด้วยกระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงแค่มีเนื้อหาหรือมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆเท่านั้น วิทยากรจะต้องมี Mindset ของการเป็นโค้ชเพื่อชวนให้ผู้เรียนสร้าง Growth mindset และ พัฒนาแนวทางในการไปปฏิบัติด้วยตัวเอง วิทยากรต้องฝึก(สติ)ประเมิณสถานการณ์ เพื่อดูจังหวะการใช้ บทบาทโค้ช (Coach) หรือบทบาทอื่น (Helper) ในการช่วยให้ผู้เรียนสร้างแนวคิดได้ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ที่ตัวเครื่องมือแต่เป็นตัวตนของผู้สอน หากไม่ได้พัฒนา Mindset ของการเป็นโค้ช ์การใช้เครื่องมือต่างๆเหล่านี้ก็จะมีประโยชน์ต่อผู้เรียนไม่มาก ดีใจแทนท่านโค้ช ที่พัฒนากระบวนการสอน และเครื่องมือต่างๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้ตามหมวดหมู่การพัฒนาบุคลากรตาม competency ต่างๆอย่างเป็นระบบ เครื่องมือต่างๆเหล่านี้สามารถดาวน์โหลด ได้จาก เว็บไซต์ของสถาบันเอ็นเทรนนิ่ง วันนี้ก็จะมีคนที่สามารถนำสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปพัฒนาผู้อื่นได้มากขึ้น ปล. ที่มาของศาสตร์การพัฒนาตัวเอง ค่อยๆเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ นะคะ ครั้งต่อไป เป็นการฝึกฝนเชื่อมโยงเนื้อหา ด้วยกระบวนการ Group Coaching และการทดลองสอน

สร้างคุณค่าด้วยหัวใจบริการ ในยุค Digital

รุ่นที่ 2 กับ หลักสูตร สร้างคุณค่าด้วยหัวใจบริการ ในยุค Digital กลุ่มผู้เข้าอบรมเป็น key account management ยุค Digital ที่มนุษย์มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง มีความต้องการเฉพาะตัว มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ มีทางเลือกมากมายเข้ามาให้คัดสรร ผู้ให้บริการในยุคนี้จึงต้องมีกลยุทธ์ในการให้บริการที่หลากหลาย การให้บริการลูกค้ารายสำคัญ ที่เข้าใจถึงสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ (คุณค่าที่ลูกค้ามองหา) ก็จะสามารถตอบความต้องการที่แท้จริง ของลูกค้าได้ เป็น course ที่ชอบ และรู้สึกท้าทายมากกับ class ขนาดนี้ ที่สำคัญ ไม่มีเอกสารประกอบการเรียนของผู้เรียน เพราะองค์กรต้องการให้เรียนรู้โดยไม่ใช้ สิ่อที่เป็นกระดาษ จึงต้องดูที่ smart phone กระบวนการ Training and Group Coaching สร้างการเรียนรู้ของตัวผู้เรียน ด้วยเรื่องราวของผู้เรียนเอง มนุษย์มีธรรมชาติที่ต้องการเป็นผู้ที่มีคุณค่าต่อตนเองและผู้อื่น วันนี้ฝึกใช้พลังในการดึงคนให้อยู่กับเนื้อหา สนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้ในเรื่อง คุณค่าของมนุษย์ ต้อง ขอบคุณผู้เรียน ที่ตั้งใจร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน

การพัฒนาภาวะผู้นำในตนเองสู่ความสำเร็จ

แม้จะไม่ได้เป็นหัวหน้า เราก็ต้องไม่หยุดพัฒนาภาวะผู้นำ จบไปอีกหนึ่งรุ่น สำหรับหลักสูตร Self Leadership: การพัฒนาภาวะผู้นำในตนเองสู่ความสำเร็จ กับทางองค์กรชั้นนำอย่าง Betagro ดีใจที่ผลลัพธ์หลัง Class ได้ตามความคาดหวัง เพราะผู้เรียนสะท้อนให้เห็นว่า เรียนเสร็จบ่ายๆ เอาสิ่งที่คิดได้ไปทดลองคุยกับลูกค้าในตอนเย็นได้ทันที ในฐานะวิทยากร เราไม่สามารถบอกให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงได้ แต่เราสามารถสร้างการเปลี่ยนได้โดยการสะท้อนให้ผู้เรียน มองเห็น ยอมรับ อยากเปลี่ยน ด้วยตนเอง เพราะตัวกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนรู้สึก เป็นเรื่องของเขาเอง วิธีการก็เป็นทางเลือกที่เขาคิดได้เองบนหลักการ ที่สำคัญเมื่อเขาเปลี่ยนแล้ว เขาได้รับประโยชน์เองเป็นคนแรก ทุกเรื่องจึงเป็นเรื่องของผู้เรียน อีกสิ่งที่สังเกตกับตัวเองคือ สามารถจดจำชื่อและเรื่องราวของผู้เรียนได้เกือบหมด สามารถจับเรื่องเล่าของเขา มาเชื่อมโยงกับเนื้อหาได้ตลอด ใช้เรื่องเล่าของตนเองประกอบน้อยลงมาก ซึ่งน่าจะมาจากความมั่นใจในกระบวนการของตนเอง สมองจึงไม่ต้องเปลืองพลังงานและพื้นที่กับเนื้อหา สามารถใช้สมองเพื่อฟังผู้เรียนได้ละเอียดและลึกขึ้น สามารถตั้งคำถามเพื่อชวนคิดบนคำสำคัญและคุณค่าที่เราได้ยินได้อย่างต่อเนื่อง อาจจะด้วยเพราะสองวันนี้มีเนื้อหาส่วนของการสื่อสารค่อนข้างเยอะ ทำให้ผู้สอนอย่างผม ได้โค้ชการสื่อสารให้ตนเองไปในตัวครับ

Coaching and Feedback เชิงปฏิบัติการ

หลักสูตร ยอดนิยมสำหรับช่วงปลายปี Coaching and Feedback เชิงปฏิบัติการ ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายๆองค์กรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และจะต้องจัดให้มีการให้ feedback เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสสื่อสารกันระหว่างหัวหน้าและทีมงาน หัวหน้างาน มีกรอบความคิดในการเป็นโค้ช และสามารถแยกจังหวะ การใช้บทบาทการโค้ช (Coach) และ ผู้ช่วยเหลือ (Helper) ได้ ก็จะสามารถให้ feedback แก่พนักงานในเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการสื่อสารผ่านกระบวนการโค้ชได้ เป็นการให้ข้อมูลป้อนกลับ เชิงสร้างสรรค์ โดย ทำให้พนักงานมองเห็นและยอมรับผลงานของตัวเอง (เทียบกับมาตรฐานที่ตกลงกัน) กล้าเสนอความคิดเห็นที่เป็นข้อเท็จจริง พูดคุยที่ผลลัพธ์ของงาน ไม่ใช่ข้อเสียของตัวบุคคล กระตุ้นให้ทีมงานอยากพัฒนาตัวเอง จูงใจให้กำหนดเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้กำลังใจในการก้าวข้ามอุปสรรค ฯลฯ หัวหน้างานสามารถใช้กระบวนการโค้ช ให้ข้อมูลป้อนกลับ ในระดับต่างๆได้ โดย ให้การยอมรับหรือชมในสิ่งที่ทีมงานทำได้ดี การสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในสิ่งที่องค์กรคาดหวัง ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมกับทีมงาน ใช้คำถามเพื่อสร้างความชัดเจน ให้ข้อมูลป้อนกลับไปข้างหน้า (Feed forward) การให้คำแนะนำเชิงสร้างสรรค์โดยตรง การให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซึ่งต้องใช้ทักษะ การฟัง การสื่อสารสร้างสัมพันธ์ และ การใช้คำถามที่ดี แต่ที่สำคัญคือกรอบความคิดของผู้ให้ feedback ที่ต้องมองเห็นคุณค่าและศักยภาพของทีมงาน เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน ไม่สามารถทำได้เพียงแค่เข้าใจ

การพัฒนาทัศนคติเชิงบวก การพัฒนาทางอารมณ์

สติ จะทำให้เราดำรงอยู่กับกระบวนการ แม้ว่าความกังวล ความคาดหวังต่างๆนานา จะท่วมท้น ขอเพียงแค่เรายึดในเหตุ และทำเหตุให้ดี การเต้นรำไปกับโค้ชชี่ ทำแต่เพียงบนฟลอร์เพื่อให้เกิดความงามของการลื่นไหลมากกว่าการถูกลากไปด้วยอารมณ์อันขุ่นมัว การปล่อยให้พฤติกรรมเป็นไปตามความคาดหวังที่มาจากตัวเราคือการ serve ตัวเรา "ทั้งวัน เราทำเพื่อเรา หรือเพื่อใคร" คือคำถามที่ถามตัวเองตลอด session เพื่อให้โฟกัสอยู่ที่สิ่งที่ควรโฟกัส ณ ขณะนั้นๆ ขอบคุณ รพ.สัตว์ทองหล่อ สำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น และร่วมกระบวนการ ร่วมเดินทางกันตลอดทั้งวัน

การพัฒนาการนำเสนอที่ดี

ครั้งแรกกับการสอนแนว Training and Group Coaching เต็มวันคร่า หลักสูตรการพัฒนาการนำเสนอที่ดี บ. H One Part ตอนแรกพอรู้ว่าได้รับโอกาสสอนหัวข้อ การพัฒนาทักษะการนำเสนอ แนว Training and Group Coaching ลูกค้าเลือกเรา ดีใจจัง แต่งานใกล้จัง เวลาเตรียมตัวน้อย ทุกทีจะคิดว่า โห! ใกล้จัง ไหวไหมนี่ ครั้งนี้คิดแค่จะเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม แล้วเรียนรู้ผ่านการสังเกต อ.ปกรณ์ อ.แจ๊ค เตรียมสคริปสอนของตัวเอง สงสัยตรงไหนถามรุ่นพี่ (พี่แจ๊ค) ตอนไปถึงก็ทิ้งสคริปเลย อยู่กับนักเรียน อยู่กับบรรยากาศคลาส คิดแค่เราเตรียมมาเต็มที่แล้ว ถ้าตกหล่นตรงไหนก็ปล่อยวาง การให้จากใจเราสำคัญสุด มองเห็นศักยภาพคนตรงหน้า ว่าสภาวะที่เค้ามีปัญหาในเรื่องนั้นๆ เป็นแค่สภาวะชั่วคราว หน้าที่เราแค่รันกระบวนการ ให้เค้าได้มีการตระหนักรู้ ยอมรับ และอยากเปลี่ยนด้วยตัวเค้าเอง ตรงนี้แอบเสริมกิจกรรม NLP สั้นๆ 5 นาที ให้เค้าตระหนักรู้ว่าความคิดของเค้า หรือ Mindset มีผลต่อการกระทำของเค้า ช่วงแรกที่สอน พอใช้คำถามไปสักพัก เริ่มรู้ว่าถามเยอะไปไหม แล้วก็กลับมาบอกเค้าอีกรอบถึงเหตุผลที่เราถามเยอะหน่อย เพราะเค้าจะได้ตอบแล้วเป็นเจ้าของความรู้ หรือเทคนิคนั้นเอง ระหว่างสอนเริ่มเห็นว่าพอเราคุ้นชินกับกระบวนการ เราวางได้ จับ keyword ผู้เข้าอบรมแล้วมาเชื่อมเนื้อหาได้แบบสบายๆ ตอนให้นักเรียนทำ case study แล้วนำเสนอ เรากล้าเล่นกล้าเสี่ยง roleplay ให้ดูในบางเคส เพื่อให้เค้าเห็นตัวอย่างที่ดี ท้ายที่สุด เราได้เห็นพัฒนาการตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้เข้าอบรมบางคนก็นำเสนอได้ดี บางคนเราอาจมองว่าน่าจะทำดีได้อีก แต่เราวางใจว่าเค้าก็กำลังพัฒนาตัวเอง เราไม่รู้จุดเดิมที่เค้าเป็น อันนี้คิดว่าอนาคตเราจะสังเกต&จำ before after เค้าได้ ระหว่างขับรถกลับบ้าน เราเห็นว่าเราเอาบทเรียนที่สอนมาเป็น concept ของการกระทำในชีวิต เห็นว่าเราสอน 1 ครั้ง เราเอามาใช้เองได้เลย เช่นเดียวกัน ผู้เข้าอบรม พูดเรื่องเป้าหมายเค้า เหตุการณ์ที่เค้าอยากทำได้ดีขึ้น เทคนิค แนวทางทั้งวัน เค้าก็ย่อมได้เช่นกันคร่า น้องสาวผู้ไปสังเกตการณ์บอกว่าครั้งนี้เค้าได้อะไรเยอะมากที่จะเอาไปใช้ในการนำเสนอของตนเอง

สร้างคุณค่าด้วยหัวใจบริการ ในยุค Digital

รุ่นที่ 2 กับ หลักสูตร สร้างคุณค่าด้วยหัวใจบริการ ในยุค Digital กลุ่มผู้เข้าอบรมเป็น key account management ยุค Digital ที่มนุษย์มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง มีความต้องการเฉพาะตัว มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ มีทางเลือกมากมายเข้ามาให้คัดสรร ผู้ให้บริการในยุคนี้จึงต้องมีกลยุทธ์ในการให้บริการที่หลากหลาย การให้บริการลูกค้ารายสำคัญ ที่เข้าใจถึงสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ (คุณค่าที่ลูกค้ามองหา) ก็จะสามารถตอบความต้องการที่แท้จริง ของลูกค้าได้ เป็น course ที่ชอบ และรู้สึกท้าทายมากกับ class ขนาดนี้ ที่สำคัญ ไม่มีเอกสารประกอบการเรียนของผู้เรียน เพราะองค์กรต้องการให้เรียนรู้โดยไม่ใช้ สิ่อที่เป็นกระดาษ จึงต้องดูที่ smart phone กระบวนการ Training and Group Coaching สร้างการเรียนรู้ของตัวผู้เรียน ด้วยเรื่องราวของผู้เรียนเอง มนุษย์มีธรรมชาติที่ต้องการเป็นผู้ที่มีคุณค่าต่อตนเองและผู้อื่น วันนี้ฝึกใช้พลังในการดึงคนให้อยู่กับเนื้อหา สนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้ในเรื่อง คุณค่าของมนุษย์ ต้อง ขอบคุณผู้เรียน ที่ตั้งใจร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน

การแก้ปัญหาด้วยหมวก 6 ใบ

ปัญหาคือ ช่องว่าง (Gap) ระหว่างเป้าหมาย(ความคาดหวัง) กับ ผลลัพธ์ ปัญหาของเราเป็นปัญหาประเภทไหน ปัญหาของเราที่เราต้องแก้เอง ปัญหาของคนอื่นที่มากระทบเรา ปัญหาของคนอื่นที่เราอยากช่วยให้เขาดีขึ้น ส่วนมากเมื่อถามผู้เรียน ส่วนมากก็จะตอบว่าเป็นทุกข้อ ปัญหาแต่ละแบบมีแนวทางแก้ไขที่ต่างกัน หากเราแยกประเภทของปัญหา ก็จะสามารถหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ เมื่อเจอปัญหา หากเรารีบแก้ไขโดยไม่ผ่านกระบวนการคิด จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ(อาการ) ไม่ใช่การแก้ที่ปัญหา เช่น ปวดหัว ก็กินพารา โดยไม่ได้วิเคราะห์สาเหตุ กินบ่อยๆก็ทำให้ตับพังได้ หมวก 6 ใบ แทนบทบาทของนักคิด 6 แบบ ในบางครั้ง นักคิด ทั้ง 6 ก็ มีข้อขัดแย้งกัน หากมองเฉพาะในมุมของตัวเอง หากฟังด้วยความเข้าใจใน บทบาท ของเขา ก็จะช่วยลดข้อขัดแย้งได้ และ หาก "ช่วยกัน" ใช้บทบาทที่เป็นจุดเด่นของตัวเอง ทำงานร่วมกัน ก็จะทำให้สามารถมีมุมมองที่ครอบคลุม และ สร้างแนวทางที่หลากหลายได้ วันนี้สนุกกับหลักสูตรนี้มาก ผู้เรียนได้เชื่อมโยงเครื่องมือนี้กับสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ด้วยมุมมองใหม่ๆ